ข่าว

'ปชป.'เล็งยื่น'กมธ.พัฒนาศก.'สอบ'ปู'

'ปชป.'เล็งยื่น'กมธ.พัฒนาศก.'สอบ'ปู'

18 ก.พ. 2555

'ฝ่ายกม.ปชป.' เตรียมยื่น 'กมธ.พัฒนาศก.สภา' สอบ 'ปู' แจง ว.5 โฟร์ซีซั่น เหน็บอย่าเอาความเป็นหญิงมาปกป้องตนเอง ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่ 'นายกฯ' เป็นบุคคลสาธารณะต้องตรวจสอบได้ ด้าน 'ปธ.กมธ.พัฒนาศก.' รับลูก เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม

                    18 ก.พ.55 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออกมายอมรับว่าได้เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ว่า ในที่สุดเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับเมื่อคนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปพบได้ออกมายอมรับแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของข้อสงสัยใหม่ ทั้งที่ผ่านมาคนในรัฐบาลออกมาพูดจนครบทุกคน แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงขอให้หยุดพูดได้แล้ว เพราะยิ่งพูดไปก็ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และสถาบันผู้หญิงเสียหายมากขึ้น และขอให้เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาชี้แจง ว่า เอาเวลาราชการไปทำอะไร ซึ่งนายเศรษฐาระบุว่า พบกันถึง 2 ชั่วโมง ไปคุยกันเรื่องลับทางธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน หรือไปในเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้นายเศรษฐาไปในนามตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หรือไปในนามส่วนตัว

                    น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ กำลังรวบรวมข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของนายเศรษฐา โครงการแสนสิริว่า บัญชีทรัพย์สินมีความผิดปกติหรือไม่ เพื่อที่จะยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ ให้ตรวจสอบทรัพย์สิน หนี้สินของผู้บริหารแสนสิริย้อนหลังไป 7 เดือน  เคยพบกับน.ส.ยิ่งลักษณ์มาแล้วกี่ครั้ง มีการหารือถึงเรื่องอสังหาริมทรัพย์ไปกี่รอบ รวมทั้งความสัมพันธ์ก่อนที่จะมาเป็นนายกฯ นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) บางชุดที่มีหน้าที่ติดตามข้อมูลข่าวสารตรวจสอบย้อนหลังบัญชีของนายเศรษฐา โครงการหมู่บ้าน และคนใกล้ชิดของเครือข่ายแสนสิริ เพื่อดูว่าบัญชีย้อนหลังมีความผิดปกติในบัญชีหรือไม่

                    ทั้งนี้ เราก็จะรอผลการสอบสวนพฤติกรรมของน.ส.ยิ่งลักษ์ ที่มีผู้ยื่นให้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และจะดูว่ามีความเชื่อมโยงกับนายเศรษฐาและผู้บริหารคนอื่นๆ หรือไม่ เพื่อจะได้รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผิดจากรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีบัญชีทรัพย์สินใดที่ยังแจ้งต่อป.ป.ช.ไม่ครบ เนื่องจากโดยปกติการแจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ได้แจ้งเฉพาะคู่สมรสเท่านั้น แต่คนใกล้ชิดที่สังคมเห็นว่า เป็นรู้กันว่าเป็นผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดก็ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินของบุคคลนั้นด้วย

                    " การที่นายเศรษฐาระบุว่าไปพบกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมกับนักธุรกิจอีก 6-7 คนนั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งหากมีการยื่นเรื่องต่อกมธ.แล้วและทราบว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นใคร ก็จะเชิญทั้งหมดมาชี้แจงต่อกมธ แต่หากไม่ให้ความร่วมมือก็จะใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกให้มาชี้แจงในกมธ.  อย่างไรก็ตามเห็นว่า ถ้านายกฯมีความบริสุทธิ์ใจจริงก็ควรจะมาชี้แจงกับกมธ. ไม่ใช่เอาความเป็นผู้หญิงมาปกป้องตัวเอง แล้วโยนบาปให้คนอื่น เพราะคนที่ออกมาพูดเรื่องหมิ่นเหม่ ก็เป็นคนของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น  ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งแต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯก็ถือเป็นบุคคลสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ ว่า จะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อให้คนบางกลุ่มหรือไม่ หรือเอาเวลาราชการไปเจราธุรกิจ เราค่อนข้างมั่นใจว่า พฤติกรรมอย่างนี้สุ่มเสี่ยงต่อการผิดจริยธรรม เพราะถือว่าการกระทำได้เกิดขึ้นแล้ว "น.ส.มัลลิกา กล่าว

                    ด้านนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ แถลงว่า เมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามาในกมธ. ก็ต้องมีการหารือในที่ประชุมว่าจะบรรจุ เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ นอกจากนี้ ก็ต้องรอข้อสรุปของทางพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งว่าจะยื่นให้กมธ.ชุดใด เพื่อความเหมาะสม ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้เข้าข่ายที่กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจจะพิจารณา เพราะเป็นเรื่องการสร้างผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ก็อาจจะบรรจุในระเบียบวาระได้ ทั้งนี้ จะเชิญทุกฝ่ายที่ถูกพาดพิงเข้ามาชี้แจงรวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย โดยจะมีคนกลาง และฝ่ายกฎหมายเข้าร่วม ซึ่งการมาชี้แจงถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกให้มาชี้แจง

 

เผย'กมธ.พลังงานสภาฯ'เตรียมเรียก'เต้น'แจง'โอนหุ้นให้นอมินี'22ก.พ.

 

                    น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล แถลงว่า จากการที่ตนได้ยื่นหนังสือให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ในการตรวจสอบความเกี่ยวพันของ 3 บริษัทและการเป็นนอมินีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่บริษัทเหล่านี้ได้สัมปทานการสำรวจท่อก๊าซของบริษัทปตท. โดยสงสัยว่าทำผิดพรบ.ฮั้วประมูลหรือไม่ ซึ่งล่าสุดทางกมธ.ได้เชิญตน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้ร้อง และเชิญนายณัฐวุฒิ พร้อมด้วยผู้บริหารปตท. และเชิญกลุ่ม 3 บริษัทเข้าชี้แจงต่อกมธ.ในวันที่ 22 ก.พ.เวลา 10.00 น.

                    รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ในฐานะประธานกมธ.ได้ตั้งประเด็นไว้คือ มีการทำผิดพรบ.ฮั้วประมูลหรือไม่ และเมื่อมีการโอนหุ้นไปแล้ว พี่ชายของนายณัฐวุฒิได้ถือหุ้นในลักษณะนอมินีหรือไม่ โดยคาดว่าหลังจากที่กมธ.ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ตรวจสอบต่อไป โดยคดีนี้ตนมีความมั่นใจมาก เนื่องจากทั้งหมดฝ่ายกฎหมายของพรรคได้เตรียมเอกสารไว้หนึ่งแฟ้มใหญ่และยังมีเอกสารที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริยธรรมทางการเมืองที่ต้องทำให้สังคมหายสงสัยและดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเมื่อนายณัฐวุฒิมาเป็นรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญก็ต้องยอมรับการตรวจสอบขององค์กรอิสระ ฝ่ายค้าน และสังคม จึงอยากให้นายณัฐวุฒิเข้าชี้แจงต่อกมธ.ในฐานะแกนนำนปช. ไม่ใช่รมช.เกษตรฯ อย่าอ้างว่าติดภารกิจไม่สามารถมาชี้แจงได้