ข่าว

แชร์'ดีเอ็นเอ'สืบคดีค้าสัตว์ป่าทั่วโลก

แชร์'ดีเอ็นเอ'สืบคดีค้าสัตว์ป่าทั่วโลก

19 ก.พ. 2555

แชร์'ดีเอ็นเอ'สืบคดีค้าสัตว์ป่าทั่วโลก : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ

             การจับกุมขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าแต่ละครั้ง มักสร้างความสลดหดหู่ให้แก่ผู้ที่พบเห็น เมื่อรู้ถึงชะตากรรมของสัตว์ป่าใหญ่น้อยที่ถูกพรากมาจากพงไพร เพื่อไปบำเรอบำรุงกำลังตามความเชื่อที่งมงายของเศรษฐีเงินถัง ที่ใช้เศษเงินแลกกับการได้ลิ้มลองชีวิตของพวกมัน !! แต่หลังจากนี้ไปคงไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อองค์กรทุกภาคส่วนของสังคมไทยและตัวแทนจาก 66 ประเทศทั่วโลก 300 คน ได้ผนึกกำลังกัน เพื่อปกป้องชีวิตสัตว์ป่าเหล่านี้ ภายใต้องค์การตำรวจสากลผ่านกรอบการประชุม "คณะทำงานด้านอาชญากรรมเกี่ยวสัตว์ป่าและพืชป่า ครั้งที่ 23" ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
 
             พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์เกี่ยวกับการลักลอบค้าสัตว์ป่า มาหมาดๆ และรับปากว่า จะผลักดันเรื่องเกี่ยวกับคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งเรื่องช้าง เสือโคร่ง โดยจะพูดคุยกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบปัญหาการลักลอบขนสัตว์ตามแนวตะเข็บชายแดนที่ติดต่อกับประเทศไทย มองสถานการณ์และปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติแล้วหรือไม่?

 -การลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ต้องยุติหรือปราบปรามให้เร็วที่สุด
 
             คงเป็นขบวนการ "ล่าช้าง" ที่เกิดขึ้นบริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และจ.ราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเขตติดต่อชายแดนไทยกับประเทศพม่ามีขบวนการลักลอบฆ่าแม่ช้างเพื่อเอาลูกช้างแล้วนำมาสวมตั๋วรูปพรรณ ส่วนช้างโตที่ถูกฆ่าก็จะชำแหละเอาอวัยวะต่างๆ ไปทำยา หรือส่งไปขายยังร้านอาหารเปิบพิสดารในต่างประเทศ รวมถึง "เสือโคร่ง" มีการเอาเสือที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงมาชำแหละ และ "ตัวนิ่ม" ก็จะถูกขนออกต่างประเทศ เพื่อนำไปทำเป็นยาด้วยเช่นกัน  

 -มีการหารือร่วมกันในการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างไร
 
             เครือข่ายการค้าซากสัตว์นั้น มักมีเครือข่ายในต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางผ่าน ก่อนที่จะส่งไปยังประเทศที่สาม ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมาพูดคุยกันว่า ประเทศของตนเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งบางประเทศกฎหมายการลงโทษผู้กระทำผิดนั้นแตกต่างกัน ก็อาจจะมีการตกลงคุยกัน เพื่อสรุปให้มีข้อตกลงร่วมกันในการให้ความร่วมมืออย่างกรณี หากมีเหตุเกิดขึ้นตามเขตแนวชายแดนในแต่ละประเทศจะมีการร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างไร
 
 -คดีเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่า จะมีการนำใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ด้วย
      
             กำลังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องนี้อยู่ ทั้งเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ การตรวจร่องรอยของสัตว์ต่างๆ ว่ามาจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ ตัวนี้เป็นพ่อแม่กันเป็นญาติกันหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อคลี่คลายคดีๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสาวไปถึงผู้กระทำผิดให้ได้ นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมผลตรวจดีเอ็นเอของสัตว์ต่างๆ มาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลเพื่อสืบหาเบาะแส แต่มีข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายสูง

