ข่าว

จ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มรายที่5

จ่อออกหมายจับแก๊งบึ้มรายที่5

18 ก.พ. 2555

จ่อหมายจับแก๊งบึ้มรายที่ 5 -ตร.ตรวจ จยย.ต้องสงสัย เจ้าของร้านยันกลุ่มคนร้ายมาซื้อ จยย.จริง ด้าน'สุรพงษ์'อ้างติดขัดข้อ กม.ยังประสานขอตัวมือบึ้มจากมาเลย์ไม่ได้

                   18 ก.พ.55 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด 3 จุดสุขุมวิท 71 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีและคณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 62/2555 ลงวันที่ 15 ก.พ.55 ครั้งที่ 3 วันที่ 18 ก.พ.55 เวลา 13.30 น.ณ สน.คลองตัน โดยมี พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พิสิทธิ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รรท.รอง พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวน จากทั้ง บช.น. กองปราบปราม สตม.และสันติบาล เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. หรือ อีโอดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

                   พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกพนักงานสอบสวนทั้งหมดมาประชุมหาความคืบหน้า ในการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นทราบว่าไม่มีคนไทยมาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ มีแต่ชาวอิหร่านล้วนๆตามที่ออกหมายจับ นอกจากนี้จากการตรวจคค้นโรงแรมนาซ่า เวกัสฯเจอวัตถุพยานจำนวนหนึ่ง และทราบว่าผู้ต้องหามีการซื้อรถ จยย.มาใช้ใน กทม.เมื่อไม่นานมานี้ แต่ขอเจ้าหน้าที่สืบสวนหาข้อมูลว่าผู้ต้องหาจะนำไปใช้ในการก่อเหตุระเบิดด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ พฐ.และอีโอดี ไปตรวจสอบรถคันดังกล่าวไม่พบระเบิดจึงเก็บรถคันดังกล่าวไว้เป็นวัตถุพยาน

                   พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องชาวตะวันออกกลางอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย รายที่ 5 พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด คิดว่าขณะนี้มีหลักฐานเพียงพอที่จะขออนุญาตศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับได้ โดยในช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้รายงานความคืบหน้าให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ให้ทราบแล้ว ซึ่งท่านก็กล่าวชมเชยหตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ต้องเสียสละเวลาทำงานทั้ง 24 ชั่วโมง และต้องมาทำงานช่วงเสาร์ ส่วนในวันที่ 19 ก.พ.นี้ จะเว้นการเว้นการประชุม 1 วัน แต่ให้ชุดสืบสวนฯตามหาพยานหลักฐาน และสืบสวนต่อไป ซึ่งจะไปประชุมความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 20 ก.พ.นี้

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.กก.สส3 บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ.และอีโอดี ไปตรวจสอบบริเวณหน้าร้านเอเชีย การไฟฟ้า ระหว่างปากซอยปรีดีพนมยงค์ 29-31 ถ.สุขวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งทราบว่าเป็นรถ จยย.ที่กลุ่มผู้ต้องหามือระบเดชาวอิหร่านมาจอดทิ้งไว้ตั่งแต่วันเกิดเหตุระเบิด โดยพบว่าเป็น จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ เอส 100 สีน้ำเงินคาดเทา ทะเบียน มนม 583 กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบกล่องเก็บของใต้เบาะรถ จยย.ดังกล่าวพบ สติ๊กเกอร์จำนวน 6 แผ่นพิมพ์ภาษอังกฤษคำว่า “SEJEAL” ตัวอักษรสีดำพื้นสีขาว ความยาวประมาณ 30 ซม. ความกว้างประมาณ 6 ซม. แว่นกันแดดสีดำ 1 อัน และเล่มทะเบียน จยย.ฮอนด้า เวฟ 100 เอส ทะเบียน ฬพค 583 กรุงเทพฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงทั่ว จยย.ดังกล่าวก่อนยก จยย.ต้องสงสัยไปเก็บไว้เป็นหลักฐานที่ สน.คลองตัน

                   จากากรสอบสวน นายวิชัย ฤกมงคลวิทย์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านเอเชีย การไฟฟ้า เผยว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวตนเห็นมาจอดไว้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา จนวันนี้(18 ก.พ.)ยังไม่เห็นเจ้าของรถหมเอาไป ตนและเพื่อนบ้านกลัวว่าเป็นรถจักรยานยนต์ติดระเบิด จึงโทรศัพท์ไปแจ้ง สน.คลองตันและ จส.100 ว่าพบรถต้องสงสัย ก่อนตำรวจมาตรวจ

