
'ปชป.'ซัด'ปู'ขาดคุณสมบัติเป็นผู้นำปท.
โฆษกปชป. ตำหนิ 'ยิ่งลักษณ์' เป็นผู้นำปท.มีพฤติกรรมลับๆล่อๆ สะท้อนปัญหา'จริยธรรม' ซัด ขาดสำนึกความเป็นนักการเมือง เรียกร้อง ให้ขอโทษประชาชน ด้านแกนนำอีสานกู้ชาติ ข้องใจ 7 ข้อ หลัง 'เศรษฐา' ยอมรับพบ 'ยิ่งลักษณ์' จริง
18 ก.พ.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้บริหารแสนสิริกรุ๊ป ออกมายอมรับว่า พบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 8 ก.พ.ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ว่า แสดงให้เห็นว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสาธารณชน และใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบ ด้วยการตั้งกระทู้สดให้นายกรัฐมนตรีตอบ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง นายกรัฐมนตรีหญิง หรือเป็นเกมการเมืองแต่อย่างใด ทั้งนี้จากคำพูดของ นายเศรษฐา ที่ระบุว่า ได้พบกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีคนอื่นอีก 6-7 คนนั้น ยิ่งทำให้เกิดคำถามมากขึ้นว่า ถ้า นายเศรษฐา พูดความจริง ก็แสดงว่า นายกรัฐมนตรีโกหกประชาชน เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ว.5 โฟร์ซีซั่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีว่า ไปประชุมที่ ชั้น 7 กับนักธุรกิจ 7-9 คน แต่นายกรัฐมนตรีกลับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่ได้ประชุมเป็นนายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ที่จะพบกับใครก็ได้
“คำถามของผม คือ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ทั้งในทางส่วนตัวและส่วนรวม ทำไมการชี้แจงแต่ละครั้งจึงไม่ตรงกัน และเหตุใดจึงไม่ชี้แจงให้สังคมเกิดความกระจ่างตั้งแต่แรก จนกระทั่งถูกตรวจสอบอย่างหนักจึงทำให้ผู้เกี่ยวข้องเปิดปากยอมรับในที่สุด พฤติกรรมลับ ๆ ล่อ ๆ ของคนเป็นผู้นำประเทศ สะท้อนถึงปัญหาด้านจริยธรรม และการขาดคุณสมบัติที่ดีในการเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งหากเป็นในต่างประเทศมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ คนเป็นนายกต้องลาออกจากตำแหน่งแล้ว ล่าสุดประธานาธิบดีเยอรมัน ก็แสดงความรับผิดชอบกรณีที่เคยรับสินบนด้วยการลาออกจากตำแหน่ง การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบลับเฉพาะ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังกำหนดนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านที่ดิน ทำให้คนไทยไม่สามารถไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เพราะผู้นำที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์ต่อประชาชน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่เช่นนั้นประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไร ว่างบประมาณ 6 หมื่นล้านที่รัฐบาลเตรียมไว้ สำหรับทำโครงการ ฟลัดเวย์ จะไม่ตกหล่นอยู่ที่โฟร์ซีซั่น" นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขาดสำนึกความเป็นนักการเมืองที่ดี 5 ข้อ คือ 1. ใช้เวลาราชการไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว กับนักธุรกิจที่เป็นพรรคพวกของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าไม่มีวุฒิภาวะ ที่จะตระหนักว่าเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศไม่พึงกระทำ 2. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์อ้างว่าเป็นนายกจะไปพบกับใครก็ได้นั้น ยิ่งแสดงให้เห็นว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะคนเป็นผู้นำประเทศจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหา เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน 3. นายกรัฐมนตรีไม่เคารพกลไก การตรวจสอบของรัฐสภา นอกจากมีพฤติกรรมหนีสภามาโดยตลอดแล้ว ความไม่พร้อมที่จะถูกตรวจสอบของนายกรัฐมนตรี ยังกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานในสภาไม่ราบรื่น ถึงขั้นดำเนินต่อไปไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาจนอาจเสียหายต่อระบบด้วย
นายชวนนท์ กล่าวต่ออีกว่า 4. นายกรัฐมนตรีขาดภาวะความเป็นผู้นำ ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา แต่กลับส่งลิ่วล้อออกมาปกป้องใส่ร้ายคนอื่น ในขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์หลบอยู่ใต้กระโปรงตัวเอง ซึ่งไม่ใช่วิสัยของผู้นำพึงกระทำ 5 ขาดความซื่อสัตย์ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ไร้มาตรฐานทางจริยธรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่บริหารประเทศเพียง 6 เดือน แต่มีพฤติกรรมขัดรัฐธรรมนูญแล้วถึง 4 เรื่อง คือ 3 เรื่องเป็นพฤติกรรมที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบด้านจริยธรรม ของผู้ตรวจการแผ่นดิน จากกรณีออกนโยบายบ้านหลังแรกเอื้อประโยชน์ ให้บริษัทเอสซีแอสเสท ออกพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และการปฏิบัติภารกิจลับ ว. 5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ส่วนอีกกรณีหนึ่งถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ จากการออกพาสปอร์ตให้นักโทษหนีคดีขัดระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ
“จากพฤติกรรมทั้งหมด ผมจึงไม่คาดหวังว่าคุณยิ่งลักษณ์ จะแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังหวังว่าถ้าคุณยิ่งลักษณ์จะมีความละอายหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยก็ควรขอโทษประชาชน ต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และพิสูจน์ตัวเองด้วยการเนินนโยบายอย่างโปร่งใส เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการฟลัดเวย์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น อย่าให้คนคิดว่านายกรัฐมนตรีที่มาจาก 15 ล้านเสียง ปกปิดข้อมูลพื้นที่รับน้ำกับประชาชน แต่เปิดเผยข้อมูลภายในให้นักธุรกิจที่สนิทสนมไปแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และนายกรัฐมนตรีต้องไปตอบกระทู้สดของคุณรังสิมาด้วยตัวเอง" นายชวนนท์ กล่าว
แกนนำอีสานกู้ชาติ ข้องใจ "เศรษฐา" พบ "ยิ่งลักษณ์"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำอีสานกู้ชาติ ได้เขียนข้อความลงเฟสบุ๊ก โดยระบุว่า หลังนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้บริหารแสนสิริกรุ๊ป ออกมายอมรับว่า พบกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ รร.โฟร์ซีซันส์ชั้น 7 โดยไปพบ 6-7 คน จึงมีข้อเท็จจริงและคำถามตามมาว่า 1.ชั้น 7 ไม่มีห้องประชุม 2.ชั้น 7 เป็นห้องธรรมดาและห้อง suite 3.ห้อง suite แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นชุดรับแขกขนาดเล็กโซฟานั่งได้สองคนเก้าอี้อีกสองตัวบางห้องเป็นโซฟานั่งได้สองคนสองตัว ส่วนที่สองเป็นเตียงนอนและห้องน้ำ
4. นายเศรษฐาอ้างว่าไปพบ6-7คนรวมกับนางยิ่งลักษณ์ก็เป็ 8 คน แสดงว่าในขณะพบกันต้องมี 4 คนต้องยืนหรือไม่ก็นั่งบนพื้น ตลอด 2 ชม.และ 6-7 คนมีใครบ้าง 5.รูมเซอร์วิสได้บริการเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟกาแฟหรือไม่เพราะคนในห้องเยอะมาก 6. ค่าเช่าห้องใครเป็นคนจ่าย ? จ่ายด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต? และห้องที่ใช้หมายเลขอะไร 7.หลังประชุมเสร็จ แม่บ้านเข้าทำความสะอาดทำไมต้องแจ้ง ทำความสะอาดใหม่และเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวใหม่ด้วย ควรมีคนตอบเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องของศีลธรรมและจริยธรรม



