ข่าว

พัลลภชี้ไทยไม่ใช่เป้าก่อการร้าย

พัลลภชี้ไทยไม่ใช่เป้าก่อการร้าย

16 ก.พ. 2555

"พัลลภ "ชี้ ไทยไม่ใช่เป้าก่อการร้าย รับเป็นแหล่งที่สะสมเครื่องมือ อ้างเหตุเพราะเป็นประเทศเสรีเข้าออกง่าย จี้จนท.ต้องเข้มงวด เชื่อ

          วันที่ 16 ก.พ.55  เวลา 06.45 น. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิด 3 จุดในพื้นที่ กทม.และมีการจับกุมคนร้ายชาวต่างชาติได้ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมายในการก่อการร้าย แต่เป็นที่สะสมของกลุ่มคน และวัตถุเครื่องมือ เพราะประเทศไทยค่อนข้างเสรีง่ายต่อการเข้าออก ซึ่งสิ่งที่ควรระวัง คือ เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นการข่าวมีความบกพร่องหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่บกพร่อง เพราะวัตถุระเบิดที่พบถือว่าเล็กน้อย ไม่ใช่ขนาดใหญ่เป็นตัน จึงเป็นธรรมดาที่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ติดตามอยู่ แต่ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้ประเทศมีปัญหาแต่อย่างใด
 
          เมื่อถามว่า มองภาพความขัดแย้งในประเทศขณะนี้อย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ได้ขัดแย้ง เรื่องของการหยอดนิดตอดหน่อยเปึนธรรมชาติของการเมือง ส่วนความเคลื่อนไหวการแก้ไขประมวลกฎหมาย มาตรา 112 นั้น ตนมองว่า เรื่องนี้ทุกคนไม่เห็นด้วยอยู่ โดยเฉพาะรัฐบาล และกองทัพก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน รวมทั้งทหารแก่อย่างตนที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง สำหรับการทำงานระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ยังเป็นไปได้ด้วยดี

          เมื่อถามว่าแต่ ที่ผ่านมาภาพรัฐบาลและกองทัพมีความระหองระแหงมาโดยตลอด พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า กองทัพไม่เคยมีปัญหา หรือระหองระแหงกับรัฐบาล หากจะมีปัญหากันจริงคงเป็นเรื่องบุคคลมากกว่าองค์กร กองทัพต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ แม้แต่ในประเทศคอมมิวนิสต์ กองทัพก็ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาล ไม่สามารถเป็นอิสระได้ มิเช่นนั้น่ระเทศก็อยู่ไม่ได้ จะเกิดเป็นรัฐซ้อนรัฐ



เชื่อรัฐบาล-กองทัพ เดินด้วยกันได้ดี

          พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ให้สัมภาษณ์ ระหว่างร่วมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นงานประจำปีของจังหวัดลพบุรี เพื่อบวงสรวงสมเด็จพระนารายณ์ฯ ถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ ว่า ความขัดแย้งหนักๆ ไม่มีแล้ว อย่างมากก็แค่การหยอกนิดตอดหน่อยเป็นธรรมดา ส่วนประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็เชื่อว่าไม่เป็นชนวนเหตุขัดแย้งรุนแรง เพราะรัฐบาลก็ประกาศแล้วว่าไม่แก้ และไม่มีใครอยากแก้ แม้กระทั่งตนก็ไม่เห็นด้วยในการแก้มาตราดังกล่าว เมื่อทุกคนไม่เห็นด้วยก็ต้องสงบ สำหรับการทำงานรัฐบาลกับกองทัพคิดว่าทำงานร่วมกันได้ดีไม่ใช่กองทัพอิสระ
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ที่ผ่านมากองทัพกับพรรคเพื่อไทยก็มีข่าวระหองระแหงกันตลอด พ.อ. พัลลภ กล่าวว่า ระหองระแหงก็แค่เรื่องตัวบุคคล ไม่ใช่เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพต้องขึ้นกับรัฐบาลเหมือนกันทุกประเทศ ถ้าวันไหนกองทัพเป็นอิสระขึ้นมาประเทศนั้นอยู่ไม่ได้ เกิดเป็น 2 รัฐขึ้นมาได้อย่างไร เมื่อถามว่าแสดงว่ามองรัฐบาลกับทหารเดินไปด้วยกันได้ ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า ตนก็เป็นทหาร กับรัฐบาลตนก็เดินด้วยมานานแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร
 
          เมื่อถามว่าในฐานะเป็นทหารคิดว่ามีอะไรที่กองทัพจะไม่ยอมเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า ส่วนมากจากที่มีการปฏวัติมา 16 - 17 ครั้งปัจจัยหลักมี 3 สิ่ง คือ 1.เกี่ยวกับสถาบันฯ 2.การทุจริตคอรัปชั่น และ3.ความแตกแยกของคนในชาติ และว่าไปดูเถิดปฏิวัติ 19 ครั้ง 3 ข้อนี้ต้องมี ผมทำมา 3 ครั้งแล้วก็มี 3 ข้อนี้ และสถานการณ์ต่อจากนี้ไปก็คิดว่าไม่น่าจะมีอีก เมื่อถามว่า แต่ทหารปฏิวัติไม่เคยบอกก่อนเลย พ.อ.พัลลภ กล่าวแบบติดตลกว่า “บอกก็ติดคุกซิ” อย่างไรก็ตามตนอยากเห็นประเทศมีความั่นคง ประชาชนอยู่อย่างสันติสุข
 
          พล.อ.พัลลภ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไว้ใจได้ ในฐานะที่เป็นทหารเก่า เห็นว่า 17-18 ครั้งที่มีการรัฐประหารมานั้น เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.มีการกระทำที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การทุจริตคอรัปชั่น และ 3.ความแตกแยกของคนในชาติ ส่วนตัวตนเคยทำรัฐประหารมาแล้ว 3 หน เห็นว่าบรรยากาศวันนี้ยังไม่เข้าเงื่อนไข อย่างไรก็ตามตนอยากเห็นประเทศมีความมั่นคงสันติสุข