
'ปู'ส่ง'บุญทรง'จัดรายการแทน
'ยิ่งลักษณ์' ส่ง 'บุญทรง' จัดรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' แทน แจงแนวทางควบคุมสินค้าราคาแพง
18 ก.พ.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จัดรายการ"รัฐบาลยิ่งลัษณ์พบประชาชน" แทน เพื่อแจงแนวทางการแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เรื่องของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายบุญทรง กล่าวว่า จากราคาสินค้าที่มีการปรับตัว ทั้งเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นตัวสะท้อนของภาวะเงินเฟ้อ โดยนโยบายในการดูแลปัญหาค่าครองชีพให้แก่ประชาชนนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังควบคุมได้ และตั้งเป้าคุมเงินเฟ้อไม่ให้เกิน 3.5-3.8 % ดังนั้นค่าครองชีพก็ควรจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะดูราคาปลายทาง สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องจับจ่ายใช้สอย ดูให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม คือ ผู้มีรายได้ขั้นต่ำต้องสามารถซื้อหามาอุปโภคบริโภคในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพชีวิตของตนเองได้ เช่น เรื่องอาหารการกิน ถ้าไม่เหมาะสมสูงเกินไป กระทรวงพาณิชย์ก็จะเช็คตั้งแต่ต้นทุนราคาสินค้า ดูละเอียดมากขึ้นจากปลายน้ำถึงต้นน้ำ เช็คไปถึงราคาวัตถุดิบ และที่ต้องไปดูละเอียดขนาดนั้น ก็เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน 60 กว่าล้านคน เพราะนโยบายของรัฐบาลคือ ยกระดับรายได้ของคนไทย เช่น ปรับเงินเดือนขั้นต่ำปริญญาตรี 15,000บาท และค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ในอัตราค่าแรงที่ได้รับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการอย่างละเอียด เพราะต้องมองตั้งแต่การขึ้นค่าแรง แต่หากไม่มองค่าใช้จ่ายเลยนั้น ต่อให้ขึ้นค่าแรงเท่าไรก็ไม่พอใช้ เพราะค่าครองชีพขึ้นในอัตราสูงกว่าค่าแรง ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบในเรื่องคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ และจะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพขึ้น ลงยังพื้นที่ตามจังหวัด เพื่อตรวจสอบแต่ละพื้นที่เกี่ยวกับสินค้าทั่วประเทศ เพื่อคอยสอดส่งราคาสินค้า โดยอาทิตย์หน้านี้จะเริ่มดำเนินการ
นายบุญทรง กล่าวต่อว่า ส่วนถามว่าจะคุมได้ไหมในราคาทุน ก็เป็นปัญหาโลกแตก เช่น หมูราคาแพงก็ต้องดูว่ามาจากอะไร ต้นทุนมาจากอาหารหรือไม่ เพราะสุดท้ายกระทรวงพาณิชย์ต้องมาแก้ปัญหาราคาหมูแพง ไข่แพง ก็มาเดินขบวนกัน ซึ่งตนได้ให้นโยบายหน่วยงานว่าต่อไปต้องทำงานเชิงรุก บูรณาการหน่วยงาน ทำงานข้ามกระทรวงให้ได้ โดยเฉพาะกระทรวงที่อยู่ในซีกรัฐบาล พรรคเดียวกันก็น่าจะทำงานได้ง่ายขึ้น สำคัญที่สุดคือ คุมราคาให้ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ให้มีการค้ากำไรเกินควร แต่การค้าในไทยเป็นการค้าเสรี จะบอกว่าไม่ให้มีกำไรก็คงไม่ได้ แต่ก็ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม พอควร ไม่กระทบจนมากเกินไป
"นโยบายการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามทำ มีวิธีการที่ทำได้แต่ก็ต้องเจ็บปวดบ้างในระหว่างทำ ความเจ็บปวด คือ ผู้ผลิตที่เป็นนายจ้างต้องแบกรับภาระ ส่วนหนึ่งกระทรวงคลังก็ต้องช่วยดูในเรื่องต้นทุน ถึงมีนโยบายลดภาษีเงินได้จาก 30 % เหลือ 23 % และยกระดับชีวิตคน เช่นเดียวกัน คือ พยายามยกระดับสินค้าเกษตร และยกระดับเกษตรกรให้ดีขึ้น ปลูกข้าวมามีเงินคืนเงินกู้ และมีเงินเหลือพอที่จะอยู่ได้" นายบุญทรง กล่าว
นายบุญทรง กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของปัญหาราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มจากเดิมนั้น ราคาใบล่ะ 2.20 สต. ขณะนี้ ผู้ประกอบการขอเจรจาให้ปรับเพิ่มขึ้นอีก 40 สต.นั้น ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ไม่เห็นดัวยที่จะมีการปรับราคาไข่ เพราะจะทำให้ปลายทางที่ส่งต่อไปยังกลุ่มผู้บริโภคปรับขึ้นตาม ตรงนี้กระทรวงพาณิชย์ได้หาแนวทางแก้ไขที่จะทำอย่างไรเมื่อซื้อสินค้าจากต้นทุนได้ถูกลง ซึ่งได้มีการเรียกผู้เลี้ยงมาหารือร่วมกัน และประสานกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้ควบคุมไข่ไก่จากต่างประเทศที่รับเข้ามาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่กระทบกับผู้ผลิตในประเทศเอง ก็จะสามารถช่วยลดผลกระทบตรงนี้ได้
ส่วนกองทุนน้ำมันที่มีการปรับขึ้นทั้งหมดนั้น จะกระทบต้นทุนหรือไม่ นายบุญทรง กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่กระทบจากภายนอก ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทน และขอย้ำว่า สินค้าไม่ได้ขึ้นทั้งหมดตามสภาวะราคาน้ำมันขึ้นสูงทุกรายการ แต่จะมาอยู่ในรูปแบบของค่าขนส่ง ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ได้เจรจากลุ่มสินค้าทั้งหมด 42 รายการ เพื่อขอความร่วมมือในการปรับราคาสินค้าในขณะนี้ให้อยู่ในเกณฑ์เดิมไปก่อน ซึ่งหากจะมีการปรับราคาสินค้าตัวใดก็ต้องมาเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเหมาะสมที่สุด



