ข่าว

'ม็อบแท็กซี่'จี้แก้ปัญหา'บัตรเครดิตพลังงาน'

'ม็อบแท็กซี่'จี้แก้ปัญหา'บัตรเครดิตพลังงาน'

18 ก.พ. 2555

'ม็อบแท็กซี่' ร้อง 'ปธ.กมธ.พลังงาน' จี้ ช่วยแก้ปัญหาการใช้ 'บัตรเครดิตพลังงาน' เตรียมยื่นเรื่องต่อ 'ศาลปกครอง' 21 ก.พ. ฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์-ครม.' ออก 'มติครม.' ขึ้นค่า 'ก๊าซเอ็นจีวี-แอลพีจี' เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ด้าน 'ปธ.กมธ.พลังงาน' รับลูก จี้ 'รัฐ' ทบทวนปรับ

                   18 ก.พ.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนขับรถแท็กซี่ นำโดยนายสมบุญ จรรยาเลิศ ประธานปกป้องสิทธิคนขับรถแท็กซี่ และนายณรงค์ มีผล ประธานสมัชชาแท็กซี่แห่งชาติ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราฎษร เพื่อขอช่วยแก้ปัญหาการใช้บัตรเครดิตพลังงาน โดยนายณรงค์ ระบุว่า พบว่ามีปัญหาการใช้บัตรเครดิตพลังงานหลายประเด็น ซึ่งไม่มีการติดตั้งหัวจ่ายให้ใช้บัตรเครดิตพลังงานได้ครบทั่วประเทศ มีเพียงพื้นที่กทม.และปริมณฑลเท่านั้น โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิเกิดปัญหามาก เนื่องจากมีการเปิดหัวจ่ายให้ใช้บัตรเครดิตพลังงานไม่ครบทุกหัวจ่าย อีกทั้งยังมีความผิดพลาดในการปฏิบัติงานในการคืนบัตรส่วนลด ซึ่งไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้ ทำให้เกิดปัญหาในการใช้บัตรครั้งต่อไป และเกรงว่าจะมีการหาประโยชน์ในการเก็บค่าบัตรสมาชิกปะละ 150 บาทเพราะมีการให้บริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ

                   ด้านนายสมบุญ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ พวกตนจะเดินทางไปยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) รมว.พลังงาน รมว.คมนาคม และบริษัทปตท. ต่อศาลปกครอง ฐานะมีพฤติการณ์ที่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน เสียหายในการออกนโยบายพลังงานด้วยการออกมติครม.โดยนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน เป็นผู้นำเสนอให้ครม.พิจารณาเรื่องการกำหนด ราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี แนวทางการจัดหาเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดทำให้ทำให้พวกตนเกิดปัญหาที่เป็นผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะ

                   “เราอยากให้ศาลปกครองคุ้มครองเพื่อประโยชน์สาธารณะที่ดีของชาติบ้านเมือง เนื่องจากการปฏิบัติที่ผ่านมา ทำให้พวกผมได้รับผลกระทบทั้งการมีภาระค่าใช้จ่าย ในการติดตั้งระบบเอ็นจีวีเป็นเงินตั้งแต่50,000 บาทขึ้นไป และยังบังคับให้ติดตั้งเครื่องสื่อสารจำนวน 30,000 บาทด้วย ที่สำคัญคือ การกำหนดให้ใช้บัตรเครดิตพลังงานทั้งที่ยังมีความไม่พร้อม แสดงให้เห็นว่า มติครม.ที่เกิดขึ้นมีการพิจารณาอย่างไม่เรียบร้อย และยังมีการท้าทายให้พวกผมไปฟ้องศาลปกครอง ผมจึงต้องดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนมติให้มีการปรับขึ้นราคารถแท็กซี่ตามต้นทุนประกอบการและค่าครองชีพเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม” นายสมบุญ กล่าว

                   ด้านนายชนินท์ กล่าวว่า เป็นความผิดพลาดของการใช้นโยบายนี้  ดังนั้น อยากให้รัฐบาลไปแก้ไข และทบทวนว่า ควรให้ระบบมีความพร้อมก่อนค่อยขึ้นราคา ซึ่งบัตรเครดิตพลังงานทำให้เป็นหนี้เสียถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นความผิดรัฐบาลที่ควรจะมีการซักซ้อมทำความเข้าใจก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าจะกระชากค่าครองชีพ แต่กลับมีการขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติ ทั้งที่ประชาชนยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากความเสียหายน้ำท่วมและยังต้องเตรียมการรับมือน้ำท่วมในครั้งต่อไป จึงอยากเสนอว่ารัฐบาลไม่ควรขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีในช่วงนี้ และทบทวนการกำหนดราคาน้ำมันดีเซล พร้อมกับปรับราคาค่ารถโดยสารตามต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากขณะนี้มีการคิดค่าโดยสาร โดยอ้างอิงต้นทุนจากน้ำมันดีเซล ทั้งที่ปัจจุบันรถโดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันแล้ว จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมตรวจสอบและกำหนดราคาให้ถูกต้อง พร้อมกับให้ปรับค่าการตลาดในการขายน้ำมันที่ขณะนี้ยังกำหนดไว้สูงเกินไป

                   “ที่มีข่าวว่าปตท.ขาดทุนจากก๊าซธรรมชาติจำนวนมากนั้น ที่ผ่านมาทางปตท.ได้แถลงผลกำไรพบว่ากำไรเหยียบแสนล้านบาท และในการเข้าชี้แจงต่อกมธ.ทางปตท.ระบุว่าพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผลการขาดทุนในก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของปตท. หากรัฐบาลให้แบกรับภาระตรงนี้ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม ดังนั้น จึงควรมีการทบทวนการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดความเดือดร้อนของผู้ใช้รถต่อไป” นายชนินทร์ กล่าว