
เป้า 'ก่อการร้าย' ในต่างแดน
ท่ามกลางคนของรัฐบาลไทย ยังมองว่าเหตุระเบิด 3 จุด ย่านถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเรื่องเล็กน้อย
ท่ามกลางคนของรัฐบาลไทย ยังมองว่าเหตุระเบิด 3 จุด ย่านถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเรื่องเล็กน้อย
ทว่า การจับกุม อัตริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน เมื่อวันที่ 12-13 มกราคม ซึ่งหน่วยข่าวอิสราเอล ระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย 'ฮิซบอลเลาะห์' ก็ประมาทไม่ได้มาตั้งแต่นั้นแล้ว
ยังมามีเหตุระเบิดย่านสุขุมวิท 71 ขึ้นอีก ในเวลาที่พูดได้ว่า ไม่ห่างกันมากนัก และหลายประเทศก็เพิ่งยกเลิกประกาศเตือนคนของตัวเอง แล้วล่าสุดก็เริ่มประกาศเตือนใหม่อีกรอบ
อย่าลืมว่า การจับกุม อาทริส ฮุสเซน ซึ่งหน่วยข่าวอิสราเอล ระบุว่า คือสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์นั้น เท่ากับเป็นการ 'โยง' เอาประเทศไทยเข้าไปเป็น 'คู่ขัดแย้ง' ด้วยโดยปริยาย
อย่าลืมว่า มีข้อมูลเชื่อมโยงให้เห็นความเป็นไปได้อยู่พอสมควร ที่ไทยจะตกเป็น "เป้า" ก่อการร้ายในต่างแดน เพราะการจับกุม "ฮุสเซน" ดังกล่าว ย่อมเกี่ยวพันกับความขัดแย้งและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
อย่างที่ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวหาอิหร่านว่า อยู่เบื้องหลังทั้งสองเหตุการณ์ คือเหตุเหตุระเบิดรถยนต์นักการทูตหญิงอิสราเอลจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตำรวจอินเดียระบุว่าผู้ลงมือเป็นสายลับที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี ด้วยการขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปใกล้รถมินิแวน และลอบนำระเบิดแม่เหล็กไปติดไว้หลังรถนักการทูตหญิง ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ช่วยทูตทหารอิสราเอลประจำกรุงนิวเดลี เมื่อรถทิ้งห่างไประยะหนึ่ง จึงกดระเบิด
และพนักงานสถานทูตอิสราเอลประจำกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย สังเกตเห็นระเบิดถูกลอบวางไว้ใต้ท้องรถยนต์ของตัวเอง จึงแจ้งตำรวจและสามารถปลดชนวนได้สำเร็จ ตำรวจเผยว่าระเบิดที่นำไปวางไว้เป็นระเบิดแบบทำเอง
ทั้งยังเชื่อว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้มีความพยายามหลายครั้ง เพื่อทำร้ายคนอิสราเอลในประเทศต่างๆ อย่างเช่น ไทย และอาเซอร์ไบจัน ซึ่งอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เป็นผู้วางแผนเหล่านี้ โดยอาเซอร์ไบจัน ซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย ได้จับชาย 2 คนเมื่อเดือนที่แล้วในข้อหาต้องสงสัยวางแผนโจมตีเป้าหมายอิสราเอล
ที่น่าสนใจ เหตุลอบวางระเบิดในกรุงนิวเดลีและกรุงทบิลิซี มีขึ้นในวาระครบรอบการเสียชีวิตของสมาชิกระดับสูง 2 คน แห่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน และในวาระครบรอบการเสียชีวิตนี้ ก็ทำให้อิสราเอลต้องออกคำเตือนในการเดินทางแก่ชาวอิสราเอลทุกปี
สำหรับวิธีที่ใช้ลอบทำร้ายนักการทูตอิสราเอล มีการระบุว่า คล้ายคลึงกับแทคติกที่ใช้สังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อิหร่านจนเสียชีวิตไป 3 ราย ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการวาง 'ระเบิดเหนียว' ซึ่งมีส่วนประกอบของแม่เหล็ก ทำให้ติดแน่นกับรถยนต์



