
ไฟไหม้คุกฮอนดูรัสคร่านักโทษพุ่งกว่า350แล้ว
ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟไหม้เรือนจำในฮอนดูรัสพุ่งกว่า 350 คน
16 ก.พ.55 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายปอมเปโย่ โบนิลล่า รัฐมนตรีความมั่นคงของฮอนดูรัส แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟไหม้ที่เรือนจำในเมืองโกเมยากัว พุ่งเกินกว่า 350 คนแล้ว และไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอาจจะสูงไปกว่านี้ แต่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบก่อนจะให้ตัวเลขอย่างเป็นทางการและถูกต้องสำหรับเหตุโศกนาฎกรรมครั้งนี้
นายรามอน คัสโตดิโอ กรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า มีนักโทษสูญหายไป 357 คนแต่บางส่วนอาจจะหลบหนีออกไปหรือไม่ก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ด้านนายดานิลโลโอเรลลาน่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เหยื่อที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขาดอากาศหายใจ ซึ่งเรือนจำโคเมยากัวแห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างไปทางเหนือของกรุงเตกูซิกัลปา ประมาณ 90 กิโลเมตร และมีผู้ต้องขังเกือบ 900 คน มากกว่าขีดความสามารถในการรองรับของเรือนจำถึง 2 เท่า
ทั้งนี้ นักโทษที่รอดชีวิต เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนว่า มีนักโทษคนหนึ่งร้องตะโกนว่า พวกเราจะตายด้วยกันทั้งหมด ตอนที่เขาจุดไฟเผาที่นอนตัวเองเมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งเรือนจำแห่งนี้ เป็นที่คุมขังนักโทษคดีอาชญากรรมร้ายแรง เช่น ฆาตกรรมและปล้นทรัพย์ หลังจากนั้น เปลวไฟได้กระพือโหมและนักโทษที่อยู่กันอย่างแออัด ต่างส่งเสียงร้องโหยหวน เพราะถูกไฟคลอกและสำลักควันไฟหายใจไม่ออกอยู่ภายในห้องขังที่ถูกล็อกกุญแจ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามหากุญแจ แต่หาตัวผู้คุมที่ถือกุญแจไม่เจอ ทำให้นักโทษถูกย่างสดกว่า 300 คน และกลายเป็นเหตุไฟไหม้เรือนจำที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกในรอบหลายทศวรรษ
นางเปาล่า คาสโตร ผู้ว่าการรัฐโคมายากัว ซึ่งเคยดูแลเรือนจำแห่งนี้ เปิดเผยว่า มีนักโทษโทรศัพท์หาเธอตอนที่เกิดไฟไหม้ และตะโกนว่าจะทำให้เรือนจำลุกเป็นไฟและทุกคนต้องตาย ซึ่งเธอได้โทรศัพท์ไปยังหน่วยกาชาดและหน่วยดับเพลิงในทันที แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กล่าวว่าพวกเขาต้องรออยู่นานถึงครึ่งชั่วโมง เนื่องจากผู้คุมยังคงยิงปืนขึ้นฟ้า เพราะคิดว่าเกิดจลาจล หรือไม่ก็นักโทษพยายามแหกคุก
อีกทั้ง เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที มีนักโทษจำนวนหนึ่งที่แม้จะถูกปล่อยออกจากห้องขังได้ แต่ก็ต้องเสียชีวิตเพราะสำลักควันและหนีไม่พ้นเปลวเพลิง ในขณะที่พวกเขาหนีเข้าไปในฟาร์มปลูกข้าวโพดและถั่ว
เรือนจำโคมายากัว ซึ่งเคยเป็นที่คุมขังบรรดาสมาชิกแก๊งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สร้างขึ้นเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1940 สำหรับคุมขังนักโทษ 400 คน แต่ประชากรนักโทษได้เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าถึง 852 คน โดยมีผู้คุมเพียง 100 คน เรือนจำแห่งนี้ไม่เหมือนเรือนจำในสหรัฐ ที่สามารถปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เรือนจำในฮอนดูรัสมีชื่อเสียงในด้านลบ ทั้งเก่า และสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดยัดเยียด
นักโทษที่รอดชีวิตบางคนใช้วิธีหนีขึ้นไปบนหลังคา และมีหลายคนที่ผู้คุมไขกุญแจห้องขังให้ออกมาได้ทันเวลา ซึ่งห้องขังบางห้องมีนักโทษอยู่รวมกันมากถึง 60 คน ด้านอธิบดีเรือนจำได้พยายามปกป้องการกระทำของผู้คุมที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปในภายในเรือนจำในตอนแรกว่าเพราะคิดว่าเป็นความพยายามแหกคุก จึงต้องทำตามกฎหมายที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น
ด้านประธานาธิบดีพอร์ฟิริโอ โลโบ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า เขาได้สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคน รวมทั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และจะขอความช่วยเหลือจากนานาชาติในการสืบสวนสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้
บรรดาญาติ ๆ ที่ไม่พอใจต่อการเสียชีวิตของนักโทณ ได้พยายามจะพังประตูเรือนจำ เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ เพื่อไปค้นหาศพของบุคคลอันเป็นที่รัก จนตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลาย สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ได้แพร่ภาพบรรดาญาติของนักโทษ ขว้างก้อนหินเข้าใส่เจ้าหน้าที่
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า นักโทษที่เรือนจำแห่งนี้ ได้รับอนุญาตให้ทำงานข้างนอกได้ เช่น ปลูกข้าวโพดและถั่ว ไม่เหมือนพวกนักโทษเด็ดขาดที่ต้องมีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ที่เรือนจำในกรุงเตกูซิกัลปา ที่ได้ชื่อว่าอันตรายสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ฮอนดูรัส ได้ชื่อเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติอาชญากรรมสูงที่สุดในโลก และเรือนจำแต่ละแห่งมีนักโทษแออัดและมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ที่มักจะเกิดจลาจลและไฟไหม้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทางการให้คำมั่นมานานแล้วว่าจะปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของนักโทษแต่มักจะอ้างว่าขาดแคลนทุนทรัพย์



