ข่าว

อากาศเชียงใหม่ใกล้แตะจุดวิกฤต

อากาศเชียงใหม่ใกล้แตะจุดวิกฤต

16 ก.พ. 2555

อากาศเชียงใหม่ใกล้แตะจุดวิกฤต ค่าฝุ่น PM10 ทะลุ 109 ผู้ว่าฯสั่ง 25 อำเภอร่วมมือลดเผาป่า ขณะที่ลำพูนวิกฤตแล้ว ทส.จังหวัดจี้ผู้ว่าฯสั่งท้องถิ่นควบคุม

             16ก.พ.2555  สภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ใกล้แตะจุดวิกฤตแล้ว โดยค่าการตรวจวัดคุณภาพอากาศรายชั่วโมง ในเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ก.พ. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่วัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ ค่า PM10  ได้ 109.89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 100.91 ไมโครกรัมต่อ ลูกบาศก์เมตร จากค่าวิกฤตที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

              ม.ล.ปนัดดา  ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่ยังกังวลและถูกบรรจุในวาระจังหวัดเป็นอันดับแรกซึ่งมลพิษทางอากาศนอกจากจะกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวเชียงใหม่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปพร้อม ๆ  กันถึงวันนี้แม้คุณภาพอากาศจะยังไม่ถึงเกณฑ์วิกฤตแต่ระยะหลังค่า PM10 ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้น

              "สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นทางจังหวัดได้ติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านข้อมูลจุดฮอทสปอตจากถ่ายดาวเทียม โดยพบว่าต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ไฟป่าในอำเภอฮอดอย่างใกล้ชิดหลังพบมีการเผาป่ามากกว่าทุกอำเภอ ขณะเดียวกันได้กำชับไปถึงนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ให้ตรวจสอบดูแลพื้นที่ตลอดเวลาเพื่อลดการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันให้ได้มากที่สุด"  ม.ล.ปนัดดา  กล่าวและว่า 

              ส่วนเหตุไฟไหม้ป่าหลังศูนยราชการจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้สามารถควบคุมได้แล้วซึ่งสาเหตุมากจากความไม่รับผิดชอบของคน เรื่องนี้ได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานให้ร่วมกันดูแลเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่เกิดไฟไหม้ป่าในในพื้นที่ของราชการที่มีบ้านพักข้าราชการจำนวนมากอยู่

 
ลำพูนวิกฤตแล้วทส.จังหวัดจี้ผู้ว่าฯสั่งท้องถิ่นควบคุม

              นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ลำพูน เปิดเผยว่า บรรยากาศโดยทั่วไปที่ จ.ลำพูนยังคงมีสภาพที่ปกคลุมด้วยหมอกควันหนาแน่น หลังตรวจพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลการตรวจวัดสภาพอากาศล่าสุดในวันที่ 16 ก.พ. พบว่า จ.ลำพูน มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือที่เรียกว่า PM 10 เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดจากมาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถึง 177 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นอันดับสองรองจาก จ.ลำปางที่มีปริมาณ 192 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน จ.แพร่และ จ.พะเยายังคงเป็นอีกสองจังหวัดที่ฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานเช่นเดียวกัน คือ 163 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ141ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ

              อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสำนักงานได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว เพื่อสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ทุกแห่งในพื้นที่ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชน รวมทั้งรณรงค์ฉีดพ่นน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนได้งดกิจกรรมการเผาทุกชนิดในระยะนี้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟไม่ให้แพร่กระจายเป็นวงกว้างมากกว่านี้ อีกทั้งจะเป็นการช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นได้

              ขณะเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ติดตามสภาพภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของไฟป่าในปัจจุบันโดยเฉพาะการสะสมของปริมาณเชื้อเพลิงที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้การเกิดไฟป่าในแต่ละครั้งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และสืบเนื่องจากความผันผวนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของสภาพภูมิอากาศโลกอันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนทำให้การคาดการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์ไฟป่าในระยะยาวทำได้ยากมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเช่นกัน
 
              กระนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าในครั้งนี้อีกครั้ง โดยขอความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ จ.ลำพูน งดเว้นการจุดไฟในป่าโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่อื่น ๆ ใกล้เขตพื้นที่ป่าจะต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างใกล้ชิดเพื่อมิให้ไฟลามเข้าป่า รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์ความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์วิกฤตมลภาวะหมอกควันไฟป่าปกคลุมพื้นที่ หากพบเห็นไฟไหม้ป่าโปรดแจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่หรือโทรสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง