
'ยุทธศักดิ์'จวกฝ่ายค้านเล่นเกมจนสภาล่ม
'ยุทธศักดิ์'จวกฝ่ายค้านเล่นเกมจนสภาล่ม เหตุหวังเล่นงานนายกฯกรณีโรงแรมโฟร์ซีซั่น ปฏิเสธไทยไม่ได้อยู่ในบัญชีดำเรื่องแหล่งฟอกเงิน
เมื่อเวลา 12.00 น. พ.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุการณ์สภาล่มเมื่อบ่ายวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา กรณีที่พรรคฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่พรรคฝ่ายค้านต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาตอบเองและไม่ให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ตอบแทน แต่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุญาตพรรคฝ่ายค้าน จนเกิดการประท้วงขึ้นช่วงที่นายสมศักดิ์สั่งให้เชิญนางสาวรังสิมา รอดรัศมี สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ออกจากห้องประชุม ทำให้นายสมศักดิ์สั่งพักการประชุมและปิดประชุมในเวลาต่อมาว่า เกิดความวุ่นวาย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาไม่เพียงพอ และ สส.ฝ่ายค้านลุกประท้วงไม่ให้ตนพูด เรื่องมันน่าจะเป็นเกมเล่นงานนายกฯ และน่าจะรอสัปดาห์หน้าเพื่อรอนายกฯมาตอบในเรื่องนี้เอง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า กระทู้ถามสดนั้นควรตั้งกระทู้ที่เป็นสาระเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการส่งรองนายกรฐมนตรีไปชี้แจงแทนนั้น นายกรัฐมนตรี ดูจากกฎหมายและมอบรองนายกฯตอบกระทู้แทนได้ วันนั้นรองนายกฯหลายคนติดราชการ เหลือตนเพียงคนเดียวที่ต้องมาหารือเรื่องอื่นๆ เพราะตนเพิ่งทราบว่าฝ่ายค้านจะกระทู้ถามสดสองเรื่องในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. ตนต้องไปตอบกระทู้ทั้งเรื่องระเบิดของชาวอิหร่าน โดยเรื่องนี้ตนตอบไปว่าไม่เกี่ยวกับการจับกุมนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน เมื่อเดือนที่แล้ว
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า แต่กระทู้เรื่องของนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเกมมากกว่า ที่จะให้ตนตอบกระทู้นี้ เพราะตนรอตอบกระทู้ดังกล่าว เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เคยตอบเรื่องนี้ไปแล้ว ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้หนี แต่นายกรัฐมนตรีไปราชการ และโดยทางกฎหมายนั้น ตนสามารถตอบแทนนายกฯในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินได้ อีกทั้ง นายสมศักดิ์ ขอให้ตอบเรื่องการทำงาน แต่ฝ่ายค้านถามเรื่องส่วนตัว จึงเถียงกันไปมา ส่วนข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ทราบและนายกรัฐมนตรีไม่ได้เล่าให้ฟัง แม้ในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนอยู่กับนายกฯทั้งวันจนช่วงบ่ายตนมีภารกิจ จึงนัดพบนายกฯอีกครั้งช่วงเย็นของวันนั้น ส่วนข้อสงสัยระหว่างนายกฯกับนายเศรษฐา ทวีสิน ตนไม่รู้จักกับคนๆนั้น
เมื่อถามว่า ภาพที่ออกมาคล้ายว่า รัฐบาลเพลี้ยงพล้ำในสภา เพราะมักจะมีคำสั่งปิดประชุมเสมอ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ประธานไม่ได้สั้งปิดหนีแต่เพราะมีเหตุวุ่นวายมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาทำงานได้ไม่เต็มที่ ฝ่ายค้านยืนขึ้นและไม่มีใครออกจากห้องประชุมตามคำสั่งประธาน เหลือวิธีเดียวคือพักประชุม โดยขอให้วิปสองฝ่ายไปหารือ แต่หากตกลงไม่ได้ก็ต้องปิดประชุม ตนจึงไม่ได้ตอบกระทู้นี้ แม้ตนพยายามจะตอบกระทู้นี้สองครั้งแล้วก็ตาม
เมื่อถามว่า ประชาชนอาจหมดศรัทธา สส. และสว.ในเรื่องแบบนี้ เพราะไม่มีวุฒิภาวะ รองนายกฯ กล่าวว่า “ตนรู้ว่าไม่ได้ตอบแน่ เพราะฝ่ายค้านจะตีรวนว่า นายกรัฐมนตรี ไม่มาตอบกระทู้ และเหมือนกับเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว วันที่ 9ก.พ.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดถาม นายกรัฐมนตรี เรื่องเหตุผลการตั้งนางนลินี ทวีสิน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในช่วงที่เกิดเหตุตนคุยกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศว่า มันเหมือนการตอบกระทู้สดคราวที่แล้ว
"ยุทธศักดิ์"ปฏิเสธไทยไม่ได้อยู่ในบัญชีดำเรื่องแหล่งฟอกเงิน
เมื่อเวลา 12.00 น. พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการจับกุมสามชายชาวอิหร่านคือนายซาอิฟ โมราบี ผู้บาดเจ็บขาขาด นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ซึ่งจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนายมาซุด ซีดากัส ซาเดท ซึ่งมาเลเซียควบคุมตัวได้หลังร่วมก่อเหตุระเบิดสามครั้งที่ซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยอิสราเอลระบุว่า คนร้ายมีเป้าที่จะสังหารนักการทูตและบุคลากรชั้นนำของอิสราเอลในไทยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังสอบสวนและชี้แจงเป็นขั้นตอน
