
อบต.โวยขีดแก้มลิงไม่ถามท้องถิ่น
"ยิ่งลักษณ์" สั่งหาที่พักน้ำเหนือ-ใต้เขื่อนเจ้าพระยา เน้นดูแลประตูน้ำไม่ให้พังอีก หวั่นความเสียหายกระจายวงกว้าง ย้ำซ่อมคันกั้นน้ำให้เสร็จก่อน พ.ค.นี้ นายกอบต.ลพบุรีโวยกำหนดพื้นที่แก้มลิงไม่ถามท้องถิ่น
15 ก.พ. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาติดตามแผนงานเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ที่สำนักงานกรมชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งการให้คณะกรรมการระบายน้ำ คำนวณปริมาณน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้ชัดเจนอีกครั้ง ระบุว่า จากปัญหาที่พบคือ มวลน้ำมาถึงปลายทางมากเกินกว่าที่จะรองรับได้ ทำให้คันหรือเขื่อนกั้นน้ำต่างๆ ชำรุด ส่งผลให้น้ำกระจายตัว ดังนั้นต้องทำให้ความเสี่ยงลดลง โดยการคำนวณปริมานน้ำ เพื่อหาพื้นที่รับน้ำก่อนน้ำจะมาถึง หากเป็นไปได้อยากให้เตรียมพื้นที่พักน้ำไว้ทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน และให้เตรียมข้อมูลกันทันที และแล้วเสร็จไม่ควรเกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
ขณะที่ นายกิจจา ผลภาษี กรรมการ กยน. ชี้แจงว่า ส่วนตัวมองว่าหากสามารถหาพื้นที่พักน้ำเหนือเขื่อนทั้งซ้ายและขวาได้ คาดว่าจะสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ปลายเขื่อน มั่นใจว่าเพียงพออยู่แล้ว
ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากให้ลดความเสี่ยงโดยการเตรียมพื้นที่พักน้ำเพื่อตัดปริมาณน้ำออก ทั้งเหนือและท้ายเขื่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงตอนที่บริหารจัดการน้ำ จึงมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะใช้พื้นที่ใด จึงควรหาพื้นที่ไว้ก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน เพราะหากหน่วงน้ำได้มากเท่าไร ปลายทางก็จะทำงานง่ายขึ้น พร้อมกำชับว่า ในส่วนของการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่ต้องเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความแข็งแรง และความสูงของคันกั้นน้ำด้วย เพื่อไม่ให้ปริมาณเกินกว่าระดับปกติด้วย
เพิ่มอีก55โครงการ10จว.ต้นน้ำ
ส่วนการประชุมแผนโครงการป้องกันน้ำท่วมจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) บางส่วน คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (กยน.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าฯ 6 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร กำแพงเพชร และชัยนาท โดยช่วงหนึ่งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ 10 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สรุปงบประมาณ 2,516 โครงการ วงเงินงบประมาณ 49,297 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการยั่งยืน 1935 โครงการ เร่งด่วน 581 โครงการ โดยในส่วนของโครงการเร่งด่วนใช้วงเงิน 10,711 ล้านบาท จ.น่าน มากสุด 32% และมีอีก 55 โครงการเร่งด่วน หรือแฟล็กชิพ ที่เพิ่มเติมเข้ามาจากการประชุมร่วมกับ 10 จังหวัด ทั้งนี้เมื่อแบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน ใช้งบประมาณ 1,826 ล้านบาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า โดยหลักของการบริหารพื้นที่ต้นน้ำตอนกลางส่วนบนที่จะครอบคลุม 6 จังหวัด สิ่งที่ต้องดำเนินการคือการเชื่อมต่อบึงธรรมชาติด้วยคลอง เช่น บึงตะเคร็ง บึงขี้แร้ง และบึงระมาณ จากแม่น้ำยมไปแม่น้ำน่านเพื่อให้น้ำลงตามเขื่อนต่างๆ และในอนาคตจะต้องหาลุ่มน้ำเพิ่มขึ้นในส่วนพื้นที่บางระกำนั้นเป็นพื้นที่ต่ำที่สุด ทำอย่างไรให้คนอาศัยอยู่กับน้ำได้ จึงฝากผู้ว่าฯ ว่าถ้าน้ำท่วมทำอย่างไรให้ประชาชนปรับวิถีให้อยู่กับน้ำได้ชั่วคราว ส่วนที่มีคูคลองตื้นเขินขอให้ช่วยกันขุดลอกเพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ดินที่ขุดนำมาเป็นพนังกั้นน้ำด้วย
"ธีระ"ชี้ปีนี้พร่องน้ำ45วันคุมอยู่
ต่อมานายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวว่า จากการใช้โมเดลทางวิทยาศาสตร์ และวิเคราะห์ไป 100 ปี พบว่า ในปีนี้ประเทศไทยจะถูกพายุ 1 ลูก และอิทธิพลพายุอีก 2 ลูก ฝนตกประมาณ 600-700 มิลลิเมตรต่อวินาที จำนวนน้ำท่า 2 หมื่นล้าน ลบ.ม. โดยจะบริหารจัดการน้ำเก็บไว้ในเขื่อน 5,000 ล้านลบ.ม. เก็บไว้ในแก้มลิง 5,000 ล้านลบ.ม. และที่เหลือ 1 หมื่นล้าน ลบ.ม. รัฐบาลจะควบคุมปล่อยน้ำผ่านออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง ให้ได้ภายใน 45 วัน
นายธีระแถลงว่าการเชื่อมลุ่มน้ำเข้าด้วยกันและผันน้ำ เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน หากแม่น้ำยมมากเกินไปก็จะผันลงแม่น้ำน่าน โดยอาศัยลำคลอง เนื่องจากลำน้ำน่านมีเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยในการบริหารจัดการน้ำได้ นอกจากนั้นแล้วยังมีลุ่มน้ำยมเก่า และคลองอื่นๆ ที่จะระบายน้ำได้ ขณะเดียวกันเมื่อเกิดหน้าแล้งก็จะผันน้ำจากลำน้ำน่านสู่ลำน้ำยมได้เช่นเดียวกัน
ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น บางระกำ มีคลองกล่ำและคลองเกตุ สามารถระบายน้ำจากคลองเล็กเชื่อมสู่คลองใหญ่ได้เพื่อระบายและกักเก็บน้ำไปในตัว นอกจากนั้นฝั่งขวาของแม่น้ำยม ที่ อ.บางระกำก็ต่อยอดมาจากบางระกำโมเดล ใช้บึงธรรมชาติ คือ บึงระมาณ บึงขี้แร้ง และบึงตะเคร็ง สามารถกับเก็บน้ำได้กว่า 3.2 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ในส่วนของคลองกล่ำ คลองเกตุ มีเป้าว่าในเดือนกรกฎาคมต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเชื่อมโยงลุ่มน้ำต่างๆ ส่วนการจัดหาพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับน้ำที่เหนือ จ.นครสวรรค์ และเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องลงไปสำรวจพื้นที่อย่างจริงจังว่าพื้นที่ลุ่มต่ำสามารถรับน้ำได้เท่าไหร่ และทำการเกษตรอะไร รวมทั้งมีชุมชนเยอะหรือไม่ เพื่อที่จะมาคำนวณลดยอดน้ำว่าจะนำไปปล่อยอยู่ตรงไหนอย่างไร ซึ่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะต้องรับทราบ รวมทั้งจะกำหนดหลักเกณฑ์เยียวยาและทำความเข้าใจประชาชน โดยยึกหลักไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก
เผยแก้มลิงพิษณุโลก-อุทัยฯ-พิจิตร
ขณะที่ นายปลอดประสพ กล่าวเสริมว่า มีกระแสข่าวว่าจะใช้พื้นที่รอบกรุงเทพฯ ทิ้งน้ำนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่ได้ให้ความสำคัญกับกรุงเทพฯ มากกว่าจังหวัดอื่นๆ เพียงแต่ยึดหลักการว่าจะใช้พื้นที่ใดที่ชะลอน้ำให้ได้มากที่สุด ก่อนปล่อยลงสู่ทะเลไม่ได้ต้องการไปทำร้ายพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ส่วนพื้นที่รับน้ำนองจะมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1.หนองบึงตามธรรมชาติ รัฐบาลสามารถใช้ประโยชน์ได้ทันที 2.พื้นที่ราบลุ่มของเกษตรกรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูฝน ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย และ 3.พื้นที่ราบลุ่มที่มีการใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าฝน รัฐบาลจำเป็นจะต้องหามาตรการหาเงินชดเชยต่อไป ส่วนพื้นที่รับน้ำใน 6 จังหวัดกลางน้ำ ขณะนี้สามารถหาพื้นที่ได้แล้ว 4.7 แสนไร่ จาก 2 ล้านไร่ ได้แก่ จ.พิษณุโลก ใช้พื้นที่ บึงตะเคร็ง 300 ไร่ บึงขี้แร้ง 200 ไร่ และบึงระมาณ 34 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ
ส่วนแก้มลิงที่ต้องขุดลอกเพิ่มเติม คือ บึงสะะเดา 350 ไร่ จ.นครสวรรค์ จะใช้พื้นที่ข้างลุ่มน้ำยมและลุมน้ำน่าน 1.2 แสนไร่ บึงบอระเพ็ด 6 หมื่นไร่ จ.อุทัยธานี จะใช้พื้นที่เกาะ 1 หมื่นไร่ และพื้นที่เกษตร 1.3 หมื่นไร่ จ.พิจิตร พื้นที่เกษตร 8 อำเภอ 36 ตำบล ที่รัฐบาลต้องเข้าไปชดเชย 259,700 ไร่ และยังมีพื้นที่ธรรมชาติ หนอง บึงอีก 407 แห่ง ขณะที่ จ.ชัยนาท จะใช้พื้นที่บึงกระจับ บึงวงฆ้อง และพื้นที่ ต.เขาแก้วอีก 1 หมื่นไร่ จ.กำแพงเพชร เป็นพื้นที่สูงไม่มีพื้นที่รับน้ำ ทั้งนี้การใช้พื้นที่รับน้ำหรือทิ้งน้ำเป็นการใช้ชั่วคราว 2-3 เดือน โดยหากพื้นที่ใดยิ่งสูงจะใช้เวลาน้อยลงไปอีก และน่าจะไม่เกินเดือนพฤศจิกายนสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
แย้มส่อประกาศอพยพหนีน้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการบริหารจัดการน้ำในที่จะปล่อยลงสู่ทะเลมีพื้นที่จังหวัดใดจะเกิดน้ำท่วมในปีนี้หรือไม่ นายปลอดประสพกล่าวว่า ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง สามารถระบายน้ำได้ไม่เกิน 350 ล้าน ลบ.ม. ซึ่ง 3 แม่น้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่งน้ำก็หมดพอดี
เมื่อถามว่าแสดงว่าจะต้องไม่มีพื้นที่ไหนมีการประกาศอพยพ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า โอกาสที่จะประกาศมี แต่จะต้องน้อยกว่าเดิมทั้งในแง่ของพื้นที่ ความลึกของพื้นที่ ซึ่งการประกาศอยูในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย แต่คาดว่าไม่ร้ายแรงเหมือนปี 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้มีการเตรียมการและมีเครื่องมือและสาธารณูปโภคในการบริหารจัดการน้ำมากขึ้น รวมทั้งแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำที่ต้องมาช่วยดึงน้ำเพิ่มเติมจากปีที่ผ่านมาด้วย
นอกจากนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะได้เดินทางติดตามการปรับปรุงประตูระบายน้ำพลเทพ อ.เมือง จ.ชัยนาท และติดตามการปรับปรุงประตูระบายน้ำบางโฉมศรี โดยอธิบดีกรมชลประทาน ได้กล่าวรายงานว่า ขอยืนยันว่าประตูที่ชำรุดแล้วเสร็จตามแผนแน่นอน
อย่างไรก็ตามในส่วนของชาวบ้านที่มาให้การต้อนรับต่างแสดงความผิดหวังหลังจากนายกฯตรวจความคืบหน้าในการซ่อมแซมประตูน้ำบางโฉมศรีแล้วได้เดินทางขึ้นรถทันที โดยไม่ได้ขึ้นเวทีทักทายประชาชนแต่อย่างใด
จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปยังจังหวัดลพบุรีถึงหน่วยบัญชาการสงคราพิเศษจ.ลพบุรี โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ โดยเข้าฟังแนวทางการจัดเตรียมแผนปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุและการฝึกซ้อม กรณีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ การป้องกันอุทกภัย การตั้งศูนย์พักพิง
นายกอบต.เขาสมอคอนโวยกำหนดพื้นที่แก้มลิงไม่ถามท้องถิ่น
