ข่าว

กทม.ผวาการเมืองจุ้นแก้น้ำท่วม

กทม.ผวาการเมืองจุ้นแก้น้ำท่วม

19 ก.พ. 2555

กทม. ระแวง รัฐ แฝงการเมืองแก้น้ำท่วม เล็งงัดหลักฐาน ‘พิมพ์เขียว’ อุทธรณ์สู้คดีซอยร่วมฤดี

          แหล่งข่าวจากฝ่ายบริหารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขณะนี้ กทม.กำลังพิจารณาตามข้อกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่มีหน่วยงานรัฐ เข้ามาดูแลพื้นที่กทม. อาทิ การขุดลอดคูคลองของกระทรวงต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ

          ทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่า เป้าประสงค์ของรัฐบาล จะเป็นเรื่องการเมืองส่วนหนึ่ง ดังนั้น จะสังเกตว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ให้กระทรวงต่าง ๆ ไปดำเนินการกับกรมชลประทาน ที่อยู่นอกกรุงเทพฯ อีกทั้งรัฐก็ไม่ได้ถามกทม.ว่า ดำเนินการไหวหรือไม่

          แหล่งข่าวรายนี้ ระบุว่า ถ้าท้องถิ่นระบุว่า ทำไหว เอกชนก็ได้งานไปทำ แต่เรื่องนี้กลับเอาส่วนข้าราชการมาร่วม ซึ่งรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่ง ระบุว่า ห้ามให้รัฐประกอบกิจการแข่งกับประชาชน เพราะจะไม่มีใครกล้าลงทุนด้วยซ้ำ

          “เรื่องงบประมาณที่กทม.ขอไป 1.9 พันล้านบาท ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ มีการมั่วนิ่ม และฝ่ายนั้นเอาเบี้ยมาแลกขุน แม้นายกฯออกมาระบุว่า ไม่ได้พูด แต่ที่จริงลูกน้องพูดหมด แต่มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ก็ต้องชี้แจงคนเดียว"

          แหล่งข่าวรายนี้ ยังเชื่อว่า งานนี้ ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. น่าจะไม่รอดแน่ เพราะถ้าย้อนไปดูคำสัมภาษณ์คุณหญิงสุดารัตน์ จะพบว่า วิจารณ์หน่วยงานของกทม.เต็ม ๆ ว่า แก้น้ำท่วมไม่ได้ จึงอยากถามว่า ใครจะอยากให้คุณหญิงสุดารัตน์มาเป็น ซึ่งคนอยากจะมาเป็นผู้นำแต่กลับอาศัยความวุ่นวายวิจารณ์คนอื่น จะเป็นผู้ว่าฯได้หรือไม่

 

เล็งงัดหลักฐาน ‘พิมพ์เขียว’ อุทธรณ์สู้คดีซอยร่วมฤดี

          มีรายงานจากฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งด้วยว่า สำหรับคดีซอยร่วมฤดี หากทางสำนักงานเขตปทุมวัน มั่นใจว่า ไม่มีความผิด สามารถรวบรวมหลักฐานอุทธรณ์ได้ เพราะการขออนุญาตมี 2 ส่วน 1.กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา 2.สำนักงานเขต โดยเฉพาะต้องดูว่า การรับรองของทางเขตรับรองข้อเท็จจริงจากส่วนใด และพิจารณาจากศาลว่า มุ่งวินิจฉัยจากข้อกฎหมาย หรือข้อเท็จจริง

          นอกจากนี้ หากทางเขตได้รับรองความกว้างของซอยร่วมฤดี จากพิมพ์เขียวของทางราชการ โดยพบว่า ซอยกว้าง 10 เมตรตลอดเส้นทาง แล้วเขตได้รับรองไปตามนั้น กทม.ก็มั่นใจว่า ส่วนราชการเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง เพราะได้รับรองจากข้อเท็จจริงโดยสุจริต และชอบด้วยกฎหมาย

          รายงานระบุว่า คดีนี้ เขตจะรอดได้อย่างเดียวคือ เขตยืนยันว่า รับรองข้อเท็จจริงตามพิมพ์เขียวที่ได้มากถูกต้อง แต่กระบวนการสู้คดี เป็นหน้าที่ของข้าราชการฝ่ายประจำ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

          ทั้งนี้ หาก กทม. จะมีการอุทธรณ์ ก็ต้องประเมินว่า ศาลพิจารณาจากข้อไหน อาทิ พิจารณาจากข้อเท็จจริงว่า ถนนกว้างถึง 10 เมตรหรือไม่ และศาลได้ตัดสินว่า กทม.ผิด กทม.จะสามารถอุทธรณ์ได้ประเด็นเดียวคือพิมพ์เขียวระวางแผนที่ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่เป็นความถูกต้องที่สุด

          สำหรับ พิมพ์เขียวระวางแผนที่นั้น มีอยู่ที่สำนักงานเขต สำนักผังเมือง กทม. หรือกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

          ทั้งนี้ ในทางกลับกัน ถ้าบริษัทเอกชนไปฟ้องศาลว่า ถนนซอยร่วมฤดีมีความกว้างถึง 10 เมตร แต่เขตปล่อยให้มีการรุกล้ำให้ซอยนี้กว้างไม่ถึง โดยเขตออกเงื่อนไขว่า จะอนุญาตให้ก่อสร้างไม่ได้ เพราะมีผู้บุกรุก ประเด็นนี้ก็จะไม่เป็นธรรมกับเอกชนที่ขออนุญาต และทำให้เขตจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง แม้ว่าจะชนะคดีก็ตาม แต่จะโดนคดีหลังว่า เขตไม่สั่งรื้อถอนจุดบุกรุกให้เขตทางกว้างถึง 10 เมตร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า คดีนี้ ไม่จบง่าย ๆ แน่นอน