ส่วนชายคนร้ายอีกหนึ่งคนที่ทราบว่า ร่วมก่อเหตุเพราะทราบจากการขยายผลออกมาแล้วนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จากภาพของซีซีทีวีที่จับได้พบว่ามีชายอีกคนหนึ่งและกำลังหาหลักฐานอยู่ เรื่องนี้กำลังสอบสวนหาข้อเท็จว่าชายคนนั้นอยู่ในกทม.หรือไม่ รวมทั้งการจับกุมที่มาเลเซียด้วย และการขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้นต้องดูในสัญญาระหว่างสองประเทศ เพราะไทยกับมาเลเซียไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
เมื่อถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นในไทยนั้นมีความชัดเจนหรือไม่ว่า เป็นการก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุที่อินเดียและจอร์เจีย พลเอกยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนเพราะกำลังสอบสวน แต่ลักษณะของการดำเนินการนั้น อิสราเอลและสหรัฐอเมริการะบุว่า การดำเนินการในไทยคล้ายกับเหตุที่เกิดขึ้นในอินเดียกับจอร์เจีย เมื่อถามว่าไทยจะมีหลักเป็นตัวของตัวเองในการดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้หรือไม่ รวมทั้งจะดำเนินคดีให้ยุติเร็วที่สุดหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องรีบดำเนินการทุกอย่างให้ภาพมีความชัดเจน ไทยยังมีความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด เพราะไทยเป็นมิตรทั้งสองฝ่าย คืออิหร่านกับอิสราเอล เพราะสองประเทศนี้เป็นมิตรที่ดีของไทยทั้งคู่
เมื่อถามถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆทุกวัน และดำเนินมาตรการเข้มงวดในการตรวจตราและแจ้งข่าวให้ต่างประเทศรับทราบ เพื่อให้เข้าใจสถานภาพเหตุต่างๆในไทย เมื่อถามว่า มาตรการการควบคุมสารตั้งต้นในการทำระเบิด เพราะในไทยสามารถหาซื้อได้ง่ายนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกตลอดเวลาแต่มันมีวิธีนำเข้าแบบลอดสายตาของฝ่ายตรวจสอบ ตรงนี้ไม่ขอระบุในรายละเอียด เมื่อถามว่า จะทบทวนการขอ Visa on Arrival หรือไม่นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประทศเริ่มทบทวนแล้ว รวมทั้งการให้บริษัทท่องเที่ยวรับทำวีซ่าให้นักท่องเที่ยวด้วย แต่ไทยนั้นเหมือนมีสองมือ คือ มือหนึ่งต้องเบรกและตรวจสอบ ขณะที่อีกมือหนึ่งต้องให้นักท่องเที่ยวเข้ามา
เมื่อถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นสองครั้งในช่วงสองเดือนนี้ การข่าวของไทยไว้ใจได้หรือไม่ เพราะต่างประเทศแจ้งเตือนแล้ว แต่ไทยบอกว่าไม่มีอะไร สุดท้ายมันกลับเกิดเหตุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่าต่างประเทศเตือนหลายอย่าง เมื่อถามว่าข้อมูลของไทยนั้นมีข้อมูลสมาชิกก่อการร้ายที่เข้ามาในประเทศหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในโลกนี้มันมีทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะไทย เพราะไทยเป็นประเทศเสรีและต้องการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมทำเงินเข้าประเทศ แต่ต้องตรวจสอบนักท้องเที่ยวแล้ว
ส่วนการแฝงตัวของผู้ก่อการร้ายในคราบนักท่องเที่ยวนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ทางการข่าวนั้นมีการส่งข้อมูลตลอดว่าวันนี้จะมีบุคคลน่าสงสัยจากประเทศใดจะเข้ามาในประเทศใดบ้าง เมื่อถามว่าเครื่องมือการตรวจสอบข้อมูลคนร้ายระหว่างสนามบินของไทยนั้นคล้ายว่าจะหย่อนยานด้านนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า หากเครื่องมือของไทยไม่ดีนั้นจะจับคนร้ายคนที่สองที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ จากนั้นสันติบาลประสานมาเลเซียว่า มีคนร้ายอีกหนึ่งคนกำลังเข้าไปและตรวจสอบจับกุมให้ด้วย ขอเรียนว่า ความร่วมมือไทยกับมาเลเซียนั้น มีความร่วมมือกันดีระหว่างตำรวจสันติบาลทั้งสองประเทศ
เมื่อถามว่า นานาชาติเตรียมขึ้นบัญชีดำว่าไทยเป็นประเทศแหล่งซ่อมสุมผู้ก่อการ้ายและฟอกเงินนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “ใครพูด ยังไม่มีคำเตือนแบบทางการออกมา ไทยไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน เพราะตนทราบว่าประเทศใดเป็นแหล่งฟอกเงิน ไม่ใช่ไทยแน่ แต่ไทยเป็นทางผ่านเพราะผ่านง่ายและมีเสรี แม้มือหนึ่งเราเชิญนักท่องเที่ยวเข้าประเทศแต่อีกมือหนึ่งไทยก็ตรวจสอบแบบเข้มงวด ยืนยันไม่มีการขึ้นบัญชีดำในสองเรื่องนี้”



