
สาวงามเตรียมสานฝันเพื่อสังคม
สาวงามเตรียมสานฝันเพื่อสังคม
รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ฉายขึ้นบนใบหน้าของสาวงามทั้ง 30 คน ที่ได้รับคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการประกวด "มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012" หลังจากโชว์ปฏิภาณไหวพริบและความสามารถพิเศษต่อคณะกรรมการ แล้วจึงทำการเปิดตัวสาวงามทั้ง 30 คนที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายบนชั้น 8 อาคารมาลีนนท์
เรียกว่าสาวๆ ที่ผ่านเข้าสู่รอบนี้จึงไม่ขี้เหร่ทั้งหน้าตาและประวัติส่วนตัวเลยสักนิด เริ่มด้วย "วัล" วัลเณซ่า เมืองโคตร สาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ที่มีดีกรีเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติกีฬาคาราเต้ ทั้งยังมีความสามารถในการใช้ไซอาวุธของประเทศญี่ปุ่นด้วย งานนี้เธอพกพาความมั่นใจมาเต็มเหนี่ยวที่จะคว้ามงกุฎอันทรงเกียรติไปครอง ซึ่งไอดอลนางงามของเธอ คือ "ซินดี้" สิริยา บิชอฟ เนื่องจากเป็นลูกครึ่งเหมือนกันและสามารถคว้ามงกุฎเวทีนี้มาครองได้
"ผ่านเข้ามาจนถึงรอบนี้ได้วัลก็ตั้งใจเต็มที่อยู่แล้ว ยิ่งรู้ว่าจะมีรางวัลพิเศษฟาสต์แทร็กด้วยเลยรู้สึกว่าเราพอจะมีภาษีกว่าคนอื่นๆ นิดหนึ่ง เลยตั้งใจจะใช้กีฬาและการเป็นนางแบบที่ตัวเองถนัดเป็นใบเบิกทางเข้าสู่รอบลึกๆ แต่ทุกคนก็สวยและมีความพร้อมกันอย่างเต็มที่ ดังนั้นจะประมาทไม่ได้เช่นกัน แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด อีกอย่างเวทีนี้มีแนวคิดหลักเพื่อช่วยเหลือการศึกษาของเด็กๆ ซึ่งวัลมองแล้วว่าเหมือนตัวเองที่ทุกวันนี้ก็หาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนและจุนเจือครอบครัว การประกวดครั้งนี้คุณแม่เลยสนับสนุนเต็มที่ หากมีโอกาสได้รับมงกุฎก็จะทำให้คุณแม่สุขสบายมากขึ้นกว่าเดิมด้วย" วัล เล่าถึงความตั้งใจ
ไม่ต่างกับสาว "เก๋" กรรณิกา ขันแก้ว ที่ออกตัวว่าเป็นนางงามเดินสายตั้งแต่อายุ 15 ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน จึงต้องพยายามหาลู่ทางหารายได้เข้าครอบครัว แต่โชคดีที่มีคุณพ่อและคุณแม่อุปถัมภ์คอยส่งเสียเรื่องการเรียน จนปัจจุบันเธอสามารถเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เหมือนคนอื่นๆ ดังนั้นจึงตั้งใจที่จะคว้ามงกุฎ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสทางการศึกษาเช่นเดียวกับตัวเอง
"ปีนี้มีรางวัลฟาสต์แทร็กเรื่องการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเก๋มีโครงการอุปถัมภ์ให้โอกาสทางการศึกษาเด็กด้อยโอกาสที่บ้านกิ่งแก้ว จ.เชียงใหม่ ตอนนี้มีบุตรอุปถัมภ์แล้วหนึ่งคนชื่อน้องปราย แต่ยังไม่สามารถรับเป็นลูกได้เพราะต้องมีคู่ชีวิตก่อน การประกวดครั้งนี้จึงตั้งใจที่จะเอามงกุฎมาเป็นใบเบิกทางในการให้โอกาสแก่พวกเขา เพราะทุกครั้งที่เก๋เดินเข้าไปในบ้านกิ่งแก้วในฐานะของคนชื่อ น.ส.กรรณิกา ทุกคนจะเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นผู้ประสงค์ร้ายจะลักพาตัวเด็ก ถ้าเรามีมงกุฎเชื่อว่าคงจะได้รับการตอบรับที่ดีกว่านี้ ในส่วนนี้เก๋มองย้อนมาที่ตัวเองเป็นหลัก เพราะหากวันนั้นไม่ได้รับโอกาสจากพ่อแม่อุปถัมภ์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคงไม่มีวันนี้ ดังนั้นโอกาสเป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะโอกาสทางการศึกษา เลยอยากจะให้น้องๆ ได้รับสิ่งนี้เหมือนกับเราบ้าง" เก๋ เล่าความฝัน
สำหรับมงกุฎได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "งามอย่างมีคุณค่า เพื่อการศึกษาของเด็กไทย" โดยดัดแปลงตัดทอนให้เป็นรูปเด็กถือหนังสือชูเหนือหัวเช่นเดิม แต่ลดจำนวนเด็กลงให้เหลือเพียง 3 คน โดยเด็กคนกลางจะเหมือนมีปีก ด้านบนหนังสือเป็นพลอย ออกแบบลวดลายมงกุฎให้มีกลิ่นอายมงกุฎราชวงศ์ สไตล์คาร์เทีย เพื่อให้ดูคลาสสิกขึ้น
ทั้งนี้ สาวงามทั้ง 30 คน จะต้องเดินทางไปเก็บตัวลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็กชาวเขา โรงเรียนสังวาลย์วิทยา จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม ก่อนจะตัดสินการประกวดที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2555