                   ด้านนางศิริพร พิเคราะห์กิจ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านขายรถจักรยานยนต์ ชื่อ ส.คลองตัน ย่านคลองตัน เผยว่า ร้านตนขายจักรยานยนต์มือหนึ่งและมือสอง และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 เอส สีน้ำเงินคาดเทา ทะเบียน มนม 583 กรุงเทพฯ เป็นของร้านตน กระทั่งประมาณวันที่ 20 ก.พ.54 มีชายชาวตะวันออกลางมาดูรถจักรยานยนต์มือสองร้านตน พร้อมสอบถามราคา ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.54 ชายชาวตะวันออกกลาง 2 คน เดิมมาซื้อจักรยานยนต์คันดังกล่าวในราคา 26,400 บาท พร้อมเซ็นโอนลอยให้ไป แต่ตนดันหยิบเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 100 เอส สีน้ำเงินคาดเทา แต่เป็นทะเบียน ฬพค 583 กรุงเทพ ให้ไปแทน หลังจากนั้นตนพยามติดต่อ เพื่อเปลี่ยนทะเล่มทะเบียนคืนกับแต่โทรศัทพ์ติดต่อก็ไม่ได้ และเดินทางไปหาที่พักที่แจ้งไว้ว่าพักที่ นาซ่า เวกัส ทาวเวอร์ ก็ไม่พบ

                   นางศิริพร กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมากระทั่งมาเจอรถจักรยานยนต์ จอดอยู่หน้าร้าน เอเชีย การไฟฟ้าในวันนี้ โดยไม่ทราบชายชาวตะวันนอกกลางเป็นมือระเบิด และจำหน้าได้ว่าผู้ต้องหาที่มาซื้อรถจักรยานยนต์ คือนายมาซุด เซดากาห์ ซาเดห์ ผู้ต้องหาที่หลบหนีก่อนโดนจับที่ประเทศมาเลเซีย โดยเป็นคนเซ็นชื่อซื้อรถจักรยานยนต์ และอีกคนคือนายคาซาอี โมฮัมเหม็ด ผู้ต้องหาที่ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคนจ่ายเงินค่ารถที่พากันมาซื้อ

 

ตร.คุมหญิงชาวอิหร่านไปสอบหลังพบมีการติดต่อ"ไลล่า โรฮานี"

                     พ.ต.ท.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ สว.สส.สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ได้เชิญตัวหญิงชาวอีหร่าน ชื่อ Miss Fatemeh Ghaheri จากอาคารเตยา เล็ควิวล์ เลขที่ 167 สุขุมวิท ซอย 4 (นานาใต้) ถนนสุขุมวิท แขวงและเขตคลองเตย กทม. ซึ่งเป็นเพื่อนกับนางเลล่าหรือ ไลล่า โรฮานี ผู้ต้องหาที่เช่าบ้านให้แก๊งระเบิดในซอยสุขุมวิท71 ไปสอบสวนที่สน.คลองตัน หลังพบมีการติดต่อกับ ไลล่า โรฮานี


"สุรพงษ์" อ้างติดขัดข้อ กม.ยังประสานขอตัวมือบึ้มจากมาเลย์ไม่ได้

                     นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการประสานงานกับทางการมาเลเซียเพื่อขอตัวผู้ต้องหาคดีระเบิดย่านสุขุมวิท 71 ที่หลบหนีไปมาเลเซีย ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถนำข้อกฎหมายสัญญาระหว่างประเทศมาใช้ในการขอตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีในไทย เนื่องจากผู้ต้องหาคนดังกล่าวยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาให้เป็นนักโทษของมาเลเซีย จึงยังขอโอนตัวมาให้ทางการไทยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพิจารณาข้อกฎหมายอื่น ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่วมกัน

                     พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการหารือกับนายฮิสซัก โชฮัม เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เมื่อเย็นวานนี้ ด้วยว่าทางเอกอัครราชทูตอิสราเอล ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้พูดเรื่องการเตือนภัยหรือการก่อวินาศกรรมสนามบินนานาชาติของไทยตามที่เป็นข่าว เพราะไม่มีความจำเป็นต้องพูดเช่นนั้น