ข่าว

DSIชี้วชิรพยาบาลส่อฮั้วประมูล

DSIชี้วชิรพยาบาลส่อฮั้วประมูล

18 ก.พ. 2555

ดีเอสไอ พบหลักฐาน ส่อฮั้วประมูลเครื่องซักผ้าวงเงิน34ล. ของ วชิรพยาบาล ส่งหลักฐาน ให้ผู้ว่ากทม.ดำเนินการ พร้อมรับเป็นคดีพิเศษ

          นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกลุ่มแพทย์วชิรพยาบาลมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ร้องให้ตรวจสอบ นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาลว่า จากการตรวจสอบหนังสือร้องเรียนรวม 9 ประเด็น ดีเอสไอได้ตั้งชุดสืบสวนเข้าสอบปากคำ และตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พบว่า กรณีการประกวดราคาจัดซื้อเครื่องจักร 1 ระบบของวิทยาลัยแพทย์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล มีมูลความผิด และอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด ตามพรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ(ฮั้วประมูล)

          "ดีเอสไอ จะรับกรณีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ให้รับทราบกรณีพบมูลความผิดของผู้บริหารวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ภายใต้การกำกับดูแลของกทม. และข้อเท็จจริงในคดีนี้ อาจเกี่ยวข้องกับข้าราชการในสังกัดกทม."

          ส่วนกรณีที่นพ.ชัยวัน ระบุว่า กรณีดังกล่าวมาจากเหตุที่ถูกการเมืองกลั่นแกล้ง และดีเอสไอชี้มูลความผิด โดยไม่มีการเรียกเข้าชี้แจง นายธาริต กล่าวว่า ในชั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พนักงานสอบสวน มองว่า เอกสารหลักฐานที่ตรวจสอบพบ มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้เป็นคดีพิเศษ

          "ยืนยันว่า การทำงานของดีเอสไอ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ในชั้นสอบสวน จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย รวมถึง นพ.ชัยวัน นำหลักฐานเข้าชี้แจง และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" นายธาริต ระบุ

          สำหรับกรณีการจัดซื้อเครื่องจักร 1 ระบบ เป็นการใช้คำที่เจตนาให้ผู้ประกอบการรายอื่น ไม่ทราบว่า เป็นเครื่องจักรประเภทใด ทั้งที่จริงเป็นการประกวดราคาเครื่องซักผ้า สลัดผ้าอัตโนมัติ เครื่องอบผ้าระบบอุโมงค์ และเครื่องกำเนิดไอน้ำ

          นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกทม. กรณีไม่นำบัญชีมาตรฐานของสำนักงบประมาณ มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด เช่น เครื่องอบผ้าขนาด 200 ปอนด์ ราคามาตรฐานเครื่องละ 485,000 บาท แต่มีการจัดซื้อในราคาเครื่องละ 3,247,142 บาท ส่งผลให้วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล เสียหายเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทเอกชน ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาขายเครื่องซักผ้าให้โรงพยาบาล ผลการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าว นำเอกสารการเป็นผู้แทนจำหน่วยเครื่องซักผ้ายี่ห้อหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา มายื่นประกวดราคา ทั้งที่ไม่เคยเป็นตัวแทนจำหน่าย ขณะที่ยี่ห้อดังกล่าว มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเพียงรายเดียว และไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว ดังนั้น ถือว่า บริษัทดังกล่าว มีการปลอมแปลงเอกสาร เพื่อให้ได้รับเลือกเป็นคู่สัญญา

          สำหรับ กรณีดังกล่าว สำนักการแพทย์กทม. ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สน.พลับพลาไชย แต่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กลับไม่ยกเลิกการประกวดราคา ทั้งที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า บริษัทดังกล่าวขาดคุณสมบัติของผู้เสนอราคา