
พบอีก1ร่วมแก๊งอิหร่านบึ้มกรุง
ตร.พบอีก 1 ร่วมแก๊งอิหร่านบึ้มกลางกรุง มีพยานและหลักฐานชัด เตรียมค้นบ้านอีกหลัง แพทย์แถลงอาการมือระเบิดดีขึ้น ทูตอินเดียเข้าพบผบ.ตร.
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ สน.คลองตัน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ประชุมแบ่งงานพนักงานสอบสวนจาก บช.น. กองปราบปราม สตม. และสันติบาล ให้ไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจากการสืบสวนขยายผลของ บก.สส.บช.น.พบว่า นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกออกหมายจับไปแล้วยังมีบุคคลอีก 1 ราย ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ เนื่องจากมีพยานยืนยันและภาพระบุชัด โดยเป็นชายชาวต่างชาติประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสัญชาติใด และมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติขอออกหมายจับ และตรวจสอบว่ายังอยู่ในประเทศไทย หรือเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนของ บก.สส.บช.น.ยังพบว่านอกจากบ้านที่เกิดเหตุระเบิดในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 นั้นยังมีสถานที่อีก 2-3 แห่งใน กทม. ที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเดินทางไปพัก ส่วนบ้านเช่าของกลุ่มผู้ต้องหานั้นพบว่ายังมีอีก 1 จุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำการตรวจสอบและเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมอีก
"การตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหานั้นยังไม่พบตราสัญลักษณ์การก่อการร้ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังร้านค้าขายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆด้วยว่า หากมีชาวต่างชาติมาซื้อของก็ขอให้จดจำรายละเอียดพยานหลักฐานของบุคคลที่ซื้อ และรายละเอียดสิ่งของต่างๆ ที่ซื้อไปด้วย ซึ่งหากพบพิรุธข้อสงสัยมากก็ขอให้แจ้งตำรวจเพื่อไปตรวจสอบต่อไป" รอง ผบ.ตร.กล่าว
แพทย์แถลงอาการมือระเบิดดีขึ้น
ที่ห้องประชุมชั้น 10 ตึก สก. รพ.จุฬาลงกรณ์ นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รอง ผอ.รพ.จุฬา , นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ หัวหน้าฝ่ายศัลยศาสตร์ และ นพ.ภานุวัฒน์ ชุติวงศ์ แพทย์นิติเวช ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าอาการของนายซาอิต โมราติ มือระเบิดชาวอิหร่าน ที่ถูกสะเก็ตระเบิดของตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสจนขาขาดว่าหลังได้รับการผ่าตัดครั้งที่ 2 ในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ การทำงานของหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตปกติ แต่ยังต้องใช้ท่อช่วยหายใจ และเครื่องช่วยหายใจ มีความรู้สึกตัวดี สามารถลืมตาได้เมื่อเรียก และผู้ป่วยพยายามขยับตัวเมื่อได้รับการกระตุ้น
นอกจากนี้ยังมีไข้สูงแต่ไม่มีอาการติดเชื้อของแผลผ่าตัด หรือระบบอื่นๆ ส่วนระบบทางเดินอาหารยังไม่ทำงาน จึงเริ่มให้สารอาหารทางหลอดเลือด โดยการรักษาทางการแพทย์ถือว่า ควบคุมได้ แต่ยังต้องคอยดูอาการใกล้ชิด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเชื่อมต่อผ่านคอเข้าหลอดลม และอยู่ในขั้นตอนการรอถอดเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งต้องรอสังเกตอีกสัก 1-2 วัน สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้น ส่วนการติดเชื้อต้องรอให้ครบ 1 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงระยะสะสมของแบคทีเรีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าห้องผู้ป่วยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมเข้มในเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ชุดอรินทราชที่ติดอาวุธหนักไม่ได้เข้าเฝ้าบริเวณหน้าห้องดังเหมือนทุกวัน เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ที่คอยเดินตรวจสอบบริเวณโดยรอบอาคาร และขึ้นไปตรวจตราด้านบนเป็นระยะๆเท่านั้น
ทูตอินเดียเข้าพบผบ.ตร.
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Mr.Anil Wadhwa เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่ห้องรับรอง อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลาการพูดคุยประมาณ 20 นาที ก่อนที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะเปิดเผยว่า ทางเอกอัครราชทูตได้เข้าพบเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่สุขุมวิท 71 ซ.ปรีดีพนมยงค์ 31 และกลุ่มคนร้ายที่เป็นชาวอิหร่าน และขอความร่วมมือในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งก็ได้บอกกับท่านเอกอัครราชทูตว่า ลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย และจอร์เจีย คือ มีนำระเบิดติดแม่เหล็กเพื่อติดกับตัวรถ ข้อมูลบางอย่างที่ประเทศไทยและสถานทูตมีก็เชื่อมโยงกัน ซึ่งทางสถานทูตมีทีมสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้เหมือนกันด้วย ทั้งนี้ ทางตำรวจก็จะให้ข้อมูลดังกล่าวผ่านทางกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานทูตอิสราเอล และเจ้าหน้าที่ทูต ทางสำนักงานตำรวจจัดกำลังไปดูแลรักษาความปลอดภัยเต็มที่ และทางสถานทูตก็ขอความร่วมมือเรื่องนี้ ก็มีแค่นี้เอง ซึ่งประเทศเขาเองก็โดนมาเยอะ เขาก็มีความระมัดระวังด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ต่างประเทศใดเข้ามาร่วมสอบสวนแต่อย่างใด หรือจะขอเข้ามาก็ไม่มีสิทธิ์
เมื่อถามว่า เกิดความบกพร่องหรือหละหลวมตรงไหนหรือไม่ที่มีกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ยังมีนายอาทริส ฮุสเซนชาวเลบานอน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ที่จริงประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว ด่านตามชายแดนเรามีจำนวนมาก ต่อไปก็คงจะเข้มงวดเรื่องด่านการเข้าออก เพิ่มความเข้มข้นทุกด่าน



