ข่าว

เกราะกันภัยยาร้าย...สร้างได้

เกราะกันภัยยาร้าย...สร้างได้

18 ก.พ. 2555

เกราะกันภัยยาร้าย...สร้างได้

                    วันนี้เจ้าหน้าที่กวาดล้างยาบ้าได้ลอตใหญ่ วานนี้จับกุมผู้ค้าและผู้เสพได้ยกแผง พรุ่งนี้ข่าวหน้าหนึ่งจะขึ้นพาดหัวใหญ่ว่าคนคลั่งเพราะเสพยา (เสพติด) จับเด็กเป็นตัวประกัน หรือคนดังต้องลาโลกเพราะติดยาอีกหรือไม่ เป็นเรื่องที่พอจะคาดเดาได้ในสังคมที่การแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

                    การรอให้มีฮีโร่มาตามกวาดล้างให้สิ้นซากคงไม่ทันการณ์ ดูเหมือนหนทางที่จะพ้นภัยจากเจ้ายาร้ายนี้อาจต้องใช้หลัก "อัตตา หิ อัตตโน นาโถ"  ซึ่งเสียงจากสังคมกำลังดำเนินตามวิถีนี้หรือไม่ ลองไปฟังนานาทัศนะ เริ่มจากนิสิตสาวเฟรชชี่นิเทศศาสตร์ จากรั้วจามจุรี "บัว" อาภาภัทร กัญจนพฤกษ์ ที่มองเรื่องยาเสพติดในสายตาของเด็กรุ่นใหม่ว่ากลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายในสังคมได้หลายรูปแบบหากอยู่ในสังคมที่ไม่ดี ก็พาลให้ตัวเองไม่ดีไปด้วยได้เป็นเรื่องที่วัยรุ่นต้องระวัง และมีจิตใจมั่นคงที่จะไม่ไปแตะต้อง

                    "ที่บ้านจะคอยสอนให้เรารู้โทษของสิ่งเหล่านี้เสมอ ตอนที่เข้าปี 1 เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว เลือกคบเพื่อนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ แต่จริงๆ แล้ว ต้องอยู่ที่ใจของเรามากกว่า ถ้าเรามั่งคง มีทัศนคติที่ชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว ต่อให้ใครชักชวนเท่าไหร่ก็ไม่ไปพึ่งแน่นอน เรื่องการปลูกฝังบัวก็ว่าเป็นสิ่งสำคัญ ตอนเด็กเวลาดูโทรทัศน์ เวลามีฉากเกี่ยวกับยาเสพติดพ่อแม่จะบอกเลยว่ามันไม่ดียังไง ให้โทษแบบไหนบ้างยกตัวอย่างชีวิตของคนที่เคยหลงผิดให้ฟัง จนบัวก็จำฝังใจมาตลอดว่าสิ่งเสพติดเป็นของไม่ดี" สาวหน้าใส กล่าว

                    ด้านหนุ่มนักเรียนนอกจากสหรัฐอเมริกา เบญ เบญจรงคกุล บอกว่ามีโอกาสติดตามข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดยาเสพติดในเมืองไทยพอสมควร รู้สึกว่านับวันยิ่งหนัก มีการซื้อขายกันหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ส่วนคนเสพก็มีทุกระดับไม่ว่าคนหาเช้ากินคำหรือคนรวย อีกทั้งบางครั้งผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องยังเมินที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ดูแล้วก็เศร้าใจที่สังคมเป็นแบบนี้ ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าวทุกคนต้องสร้างเกราะให้ตัวเอง

                    "การปราบปรามควรจะดีกว่านี้ ขนาดในหอพักนักเรียนนักศึกษาก็ยังเห็นเสพยากันเลย เคยได้ยินว่ามีบุหรี่รสช็อกโกแลตหรือรสผลไม้ต่างๆ เมื่อ 3-4 ปีนำเข้ามาจากมาเลเซีย คิดดูว่าขนาดยาเสพติดพื้นฐานยังมีออกมายั่วยุหลายรูปแบบ สำหรับผมเองไม่สูบบุหรี่อยู่แล้ว และไม่คิดลองสิ่งเสพติดอื่นๆ ด้วย จะใช้วิธีถอยห่างด้วยการออกกำลังกาย มีเพื่อนๆ ที่สูบบุหรี่แล้วมาออกกำลังกายด้วยกัน สังเกตว่าเขาจะเหนื่อยเร็ว ส่งผลให้การดำเนินชีวิตยากขึ้นด้วย ผมว่าการจะติดหรือไม่ติดไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือสังคมนะ ส่วนการลงโทษนั้นคิดว่าสำหรับคนขายควรลงโทษสถานหนักสุดเพราะเขากระจายภัยสู่สังคม ส่วนคนเสพก็ต้องให้การบำบัดและให้การศึกษา ชี้โทษให้เห็นว่านอกจากตัวเขาจะย่ำแย่แล้ว ยังส่งผลกระทบกับคนที่เขารักด้วย" บัณฑิตหมาดๆ ชี้ชวน

                    ยาร้ายที่แทรกซึมอยู่ในสังคมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สำหรับคุณแม่ลูกสาม "หญิง" ศศมณฑ์ สงวนสิน มองว่านับวันยาเสพติดจะเป็นเรื่องใกล้ตัว อย่าง ไวน์ เหล้า บุหรี่ เด็กๆ มีโอกาสเห็นบ่อย ดังนั้นพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างให้ลูก และต้องปลูกฝังให้รู้ถึงพิษภัยที่ร้ายแรง รวมทั้งยกตัวอย่างที่เห็นได้จริงและหาภาพที่ดูน่ากลัวมากๆ มาประกอบการสอน แต่บางครั้งขณะเข้าสังคมก็มีบ้างที่พ่อแม่ต้องดื่ม ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจ

                    "จะปลูกฝังลูกๆ ทุกคนตั้งแต่เด็ก พอเริ่มรู้หนังสือก็ค่อยๆ สอนไปเรื่อยๆ คือจะพยายามสอนด้วยการยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน และเน้นการสอนให้คิดได้เอง อย่างลูกสาวคนโตเขามีเพื่อนที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมาแล้วขับ พอเห็นตัวอย่างเขาก็จะฟังที่เราสอนมากขึ้น อีกอย่าง ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่อยากรู้อยากลอง ถ้าเรายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พี่ก็จะให้เขาลองด้วยตัวเองอย่างไวน์หรือเหล้าก็เคยให้เขาลองดื่มมาแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในการควบคุมของเราด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องดูแลพฤติกรรมลูกๆ อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงเพื่อนของลูกด้วย ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะพี่เชื่อว่าได้สร้างภูมิคุ้มกันให้พวกเขาอย่างแข็งแรงและอยู่ในสายเลือดแล้ว" คุณแม่ลูกสาม เผยเทคนิคการสอนส่วนตัว

                    ส่วนคุณแม่ยังสวย "ดาว" พอฤทัย ณรงค์เดช ย้ำชัดเจนเลยว่า ต้องใกล้ชิดกับลูกๆ ซึ่งโชคดีที่ครอบครัวของเธอค่อนข้างใกล้ชิดกัน มีอะไรจะคุยกันเพื่อจะได้ดูว่าลูกมีทัศนคติอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดการให้ลูกได้เห็นเรื่องราวจากข่าว ซึ่งเป็นภาพจริงเหตุการณ์จริง จะทำให้สามารถสอนได้ว่า หากเสพยาเสพติดแล้วจะได้ผลลัพธ์อย่างไร

                    "ลูกชายตอนนี้โตแล้วคุยกันรู้เรื่อง แต่พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือเราต้องคุยกับลูกทุกเรื่อง การสื่อสารระหว่างคนในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ดาวเป็นคนอยู่กับปัจจุบัน จะไม่คิดไปก่อนล่วงหน้าว่าถ้าลูกโตแล้วจะกลัวว่าเขาจะลองยาเสพติดหรือเปล่า เพราะถ้าเรากลัวก็จะทำให้เราไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต พ่อแม่รุ่นใหม่ต้องมีเวลาใกล้ชิดลูกให้มากที่สุด เพราะการเป็นแม่ต้องใช้จิตวิทยาสูงในการเลี้ยงลูก แค่กอดกันคุยกันให้มากๆ ความเข้าใจ ความรัก และความผูกพันในครอบครัวดาวเชื่อว่าจะเป็นเกราะป้องกันสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ได้" คุณแม่ดาว แจกแจง

                    ปิดท้ายด้วยคุณแม่ลูกสอง "เล็ก" ขวัญใจ เจียรวนนท์ ที่ยอมรับว่ามีสูตรเด็ดในการเลี้ยงลูก คือ ปลูกฝังให้รักการเล่นกีฬามาโดยตลอดจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการใช้ชีวิต ดังนั้นเวลาว่างทั้งหมดของลูกๆ จึงหมดไปกับการฝึกซ้อมกีฬา เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างก็หมดแรงถึงเวลานอนพอดี จนตอนนี้ลูกชายเลื่อนขั้นกลายเป็นนักกีฬาทีมชาติไอซ์ฮอกกี้ไปแล้ว

                    "จะบอกเพื่อนๆ ที่มีลูกชายเสมอว่าต้องอัดกีฬาให้เขา เพราะถ้าเขาเชี่ยวชาญสักกีฬาสิ่งนี้สามารถเป็นใบเบิกทางให้เขาเข้าเรียนที่ดีๆ ได้ด้วย เรื่องยาเสพติดเราก็สอนเขา ซึ่งเขาก็รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ถึงตอนนี้ลูกจะโตแล้วแต่เชื่อว่าเขาคงจะมีสติรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี เราจะไม่เคยห้ามลูกเลยไม่ว่าลูกจะทำอะไร เพราะถ้าเราห้ามแล้วลูกไปทำลับหลังเราคงไม่มีประโยชน์อะไร สอนให้เขารู้จักคุณและโทษของสิ่งเหล่านี้ดีกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับพวกเขาตัดสินใจเอง เพราะเชื่อว่าเราให้เกราะป้องกันกับเขาไปแล้ว" คุณแม่เล็ก กล่าว

                    สังคมคาดหวังที่จะหลุดพ้นจากยาเสพติด ขณะเดียวกันก็ไม่นิ่งนอนใจที่สร้างภูมิคุ้มกัน จะได้ผลแค่ไหนพิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเอง