ข่าว

ตร.คุมเข้ม'มือปาบึ้ม'หวั่นเกิดเหตุร้าย

ตร.คุมเข้ม'มือปาบึ้ม'หวั่นเกิดเหตุร้าย

16 ก.พ. 2555

ตำรวจคุมเข้มมือปาบึ้มหวั่นเกิดเหตุร้าย ยังไม่ย้ายไปคุมตัว รพ.ตำรวจ ศาลออกหมายจับ4อิหร่าน-'ซาอิป'โดน5ข้อหาหนัก ด้าน'ปานศิริ'เรียกประชุมคดีละเบิด 3 จุดกลางกรุง

               16 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายบรรยบกาศหน้าห้องไอซียู รพ.จุฬาฯ ที่ผู้ก่อการร้ายชาวอิหร่าน พักรักษาตัวอยู่ ยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ กองกำกับการสืบสวน 191 ดูแลความเรียบร้อยร่วมกับ รปภ.ของ รพ. จัดเวรยามเฝ้าดูแลรักษาอยู่หน้าห้อง ตลอด 24 ชม. และบริเวณโดยรอบพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

               ส่วนความคืบหน้าอาการของนายฟาอิต โมราติ ผู้ก่อการร้ายชาวอิหร่าน ที่ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดนั้นยังคงสาหัส ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ยังไม่รู้สึกตัว สัญญาณชีพคงที่ ไม่พบอาการติดเชื้อ แต่ต้องเฝ้าติดตามรักษาอย่างใกล้ชิดและดูอาการวันต่อวันยังไม่มีการย้ายไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ แต่อย่างใด

 

ออกหมายจับ4อิหร่าน-"ซาอิป"โดน5ข้อหาหนัก

               พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 ถนนสุขุมวิท71 รวม 4 ราย ซึ่งประกอบด้วย นายซาอิป โมราดิ อายุ 28 ปี , นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี , นายมาซุด ซีดากัส ซาเดท อายุ 31 ปี และ น.ส.โรฮานี่ ไลลา

               ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับ นายซาอิป จำนวน 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันทำและประกอบวัตถุระเบิด 2.ร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย 4.พยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และ5.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีกจำนวน 3 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 3 ข้อหา ในเบื้องต้นเท่านั้น

               สำหรับกรณีการดำเนินการอายัดตัวนายมูฮัมหมัด ที่ถูกกักขังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาดำเนินคดีนั้น พ.ต.อ.สุนทร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมที่ สน.คลองตัน เพื่อเตรียมดำเนินการขอรับตัวผู้ต้องหา ซึ่งจะเป็นวันนี้หรือไม่นั้น ต้องรอฟังความเห็นของที่ประชุมก่อน

"ปานศิริ"เรียกประชุมคดีละเบิด 3 จุดกลางกรุง

               เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร กล่าวถึงความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีที่กลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่านก่อเหตุระเบิดที่บริเวณซอย สุกขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า  ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ควบคุมด้านการสืบสวน ส่วน พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบ.ตร ควบคุมงานด้านการสอบสวน โดยเรียกได้ประชุมตำรวจ บช.ก. บช.น. บช.สตม. บช.ส. พฐ.และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด มาประชุมร่วมกัน และนำของกลางที่ได้จากที่เกิดเหตุทั้งหมดไม่ว่าเป็นระเบิดวิทยุ หรือเอกสารต่างๆของกลุ่มผู้ต้องหา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้จะสืบสวนสอบสวนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังคดีก่อเหตุระเบิด กลุ่มผู้ต้องหาเข้าออกประเทศไทยกี่ครั้ง เมื่อไหร่บ้าง ส่วนวัตถุพยานที่ยึดได้ตรวจสอบว่านำเข้าประเทศไทยเมื่อไหร่ ซื้อที่ไหน หรือนำเข้าอย่างไร โดยจะใช้ สน.คลองตันเป็นกองอำนวยการสืบสวนสอบสวน จะประชุมกันทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป นอกจากนี้จะได้นำข้อมูลหลังเกิดเหตุระเบิดใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมารายงานให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ให้ทราบตลอดทุกเรื่อง

 

ตรวจเข้มถนนข้าวสารหลังบึ้มย่านปรีดีพนมยงค์

               เมื่อเวลา 21.00 น.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรฤกษ์ บัวแก้ว พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เดินทางตรวจสอบด่านตรวจของ สน.ชนะสงคราม ที่หน้าปากซอยรามบุตรี ถนนจักรพงษ์ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. โดยเน้นตรวจสอบรถแท็กซี่ที่มีผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติ และรถยนต์ต้องสงสัย จากนั้นเดินเท้าตรวจสถานบริการภายในถนนรามบุตรี และตรอกข้าวสาร โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างมุงดูและให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

               พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า วันนี้มาตรวจดูความเรียบร้อยในพื้นที่สน.ชนะสงครามตามปกติ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น และขณะนี้ในการข่าวก็ไม่ได้รับรายงานสิ่งปกติอะไร ซึ่งขณะนี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้ว ทาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ก็เป็นห่วงและกำชับให้ตั้งด่านตรวจทั่วกรุงเทพฯ และตรวจเข้มกว่าปกติ ส่วนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และอังกฤษประกาศเตือนพลเมืองที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยให้ระวังเหตุก่อการร้ายนั้น เป็นเรื่องของระดับผู้ใหญ่ที่จะชี้แจงกับต่างชาติ ตนมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีแผนดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว และไม่อยากพูดว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่พื้นที่ใดที่มีคนมากและนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็จะมีการตรวจตราให้เข้มขึ้น สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่นั้น ขณะนี้มีการไปขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้ที่ประเทศมาเลเซีย ก็อยู่ในขั้นตอนการประสานระหว่างประเทศคาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร



ผบช.ภาค3สั่งคุมเข้มฝึกคอบร้าโกลด์หลังมีเหตุบึ้มกรุง

          พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภุธรภาค 3 เปิดเผยถึงมาตรการการดูแลเกี่ยวกับคนต่างชาติหลังเกิดเหตุชาวอิหร่านวางระเบิดในกรุงเทพฯว่า เนื่องจากภาคอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา มีการฝึกคอบร้าโกลด์โดยมีทหารสหรัฐ, ญี่ปุ่น , สิงค์โปร์ , เกาหลีใต้ , อินโดนีเซีย และมาเลเซีย กว่า 13,000 นาย เข้าร่วมฝึกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่กรุงเทพฯตนก็ได้มีการสั่งการพร้อมออกแผนปฏิบัติการเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดเข้มงวดแก่ตำรวจที่เกี่ยวข้องไปแล้ว
 
          โดยเฉพาะช่วงนี้เรามีการฝึกคอบร้าโกลด์ในหลายพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะการฝึกครั้งนี้มีกำลังกว่า 13,000 นาย ในจำนวนนี้มีของ สหรัฐอเมริกา จำนวน 8,948 นาย , ญี่ปุ่น จำนวน 74 นาย , สิงค์โปร์ จำนวน 59 นาย , สาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 324 นาย , อินโดนีเซีย จำนวน 73 นาย และมาเลเซีย จำนวน 79  นาย ซึ่งการฝึกจะเสร็จสิ้นภารกิจวันที่ 17 ก.พ.2555 ซึ่งเราได้มีการเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวดในการดูแลชาวต่างชาติด้วย ดูแลสถานที่ราชการต่างๆที่น่าจะเป็นเหตุ แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีข่าวว่าจะมีความเคลื่อนไหวพวกนี้อยู่ โดยเรามีชุดเฉพาะกิจดำเนินการในการสืบหาข่าวเชิงลึกอยู่แล้ว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญมีนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านเข้ามาเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่า ในพื้นที่ ตร.ภาค 3 สถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก ไม่ใช่เป็นแหล่งอบายมุข แหล่งอะโกโก้ แหล่งบาร์เบียร์ ฉะนั้นพวกนักท่องเที่ยวเหล่านี้เขาไม่เข้ามาด้านนี้ เพราะถ้าเข้ามาก็จะเป็นตัวประหลาดเลย