
'กิตติรัตน์'อ้ำอึ้ง!ศาลซักเหตุผลกู้เงิน
'กิตติรัตน์' อ้ำอึ้ง แจงเหตุจำเป็นออก พรก.กู้เงิน หลังตุลาการฯ ไล่บี้ กว่า 3 ชม.หลังฟังคำชี้แจง ตุลาการศาล รธน. นัดฟังคำวินิจฉัย พรก. กู้เงิน 2 ฉบับ วันที่ 22 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 55 นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ได้ออกนั่งบัลลังก์ รับฟังคำชี้แจงด้วยวาจากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ฉบับประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารการจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 350,000 ล้านบาท และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 วงเงิน 1.14 ล้านล้านบาทไว้ พิจารณาว่า ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 หรือไม่ โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร้องฝ่ายส.ส.และนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ผู้ร้องฝ่ายส.ว. และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงด้วยวาจา ทั้งนี้มีนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ขณะที่ฝ่ายวุฒิสภามีนางสุมน สุตตะวิริยะวัตน์ ส.ว.เพชรบุรี นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา เดินทางมาร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญโดยนายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการผู้ทำหน้าที่ดำเนินการ ได้ชี้แจงขั้นตอนกระบวนการพิจารณษให้ทราบว่า ศาลจะเปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องชี้แจงด้วยวาจาคนละประมาณ 30 นาที โดยกำหนดให้ชี้แจง 2 ประเด็น คือ เหตุผลที่ต้องออกพ.ร.ก.ตามมาตรา 184 และเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่อย่างไร
นายกรณ์ ชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่เห็นด้วยว่ารัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วน ว่า รัฐบาลยังไม่มีความจำเป็นสำคัญต้องออกพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารการจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 350,000 ล้านบาท เนื่องจาก ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับความจำเป็นแล้วประเทศยังไม่มีเหตุวิกฤติถึงขั้นต้องตราพ.ร.ก.นี้ขึ้นมา แม้เหตุการณ์วิกฤติน้ำท่วมเมื่อปี 2554 รัฐบาลก็สามารถบริหารจัดการงบ โดยไม่จำเป็นที่ต้องไปหาแหล่งเงินจากหน่วยงานอื่นเข้ามา เพราะรัฐบาลมีเงินในการบริหารจัดการอยู่แล้วทั้งในส่วนของงบประมาณกลางประจำปี และอีกทั้งยังมีช่องทางกองทุนฟื้นฟูในการแสวงหารายได้ ซึ่งมี 3 ช่องทางที่จะมีการเริ่มนับรายได้ปี 2556
นายกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า การตราพ.ร.ก.ยังขาดความชัดเจนในส่วนของภาระหนี้ว่าในอนาคตจะมีการบริหารจัดการอย่างไร นอกจากนี้ยังเห็นว่าเป็นการโอนภาระหนี้ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ขาดทุนและประชาชนต้องเดือดร้อนที่มาแบกรับภาระหนี้สาธารณะทั้งที่ไม่มีความจำเป็น ดังนั้นการที่รัฐบาลอ้างว่าต้องโอนหนี้ของกองทุนฟื้นฟูออก เพื่อให้รัฐบาลแบกภาระหนี้น้อยลงและสามารถเพิ่มวงเงินการกู้ได้มากขึ้น เพื่อไปช่วยเหลือน้ำท่วมนั้นไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาออกพ.ร.ก.เนื่องจากในปีงบประมาณ 2555 มีการจัดสรรงบประมาณในการชำระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลมีเม็ดเงินที่จะนำมาบริหารจัดการหนี้นอกจากนี้ เมื่อวัดภาระหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ รัฐบาลยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีก และยังอยู่ในกรอบของความยังยืนทางด้านการคลังจึงไม่ต้องโอนหนี้เพื่อให้มีวงเงินกู้ยืมเพิ่มเติม
ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในการขอให้วินิจฉัยกรณี พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้สินเงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 ว่า ส.ว.ที่ได้ร่วมยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลเห็นว่ารัฐบาลไม่มีเหตุมีความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เพราะปัจจุบันรัฐบาลมีงบประมาณดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ฟื้นฟูโครงสร้างของประเทศอยู่ในเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 อยู่แล้ว เพียงแค่รอการประกาศใช้ในราชกิจนุเบกษา ทั้งนี้เห็นว่าการตรา พ.ร.ก.ดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤต ไม่ได้มีการเปลี่ยนสถานะหนี้ แต่เป็นการผลักภาระการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ออกจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่การปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังเป็นภาระหนี้กระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามในช่วงที่รัฐบาลพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีข้อโต้แย้งทางสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นหากตราเป็นพระราชบัญญัติปกติ เชื่อว่าจะมีเวลาทำความเข้าใจจากฝ่ายต่างๆ ได้ และยังสร้างความเชื่อมั่นของประเทศได้ไม่ต่างกัน
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวชี้แจงถึงกรณีมีความจำเป็นที่ต้องออกพ.ร.ก. ว่า ยอมรับว่าประเทศไทยมีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท และสามารถกู้เงินได้เพิ่มขึ้นเพราะยังหนี้สาธารณะยังไม่ถึง 60 % ของจีดีพี แต่ถ้าเราไม่มีการจัดการอะไรและมีความจำเป็นต้องกู้เงินอยู่จะส่งผลให้มีหนี้สาธารณะถึง 50 % โดยในนั้นจะมีหนี้ส่วนหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ คือ หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จำนวน 1.14 ล้านบาท จึงเล็งเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ควรมีการจัดบริหารหนี้ส่วนนี้อย่างเป็นระบบ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยมีการบอกว่าจะลดหนี้ก้อนหนี้อย่างไร การดำเนินการตามงบประมาณ 2555 และ 2556 มีจุดประสงค์ลดการขาดดุลงบประมาณลง และดำเนินการจัดตั้งระบบป้องกันภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาจใช้เวลายาวมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ยืนยันว่าเรามีแผนงานแล้วโดยสอดรับแผนแม่บทลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในอดีตครอบคลุมการฟื้นฟูป่า เส้นทางผันน้ำ การดำเนินการสร้างฐานข้อมูล และการกำหนดพื้นที่รับน้ำเพื่อรองรับหากเกิดกรณีที่มีปริมาณน้ำฝนมากเท่ากับปี 2554 บางโครงการใช้เวลามากกว่า 1 - 2 ปี ซึ่งตอนนี้มีความพร้อมสำหรับการก่อสร้างสิ่งต่างๆ เพราะหน้าที่ของรัฐบาล คือ การสร้างความมั่นใจผ่านกระบวนการวางแผนบริหารจัดการน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมอีก " นายกิตติรัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กิตติรัตน์ชี้แจงเสร็จ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประเด็นซักว่า เมื่อมีการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับผิดชอบ หนี้ส่วนนี้ยังไม่พ้นความเป็นหนี้สาธารณะใช่หรือไม่ และตามหลักฐานที่ปรากฎรัฐบาลเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เข้าสู่สภาฯในเดือนพ.ย.2554 หลังจากนั้นมีช่วงเวลาปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปจนถึงปลายเดือนธ.ค.ทำไมรัฐบาลไม่พิจารณาออกพ.ร.ก.ในเปิดสภา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาว่า ชิงออกพ.ร.ก.ทั้งๆที่สภาเปิดสมัยประชุมอยู่ เหมือนไม่ให้ความเคารพฝ่ายนิติบัญญัติ
นายกิตติรัตน์ ได้ชี้แจงพร้อมถอนหายใจว่า ยังเป็นหนี้สาธารณะอยู่ ส่วนการเงื่อนไขเวลาในการเสนอพ.ร.ก.นั้น ตนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ ด้านการเมืองครับ แต่เชื่อว่าสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้คำนึงถึงแนวคิดทางการเมืองเป็นหลัก แต่เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจ
"เรื่องของเงื่อนเวลาขอเรียนตามจริงว่าผมเองได้พูดต่อสาธารณชนหลายครั้งว่า การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอุทกภัยซ้ำมีความจำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินหลายแสนล้านบาท ครม.ได้พิจารณาความเสียหายจากการสำรวจของธนาคารโลกและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังนั้น เรื่องเงื่อนเวลาจึงไม่คำนึงว่าถ้าจะไปเร่งตรงนั้นแล้วจะเกิดผลประโยชน์ที่ดีกว่าในทางการเมืองอะไร เรื่องนี้ผมได้เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที 27 ธ.ค. ไม่ได้มีความเข้าใจหรือความชำนาญในเรื่องของการเสนอในช่วงสภาปิด หรือสภาเปิดแต่อย่างใดด้วยความเคารพ"
ขณะที่นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซักถามว่า พ.ร.ก.เกี่ยวกับหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯอยากทราบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไรกับแผนบริหารจัดการน้ำ
นายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า ตนได้ชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เห็นว่าการที่พ.ร.บ.งบประมาณ 2555 มีความล่าช้าและดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล 4 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับเงินที่ต้องลงทุนระบบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และกองทุนประกันภัยพิบัติ 5 หมื่นล้านบาท ที่กำลังดำเนินการเพื่อให้สอดรับกับงบประมาณ 2556 ที่เริ่มในเดือนต.ค.2555 และต้องกู้เงินตามความจำเป็น 1 ล้านล้านบาท ซึ่งการที่มียอดเงินสูง 1 ล้านล้านบาท และมาเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มเติม หากไม่มีการดูแลหนี้สาธารณะเดิม 4.2 ล้านล้านบาท เพื่อให้ชำระหนี้ได้จะเป็นปัญหา และถ้าในปี 2556 ดำเนินการล่าช้าจนนำไปสู่การตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายดอกเบี้ยให้กับหนี้ 1.14 ล้านล้านบาท อีกจะส่งผลกระทบต่อเป็นลูกโซ่ถึงวินัยการเงินการคลังในเรื่องของความตั้งใจลดการขาดดุล
นอกจากนี้นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังได้ ซักถามว่า การที่ระบุว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.47% และชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เพื่อมารับภาระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ซึ่งการที่ระบุว่าถ้าการจัดเก็บไม่ถึง 0.52 % จะไม่ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ฝากเงินและผู้กู้ ไม่สร้างความเดือดร้อนและเป็นภาระ จึงต้องการทราบตัวเลข 0.52 % คำนวณจากอะไร และการไม่ตั้งงบประมาณในปี 2556 เพื่อชำระดอกเบี้ยในหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมงวดแรกจะเริ่มในวันที่ 31 ก.ค. 2555 จึงสงสัยว่าถ้าเสนอเป็นพ.ร.บ.เข้ามาจะทันกับช่วงเวลาที่จะได้เงินค่าธรรมเนียมในเดือนก.ค.2555 หรือไม่
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้ข้อสมมติว่าการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและเงินฝากของธนาคารยังคงยืนอยู่จุดเดิม ซึ่งการจ่ายเงินค่าธรรมเนียม 0.47 % สิ่งที่เกิดขึ้น คือ กำไรก่อนหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจะลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงเป็นจ่ายในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% แต่ขณะนี้ในปี 2555 รัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าจะปรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 23 % ทำให้ผลกำไรสุทธิก็ยังคงเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นในอัตราของการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 0.47%
"ผู้กู้ยังจ่ายดอกเบี้ยเหมือนเดิม ผู้ฝากยังรับดอกเบี้ยเหมือนเดิม ผู้ถือหุ้นที่รอรับเงินปันผลจะมีผลกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ ส่วนการกำหนดวันส่งเงินให้เริ่ม 31 ก.ค. เพราะการคำนวณฐานเงินฝากจะเริ่มตั้งแต่เดือนม.ค.ไปจนถึงมิ.ย.เพื่อให้เริ่มการส่งเงินในเดือนก.ค.ได้ และถ้ากระบวนการจัดทำพ.ร.บ.ต้องใช้เวลานานจนทำให้รัฐบาลไม่สามารถชี้แจงกับผู้เกี่ยวข้องและนำไปสู่การตั้งงบประมาณปี 2556 เพื่อดูแลดอกเบี้ยในหนี้ 1.14 ล้านล้านบาทต่อไปย่อมเกิดความสงสัยว่าหนี้ส่วนนี้จะไม่เป็นหนี้ ที่ไม่เป็นภาระต่องบประมาณได้หรือไม่ ในทางกลับกันถ้าดำเนินการพ.ร.ก.จะช่วยให้รัฐบาลไม่ต้องดำเนินการตั้งงบประมาณจ่ายดอกเบี้ยส่วนนี้ในปีงบประมาณ 2556"
ผู้สื่อข่าวรางานว่า หลังการชี้แจงกว่า 3 ชั่วโมงนายบุญส่งได้แจ้งให้ทั้ง 2 ฝ่ายทราบว่าคณะตุลาการฯได้มีบันทึกถ้อยคำของผู้ชี้แจงไว้ทั้งหมดแล้ว และมีคำสั่งให้รับบันทึกที่นายกรณ์ นายคำนูณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอยื่นเพิ่มเติมรวมไว้ในสำนวนแล้วส่วนที่นายกรณ์ขอให้ศาลเรียกพยานบุคคลเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมรวม 3 ปาก คือนายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน นายบรรเจิด สิงคเนติ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และที่นายคำนูณขอให้เรียกเพิ่มเติม คือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ศาลเห็นว่าไม่ใช่การไต่สวนพยาน จึงไม่จำเป็นต้องเรียกพยานตามที่ขอแต่รับบันทึกถ้อยคำของบุคคลเหล่านั้นไว้ ซึ่งหลังจากนี้ศาลจะพิจารณาคำร้องดังกล่าวและนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 22 ก.พ. เวลา 14.00 น.



