
'ปืน'ปึ้กบุก'แมว'เอฟเอคัพรอบ5
"ปืนใหญ่" สุดปึ้กได้ แชร์วินโญ คืนทัพพร้อมบุกไปเยือน "แมวดำ" ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 คืนวันเสาร์ที่ 18 ก.พ. ขณะที่ เชลซี มีลุ้นได้ตัว "เจที" กลับมาช่วยยืนคุมแนวหลังรอเปิดบ้านต้อนรับ เบอร์มิงแฮม
ศึกฟุตบอลถ้วย "เอฟเอ คัพ" รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ มีโปรแกรมฟาดแข้ง 5 คู่ โดย "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ต้องยกพลบุกไปเยือนถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ดวลแข้งกับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เพื่อนร่วมลีกเดียวกัน เวลา 24.15 น. เกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แม้จะต้องรอเช็กความฟิตของ แพร์ แมร์เตซัคเตอร์ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่จะได้ตัว แชร์วินโญ กลับมาช่วยแนวรุกอย่างแน่นอน หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ทีมชาติไอเวอรีโคสต์ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เรียบร้อยแล้ว
คาดว่า "ปืนใหญ่" น่าจะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงเล่นค่อนข้างแน่ เพื่อลุ้นถ้วยแชมป์รายการนี้ แม้จะเหนื่อยล้ามาจากเกมสโมสรยุโรปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ก็ตาม โดย วอจ์เซียค เชสนี เตรียมยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม ส่วนกองหลังได้แก่ โธมัส แฟร์มาเลน, โลรองต์ คอสเซียลนี, บาการี ซานญา และคีแรน กิบบส์ ขณะที่แดนกลางประกอบไปด้วย มิเกล อาร์เตตา, อเลกซานเดอร์ ซง, ธีโอ วัลคอตต์ และอเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ส่วนคู่หัวหอก แชร์วินโญ เตรียมกลับมาประสานร่วมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก "ติตี้" เธียร์รี อองรี หมดสัญญายืมตัวแล้วนั่นเอง
ด้านเจ้าถิ่นของ มาร์ติน โอนีล ยังคงหมดสิทธิใช้งาน เวส บราวน์ และเดวิด วอห์น ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่มีลุ้นได้ตัว เครก กอร์ดอน, ลี คัตเทอร์โมล และนิคคลาส เบนท์เนอร์ ที่เพิ่งหายเดี้ยงกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง ส่วนพวกแข้งหลักอย่าง จอห์น โอเชีย, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, สเตฟาน เชสเซญอง และไฟร์เซอร์ แคมป์เบลล์ พร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน เพื่อหวังล้างแค้น "ปืนใหญ่" ที่เพิ่งบุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ถึงถิ่น 1-2 ในเกมลีกเมืองผู้ดีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อน
ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม ทีมดังจากลีกแชมเปี้ยนชิพ เวลา 19.30 น. นัดนี้ อังเดร บียาส โบอาส กุนซือเจ้าถิ่นตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาต้องพยายามปลุกเร้าให้ลูกทีมกลับคืนสู่ฟอร์มเก่งให้ได้ หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่สะกดคำว่าชนะในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไม่เป็นมาแล้วถึง 4 เกมซ้อน แถมยังหมดสิทธิใช้งาน แอชลีย์ โคล และรามิเรส ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บอีกด้วย
ทว่า เชลซี มีโอกาสลุ้นได้ตัว "เจที" จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมคนเก่งกลับมาช่วยยืนคุมแนวรับ หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บกลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว แต่ยังคงต้องรอเช็กความฟิตอีกครั้ง ขณะที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก่งพร้อมกลับมายืนล่าตาข่ายเหมือนกัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ทีมชาติในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ส่วนพวกแข้งหลักอย่าง ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา และเฟอร์นันโด ตอร์เรส ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก
ฝั่งทีมเยือนของ คริส ฮิวจ์ตัน กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หลังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นมาแล้วถึง 9 เกม แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บคาดว่า โบอาซ มายฮิลล์, สตีเวน คัลด์เวลล์, คีธ ฟาเฮย์, คริส บรูค, และมาร์ลอน คิง น่าจะได้ลงสนามอย่างแน่นอน
ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะเวลา 22.00 น. เอฟเวอร์ตัน พบ แบล็คพูล, มิลล์วอลล์ พบ โบลตัน, นอริช พบ เลสเตอร์
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)
----------



