ข่าว

ฝันเป็นจริงของหญิงไทย...กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

ฝันเป็นจริงของหญิงไทย...กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

20 ก.พ. 2555

ฝันเป็นจริงของหญิงไทย...กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

           นับเป็นนิมิตหมายอันดีของสตรีไทย เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งเครื่องเปิดตัวโครงการ "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี" ภายใต้วิสัยทัศน์ "สร้างสรรค์พลังสตรี ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ" โดยถือฤกษ์ดี 09.30 น. เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจนคณะผู้บริหารของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และผู้แทนสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตัดริบบิ้นเปิดงานและเป็นประธานเปิดการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันก่อน
 
          ก่อนการประชุมจะเริ่ม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวเปิดงานว่า เชื่อมั่นว่าสตรีทุกคนมีศักยภาพ มีความรู้ มีความสามารถอยู่ในทุกวงการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเมือง สื่อสารมวลชน ฯลฯ นอกจากนี้สตรียังมีบทบาทในฐานะแม่ของลูก ภรรยา ลูก ผู้นำในครอบครัว แม้แต่ผู้ตาม เป็นส่วนสำคัญของสถาบันครอบครัว ขณะเดียวกันสตรีก็ยังมีบทบาทสร้างรายได้ในภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย และตัวอย่างสตรีที่เป็นแบบอย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและกิจกรรมต่างๆ ทรงพระกรุณาส่งเสริมสตรีไทยและส่งเสริมศิลปาชีพ ผ่านโครงการศิลปาชีพ ทรงส่งเสริมการพัฒนาฝีมือตามความใฝ่ฝันของแต่ละคน ตลอดจนพระราชจริยวัตร ทรงเป็นแบบอย่างของกุลสตรี ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โครงนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลแสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
 
          "การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่อยากจะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยไม่คำนึงถึงเพศ สีผิว ตลอดจนเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความจริงแล้วก็ต้องยอมรับว่า การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งผลดีต่อสังคมและเป็นพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี ความสงบสุขของคนไทยต้องเรียนท่านสุภาพบุรุษว่า โครงการในครั้งนี้ไม่ใช่การยกระดับสตรีขึ้นมาเป็นคู่แข่ง แต่เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ฉะนั้นถ้ามีการยกระดับสตรีก็เป็นส่วนในการสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัว สร้างเสริมรายได้ให้ชุมชน และสุดท้ายก็เป็นการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ" ผู้นำประเทศหญิงคนแรกของไทยกล่าวฝาก
 
          ด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นลินี ทวีสิน ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยในการสร้างโอกาสให้สตรีได้พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และเพื่อการเสริมสร้างสวัสดิภาพหรือสวัสดิการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่สตรี รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาตลอดจนพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายสตรี
 
          "สำหรับหลักเกณฑ์การจัดสรรจะแบ่งตามช่วงชั้นของประชากรของจังหวัด โดยเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท ซึ่งจะมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสตรีและเครือข่ายองค์กรสตรีต่างๆ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งการจัดลงทะเบียนเปิดรับสมาชิกและคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมทั้งกำหนดการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2555 ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคทั้ง 4 ภาค เพื่อนำข้อมูลมากำหนดแนวทางการดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินเดือนมีนาคมนี้" ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนฯ อธิบายรายละเอียด
 
          ทั้งนี้ ธนวดี ท่าจีน ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง ซึ่งเดินทางมายกป้ายสนับสนุนโครงการดังกล่าว ได้แสดงความห่วงใยว่า อยากให้มีการเปิดพื้นที่เวทีฟังเสียงของผู้หญิงซึ่งกระบวนการนั้นเป็นการจัดตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาร่างระเบียบกองทุนโดยมีตัวแทนของผู้หญิง 20 องค์กรร่วม และมีนักวิชาการด้านสตรี มีหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานเรื่องของผู้หญิง ได้เข้ามาร่วมตั้งเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ และทำหน้าที่ในการจัดเวทีสาธารณะไปรับฟังผู้หญิงในภาคต่างๆ และนำข้อมูลมาจัดทำร่าง ซึ่งจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการทำให้นโยบายสาธารณะที่ผู้หญิงได้มีส่วนในการกำหนดนโยบาย และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
  
          เช่นเดียวกับ ดร.สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดทำเสียงของผู้หญิงต่อกองทุนพัฒนาสตรีของรัฐบาล ซึ่งในวันนั้นมีข้อเสนอมากมาย อาทิ ไม่อยากให้กองทุนสตรีเป็นกองทุนเพื่อการกู้ยืมอย่างเดียว ควรเป็นกองทุนที่ทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ปลายทางเป็นเรื่องพัฒนาบทบาท คุณภาพชีวิตของสตรี รวมถึงความโปร่งใสในการใช้เม็ดเงิน 7,700 ล้านบาท ผู้หญิงทั้งประเทศควรจะได้แสดงความคิดเห็นว่า เม็ดเงินจะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาบทบาทและคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญอยากให้เกิดความยั่งยืน