ข่าว

อ่วม!ขึ้น'เบนซิน-โซฮอล์'อีก1บาท

อ่วม!ขึ้น'เบนซิน-โซฮอล์'อีก1บาท

15 ก.พ. 2555

กบง. มีมติปรับขึ้นราคา 'เอ็นจีวี-แอลพีจี' ภาคขนส่ง เบนซินและโซฮอล์ ตามนโยบายปรับโครงสร้างราคาพลังงานรอบสอง ผู้ใช้ 'เบนซิน-โซฮอล์' อ่วม ราคาเพิ่มขึ้นอีก 1.07 บาท ตั้งแต่ 16 ก.พ.นี้

          นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง.มีมติให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยราคาก๊าซเอ็นจีวี และปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่ง รวมทั้งน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ส่วนน้ำมันดีเซลยังคงไว้ในอัตราเดิม เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบรอบสอง ซึ่งคาดว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องมากขึ้น โดยกองทุนน้ำมันฯ มีภาระลดลงประมาณวันละ 21 ล้านบาท จากติดลบวันละ 142 ล้านบาท เหลือติดลบวันละ 121 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ในส่วนของก๊าซเอ็นจีวี ได้มีการปรับลดอัตราเงินชดเชยลงกิโลกรัมละ 50 สตางค์ จากชดเชย 1.50 บาท เหลือ 1 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม ส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีเพิ่มขึ้น 50 สตางค์ จากิโลกรัมละ 9 บาท เป็น 9.50 บาท ขณะที่ส่วนของแอลพีจีภาคขนส่ง ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯจาก 0.7009 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 1.4018 บาท มีผลตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม จะส่งผลให้ราคาขายปลีกแอลพีจีเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 0.75 บาท จาก 18.83 บาท เป็น 19.58 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.41 บาทต่อลิตร จากลิตรละ 11.76 บาทเป็น 12.17 บาท

          สำหรับน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ มีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม 1 บาทต่อลิตร จะมีผลทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพิ่มขึ้น 1.07 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์  เป็นต้นไป ซึ่งการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์นี้ จะทำให้ส่วนต่างราคาระหว่างราคาน้ำมันเบนซิน 91 เทียบกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง ไม่จูงใจต่อผู้ใช้น้ำมัน จึงได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปจัดทำข้อเสนอการปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ให้มีความเหมาะสมและคล่องตัวยิ่งขึ้น