ข่าว

กรมชลฯปัดฝุ่นชงเขื่อนแม่วงก์

กรมชลฯปัดฝุ่นชงเขื่อนแม่วงก์

16 ก.พ. 2555

'กรมชลฯ' ปัดฝุ่นเขื่อนแม่วงก์ ชงเข้าครม. เดือนก.พ. คาดงบ 1.3 หมื่นล. เริ่มสร้าง ปี 2556 มั่นใจชาวบ้านเห็นด้วย 'อุเทน' ส่งเมล์ เสนอแนวคิดแก้อุทกภัยถึงนายกฯ แนะปรับเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ เป็นแก้มลิง เผย ชงงบ 802 ล. โครงการเร่งด่วนแก้น้ำท่วม 6 จว.ภาคกลาง ส่ง

          นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ ติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ร่วมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่า ในการเดินทางลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.55 นายกฯ ได้เน้นย้ำเฉพาะโครงการเร่งด่วน (Flagship) ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน3เดือนเท่านั้น โดยไม่ได้หารือถึงโครงการระยะยาวแต่อย่างใด

          นายชลิต กล่าวว่า ในส่วนของโครงการระยะยาว เช่นการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ จ.นครสวรรค์นั้น แม้ไม่ได้มีการหารือกันในช่วงนี้ แต่ทางกรมชลประทานจะนำเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ครม. พิจารณา ภายในเดือนก.พ.นี้ เพื่อเดินหน้าในการก่อสร้าง แต่ต้องกลับมาดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง และคาดว่า จะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2556

          “การสร้างเขื่อนแม่วงก์ เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนมา ยังไม่เคยเห็นพื้นที่ไหนที่ต้องการเขื่อนเท่าจุดนี้ ส่วนงบประมาณผูกพัน 8 ปีในการก่อสร้าง ที่เคยมีการคำนวณไว้เมี่อปี2554จำนวน 13,280.445 ล้านบาท คิดว่า ไม่น่าจะเพียงพอ คงต้องมีการคำนวณใหม่อีกครั้ง รวมทั้งคงไม่ทันปีงบประมาณ 2555 ที่เคยตั้งไว้ ซึ่งเงินที่ใช้ในการก่อสร้าง ไม่เกี่ยวกับเงินพรก.เงินกู้ของรัฐบาล เพราะเขื่อนนี้ใช้งบประมาณปกติที่เป็นงบผูกพัน”

          ด้านแหล่งข่าวจากกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำหรับโครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ มีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งมีแนวคิดก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2525 ที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้บรรจุโครงการพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรัง ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (2525-2529) และกระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความช่วยเหลือทางวิชาการไปยังรัฐบาลญี่ปุ่น

          ทั้งนี้ JICA ดำเนินการศึกษาลุ่มน้ำสะแกกรังปี 2527-2529 ประกอบด้วยแผนพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรัง การศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น และการศึกษาความเหมาะสมโครงการเขื่อนแม่วงก์ โดยการศึกษาเปรียบเทียบที่ตั้งเขื่อนฯทั้ง 2 แห่งคือ บริเวณเขาชนกัน(เขื่อนล่าง) และบริเวณเขาสบกก(เขื่อนบน) ผลปรากฏว่า เขื่อนแม่วงก์(เขื่อนบน) ที่บริเวณเขาสบกก มีความเหมาะสมมากกว่า

          จากนั้น ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 13พ.ค. 2532 อนุมัติหลักการให้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานดำเนินการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการนั้น เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับการชลประทาน บรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี ปรับปรุงสภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนที่ยากจน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน ให้มีการกระจายรายได้

          ทั้งนี้ ที่ตั้งของพื้นที่อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ อยู่ในเขตตำบลแม่เลย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ และบางส่วนอยู่ในเขตตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยใช้พื้นที่ชลประทานจำนวน 291,900 ไร่ ส่วนตัวเขื่อนจะปิดกั้นลำน้ำแม่วงฃก์ที่เขาสบกก ในเขต ต.แม่เลย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์

          สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการนั้น เดิมได้วางแผนดำเนินการไว้รวมทั้งสิ้น 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2562 โดยราคาค่าก่อสร้างโครงการฯรวมทั้งสิ้น ที่มีการคำนวณไว้ เมื่อปี 2554 เป็นจำนวน 13,280.445 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบบุคลากร 100.146 ล้านบาท งบดำเนินการ 43.857 ล้านบาท งบลงทุน 12,007.674 ล้านบาท ค่าดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม 560.850 ล้านบาท เผื่อเหลือเผื่อขาด 567.918 ล้านบาท

          ส่วนประโยชน์จากโครงการนั้น สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนประมาณ 237 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน 291,900 ไร่ และพื้นที่ชลประทานด้านท้ายเขื่อน ที่ราษฎรร้องขอเพิ่มเติมอีกจำนวน 10,000 ไร่ รวมทั้งเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่โครงการและพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งมักจะเกิดในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ในลักษณะน้ำไหลบ่า จะสามารถชะลอการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสะแกกรังในช่วงที่มีน้ำหลากได้

          สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น มีการดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 14-15 ม.ค.2553 และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2554 สำนักงานเทศบาลนครสวรรค์ ได้มีการประชุมและการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทาง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงเป็นแนวทาง ในการดำเนินศึกษาของโครงการต่อไป

 

“อุเทน”ส่งเมล์ ถึงนายกฯ แนะปรับเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เป็นแก้มลิง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13ก.พ.ที่ผ่านมา นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการระบายน้ำนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือเรื่อง ขอเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยใน Concept “ลาทีน้ำท่วม ลาก่อนน้ำแล้ง” ถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทางอีเมล์

          โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว สรุปใจความได้ว่า ตามที่กยน.ได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยในส่วนของเป้าหมายระยะสั้นได้แก่ การลดระดับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุทกภัยปี 2555 และป้องกันการเกิดปัญหาอุทกภัยเช่นในปี 2554 หรือหากเกิดอุทกภัยจะต้องให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมน้อยที่สุดนั้น เขามีความเห็นว่า เป้าหมายที่ถูกต้องคือ ต้องไม่เกิดปัญหาอุทกภัยในปี 2555 และตลอดไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าว นายอุเทน ได้เสนอแนวคิดต่อนายกฯ ว่า 1.ควรปรับแนวคิดเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จากอ่างเก็บน้ำเพื่อการชลประทานเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ โดยพร่องน้ำเขื่อนทั้ง 2 ให้อยู่ในระดับร้อยละ 25-30 ของความจุในสิ้นเดือนกรกฎาคม

          2.ปรับปรุงบึงธรรมชาติที่มีอยู่ในจังหวัดต่างๆ เหนือเขื่อนเจ้าพระยาทั้งหมด ให้เป็นแก้มลิง เพื่อพร้อมรับน้ำในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปอย่างเต็มศักยภาพ

          3.ให้มีการผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาลงลำน้ำแม่แตง จ.เชียงใหม่เพื่อไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ในปริมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคมหากมีฝนน้อย

          4.ปรับปรุงลำน้ำที่เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงแม่น้ำปิง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่านเพื่อลดการเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำยม เช่น ลำคลองท่อทองแดง

          และ5.ให้มีระบบควบคุมสั่งการระดับน้ำของแม่น้ำ ลำน้ำ คู คลอง และบึง ทั้งในต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนั้นจะสามารถป้องกันอุทกภัยและน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน และใช้เงินงบประมาณที่น้อยมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอุเทน ได้ส่งอีเมล์หนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ส่งถึงนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รมว.พลังงานในขณะนั้น ลงวันที่ 12 ก.พ.2547 กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯในขณะนั้น เสนอต่อที่ประชุมครม. ให้กระทรวงพลังงาน ไปประสานกับกฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเรื่องการนำน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน มาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และเพิ่มเป็นน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนภูมิพล ให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกด้วย

 

ชงงบ 802 ล. โครงการเร่งด่วนแก้น้ำท่วม 6จว.ภาคกลาง ส่งสำนักงบฯศุกร์นี้

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสรุปจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่กลางน้ำ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท พิษณุโลก กำแพงเพชร อุทัยธานี พิจิตรและนครสวรรค์ ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้รายงานให้นายกฯ และที่ประชุมรับทราบ มีรายละเอียดคือ ที่ประชุมเห็นชอบเห็นชอบโครงการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดต่าง ๆ และให้จัดทำรายละเอียดเสนอสำนักงบประมาณภายในวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อประกอบการจัดสรรงบประมาณ

          ทั้งนี้ โครงการเร่งด่วน(Flagship) จังหวัดกลางน้ำ 6 จังหวัด งบประมาณรวม 802,369,400 บาท โดยแยกย่อยรายจังหวัดได้คือ

          จ.ชัยนาทมี 3 โครงการ งบประมาณรวม 58 ล้านบาท 1.โครงการขุดลอกบึงท่าเรือทอง(แก้มลิง) ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ พื้นที่ 340 ไร่ กักเก็บน้ำได้ 8 แสนลบ.ม. งบประมาณ 20ล้านบาท 2.โครงการขุดลอกคลองตาคุด ม.3 ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ พื้นที่ 156 ไร่ กักน้ำได้ 168,000 ลบ.ม. งบประมาณ 10 ล้านบาท 3.โครงการขุดลอกบึงน้ำเขียว ม.10 ต.ธรรมนามูล อ.เมือง พื้นที่ 100 ไร่ กักเก็บน้ำได้ 6.4 แสนลบ.ม. งบประมาณ 28 ล้านบาท

          จ.พิษณุโลกมี 3 โครงการ งบฯรวม130 ล้านบาท 1.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (แก้มลิง) บึงสะเดา พร้อมขุดคลองระบายน้ำ 2 สาย ต.หนองพระ อ.วังทอง งบประมาณ 70 ล้านบาท 2.โครงการพัฒนาแห่ลงน้ำ(แก้มลิง) หนองกรุงกรัก ต.หนองกุลาและต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ งบฯ 30 ล้านบาท 3.โครงการพัฒนาแห่ลงน้ำ(แก้มลิง) บึงปลาเน่า ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม งบฯ 30 ล้านบาท

          จ.กำแพงเพชร 4โครงการ งบฯรวม 50,866,000 บาท1. แก้มลิงด่านกรวด(ระยะที่2)ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษณบุรี งบประมาณ 15 ล้านบาท 2.แก้มลิงคลองดง ต.วังหามแห อ.ขาณุฯ 5 ล้านบาท 3.อนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำคลองวังดำน้ำ พื้นที่การแกษตรประมาณ 2 หมื่นไร่ (ต.วังควง ต.ท่าไม้ ต.ลานดอกไม้) 10,866,000 บาท และ4.โครงการแก้มลิง 20ล้านบาท

          จ.อุทัยธานี 4โครงการ งบฯรวม 113 ล้านบาท 1.โครงการขุดลอกพื้นที่ชุ่มน้ำ ต.ทุ่งใหญ่ ต.หนองไผ่แบน ต.เนินเหล็ก อ.เมือง42 ล้านบาท 2.โครงการขุดลอกพื้นที่ชุ่มน้ำ ต.น้ำชึม อ.เมือง 39 ล้านบาท 3.โครงการขุดลอกแก้มลิง บึงขุมทรัพย์ ต.เกาะเทโพ อ.เมือง 24 ล้านบาท 4.โครงการขุดลอกแก้มลิง หนองผีเผา ต.เกาะเทโพ อ.เมือง8ล้านบาท

          จ.พิจิตรมี 1โครงการ งบฯรวม 187,211,200 บาท คือ โครงการขุดลอก หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ รวมแล้ว 22 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุดที่มีความพร้อมภายใน1สัปดาห์

          จ.นครสวรรค์ 4โครงการ งบฯรวม 263,292,200 บาท 1.ขุดลอกตะกอนดินด้วยเครื่องจักรบริเวณเกาะนายดำตรงข้ามศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด 87,308,000 บาท 2.ขุดลอกตะกอนดินด้วยเครื่องจักร พื้นที่บริเวณฝายกั้นน้ำเดิมและฝายกั้นน้ำใหม่ 81,308,000 บาท 3.โครงการระบบผันแม่น้ำปิง ฝั่งตะวันตก(บึง-เจ้าพระยา)จ. ต.บางแก้ว อ.บรรพตพิสัย ถึง ต.บางประมุง อ.เมือง งบประมาณ 70 ล้านบาท และ4.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำต่ำชุมแสง-เก้าเลี้ยว (โครงการบางเดือน-ชุมแสงโมเดล) งบประมาณ 24,300,000 บาท