นายเกษม ประภากร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำหนดให้พื้นที่ทุ่งท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง ที่เป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำช่วงกลางน้ำ โดยใช้พื้นที่นาของชาวบ้านกว่า 10,000 ไร่ว่า หลังจากกรมชลประทานกำหนดชัดเจนว่าจะให้ทุ่งท่าวุ้งเป็นพิ้นที่แก้มลิง แต่ขณะนี้ชาวบ้านยังไม่ทราบว่าจะใช้พื้นที่ทุ่งท่าวุ้งส่วนไหน เพราะกรมชลประทานกำหนดเอง ซึ่งตนเห็นว่าลำดับแรกกรมชลประทานก็ต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนว่าจะใช้พื้นที่จุดไหน โดยต้องลงลึกในรายละเอียดและหากทำได้ก็ต้องพูดคุยกันต่อไปว่าจะทำอะไรบ้าง เช่นการเสริมพนังให้สูงขึ้น ส่วนค่าชดเชยนั้นมองว่า ภาครัฐต้องมีความชัดเจนว่าหากพื้นที่จุดนี้เป็นแก้มลิงจะเสริมพนังให้สูงขึ้นเพื่อกันน้ำ และมาพูดคุยกับชาวบ้านได้ว่าเมื่อทำพื้นที่แก้มลิงแล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
“ชาวบ้านก็เคยมาถามผมว่าจะทำเป็นแก้มลิงหรือไม่ ผมก็บอกไม่รู้ เพราะข้อมูลไม่ชัดเจน ซึ่งเรียกร้องมีการมาคุยระดับชาวบ้านว่าหากทำแก้มลิงจะกระทบอะไรบ้าง ถ้ากระทบความต้องการของชาวบ้านคืออะไร ซึ่งดีที่สุดคือการทำประชาคม” นายเกษม กล่าว
มท.สั่งผู้ว่าฯลุ่มน้ำเจ้าพระยาสำรวจพื้นที่รับน้ำนอง
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะทำงานจัดทำแผนกำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่รับน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้กำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่รับน้ำ ออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 แผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน ระยะที่ 2 แผนปฏิบัติการอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน
ผู้ว่า8จว.ปลายน้ำถกแผนชงนายกฯเน้นบูรณาการ4ลุ่มน้ำ
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า วันที่ 15 ก.พ. เวลา 09.30 น. เป็นวันที่ 3 ของการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) การติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ (ตอนบน) 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และนครนายก นายนิรุตติ คุณวัฒน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้นำเสนอโครงการที่เกี่ยวกับพื้นที่รับน้ำ (แก้มลิง) ที่แต่ละจังหวัดได้คัดเลือกบริเวณพื้นที่สำคัญขึ้นมาพิจารณาด้วย เพื่อนำเสนอและหารือร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (กยน.) ซึ่งแก้มลิงเป็นหนึ่งในแผนของพื้นที่รับน้ำที่จะกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ตามธรรมชาติ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่กรุงเทพมหานครซึ่งในส่วนนี้จะรวมถึงการขุดลอกคูคลอง และการซ่อมแซมประตูระบายน้ำต่าง ๆ ด้วย
"ปชป.”จี้รัฐเปิดแผนใช้เงิน 3.5 แสนล้าน
เมื่อเวลา 17.00 น.ที่รัฐสภา นายอรรถวิช สุวรรณภักดี โฆษกคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติขอดูแผนโครงการป้องกันน้ำท่วมตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ที่นายกิตติรัตน์ ณ.ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบโครงการในเอกสาร ว่า เป็นโครงการที่จะทำทันทีหรือไม่ เพราะหากดำเนินการปีหน้า ก็สามารถกำหนดในการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ได้ โดยในปีนี้หลายพื้นที่ในภาคกลางถูกจัดให้เป็นพื้นที่น้ำนอง การเปิดเผยโครงการจะทำให้ประชาชนเตรียมการล่วงหน้ารองรับน้ำที่จะระบายจากเขื่อนได้