 -การประชุมครั้งนี้ นานาประเทศให้ความสำคัญในเรื่องใดมากที่สุด

              การประชุมในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่คณะทำงานทั้งสองคณะจะประชุมในเวลาเดียวกัน คือ การประชุมคณะทำงานด้านอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่า และพืชป่าครั้งที่ 23 และการประชุมคณะทำงานด้านอาชญากรรมเกี่ยวกับมลพิษ ครั้งที่ 17 ซึ่งคณะทำงานจะให้ความสนใจเกี่ยวกับอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในความสนใจ อาทิ การค้าสัตว์ป่าหรือพืชป่าที่ผิดกฎหมาย, การค้าไม้เถื่อน, การประมงที่ผิดกฎหมายและการไร้การควบคุม, การนำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ รวมถึง อาชญากรรมเกี่ยวกับมลพิษ อาทิ เรื่องการหกรั่วของน้ำมันในทะเล, การคอรัปชั่นในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต, ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการใช้นิติวิทยาศาสตร์ในอาชญากรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

 -ปัญหาอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมแต่ละประเทศเหมือนกันหรือไม่
       
             ทุกชาติมีปัญหาคล้ายๆ กันอย่างเรื่องปัญหาการค้าสัตว์ป่านั้น แต่ละประเทศก็มีปัญหาไม่ต่างจากบ้านเรา เพียงแต่ว่าสัตว์ในแต่ละประเทศนั้นอาจจะเป็นคนละชนิดกัน ซึ่งจะมีการขึ้นบัญชีสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ บางประเทศก็เป็น นกหัวจุก เต่า ส่วนของไทยเป็น ช้าง เสือ ตัวนิ่ม ซึ่งแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน และในการประชุมครั้งนี้ ไทยจะนำไม้พะยูงเข้าไปอยู่ในสัญญานี้ด้วย ส่วนในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ตอนนี้น่าจะเข้าอยู่ในบัญชีไซเตสเกือบหมดแล้ว จึงเพียงแต่มีการมาคุยกันว่าทำอย่างไร ถึงจะลดปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างพวกงาช้างที่จับได้นั้นก็มีการฆ่าช้างจากแอฟริกาใต้และมีการนำมาผ่านประเทศไทยไปยังประเทศโลกที่สามนั้น จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ส่วนเสือโคร่ง ก็ใช้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางในการส่งไปยังประเทศจีน

 -การประชุมครั้งนี้ ไทยจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
 
             คงมีการผลักดันมาตรการและการแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายข้ามชาติ เช่น การค้าเสือ ตัวนิ่ม ช้าง งาช้าง และไม้พะยูง ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญของเราในขณะนี้ อย่างประเทศเพื่อนบ้านเราในกัมพูชา ลาว ก็มีการหารือกันว่าในเรื่องของไม้พะยูงจะประสานช่วยเหลืออะไรกันได้บ้าง ส่วนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่ตลาดนัดจตุจักร ก็คงจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะไทยกำลังถูกจับตาจากไซเตส เพราะมีโอกาสที่จะคุยกับประเทศอื่นและมีความร่วมมือกันเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ด้วย และอีกเรื่องที่สำคัญคือมีโอกาสเสนอเรื่องไม้พะยูงที่จะมีการนำเสนอเข้าบัญชีไซเตส เพื่อหาเสียงสนับสนุนข้อเสนอของประเทศไทยในที่ประชุม "CITES  Cop 16" ในปี 2556 ที่จะถึงด้วย

     -คาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชน
     
             เราจะนำข้อมูลที่จะมีการสรุปออกมาจากที่ประชุมนั้น มาสรุปเพื่อหารือเป็นมาตรการต่อไป แต่สิ่งที่เริ่มต้นได้ง่ายเลยคืออยากจะขอความร่วมมือกับประชาชน ไม่ว่าจะพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าไม่ว่าจะเป็น ช้าง เสือ ตัวนิ่ม สัตว์อื่น ไม้พะยูง หรือไม้หวงห้ามต่างๆ ขอให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะช่วยปราบปรามการกระทำความผิดทางสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะชาวบ้านอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และเขาจะเห็น ก็ขอให้ช่วยแจ้ง บางทีคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ในเบื้องต้นขอแค่ให้ข้อมูลก่อน อยากเชิญชวนให้คนรักสัตว์ อย่าพูดแต่คำว่ารัก แต่ต้องช่วยกันจริงๆ และช่วยดูแลสภาพแวดล้อมป่า อย่าพูดแต่คำว่ารัก แต่ไม่ช่วยกันทำ

..............

(หมายเหตุ : แชร์'ดีเอ็นเอ'สืบคดีค้าสัตว์ป่าทั่วโลก : สัมภาษณ์พิเศษ  พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ)