ข่าว

มะกันเมินส่งคนฟังแจงเหตุบึ้มกรุง

มะกันเมินส่งคนฟังแจงเหตุบึ้มกรุง

15 ก.พ. 2555

"สุรพงษ์" เผยทูตสหรัฐฯโทรหาหลังบึ้มกลางกรุง กต.เชิญทูตแจง อิหร่านโผล่ถกก่อนมะกันเมิน ระบุคนร้ายไม่ปักใจมุ่งเป้าก่อการร้ายไทย เหตุยังไม่ถูกยกระดับเป็นเป้า เพียงถูกใช้เป็นที่พักเท่านั้น แถมยกทฤษฎีไม่มีใครระเบิดบ้านตัวเอง ยันไม่ใช่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ลงมือ

               15ก.พ.2555 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 14 ก.พ. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้โทรศัพท์มาสอบถามตนเกี่ยวกับรายละเอียดในเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจะออกประกาศขอให้ชาวสหรัฐใช้ความระมัดระวังในไทย ซึ่งขอขอบคุณที่ทูตได้โทร.มาก่อน ตนจึงมีโอกาสได้ชี้แจงเหตุการณ์และการดำเนินการของฝ่ายไทยไปเบื้องต้น เพื่อสร้างความมั่นใจกับต่างชาติให้เกิดขึ้น

 

กต. เชิญทูตแจงทูตอิหร่านโผล่ถกก่อนมะกันเมิน


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวลา 15.30 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ได้ร่วมกันบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่ ซอยสุขุมวิท 71  ให้คณะทูตานุทูตต่างชาติจำนวน  53 คน จาก 45 ประเทศ และสององค์กร โดยในจำนวนนี้เป็นระดับเอกอัครราชทูตและหัวหน้าสำนักงาน  11 ประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นระดับผู้แทน  ซึ่งการชี้แจงใช้เวลา ประมาณ 50 นาที 

               และในเวลา 16.20 น.  นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า การบรรยายสรุปครั้งนี้เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงของที่มาจากการรวบรวมหลักฐานและการจับผู้ต้องสงสัยสองคน โดยทั้งสองได้ถือพาสปอร์ต ซึ่งระบุสัญชาติอิหร่านซึ่งต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง และการชี้แจงครั้งนี้เป็นความพยายามของกระทรวงการต่างประเทศที่จะให้ข้อมูลต่อทูตานุทูตอย่างทันท่วงทีและให้เห็นถึงการดำเนินการของไทยในการปกป้องและคุ้มครองและให้เกิดความปลอดภัยกับชาวต่างชาติ สถานทูตและองค์การระหว่างประเทศ

               ในโอกาสนี้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ขอความร่วมมือในการช่วยให้ข้อมูลสนับสนุนและที่จะเป็นประโยชน์กับเหตุการณ์ รวมถึงการขอให้ต่างชาติตระหนักถึงความรับผิดชอบ ซึ่งการออกคำแนะนำให้แก่ชาวต่างชาติในไทยถือเป็นเรื่องดีแต่ขอให้คำนึงถึงการดำเนินการของรัฐบาลไทย และขอให้การแจ้งเตือน มีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ 

               นายธานีเปิดเผยว่า ในการบรรยายสรุปครั้งนี้มีผู้แทนจากบางสถานทูตได้สอบถามถึงความเกี่ยวโยงถึงเหตุการณ์ ที่บางประเทศได้ออกประกาศเตือนในช่วงที่ผ่านมา

               ทั้งนี้นายธานีเปิดเผยด้วยว่า Mr. Majib biznarkเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง ก่อนถึงเวลาบรรยายสรุปประมาณ 30 นาที  เพื่อทีจะเข้าพบกับนายชยพันธ์ บำรุงพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมเอเชียใต้  ตะวันออกกลางและแอฟริกา   เพื่อที่จะคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางไทยก็ได้ขอความร่วมมือกับทูตอิหร่านในการช่วยพิสูจน์สัญชาติและพิสูจน์พาสปอร์ตว่าเป็นของอิหร่านจริงหรือไม่  รวมทั้งอย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชี้แจงครั้งนี้ ประเทศที่ออกคำเตือนทั้ง 10 ประเทศนั้นมีประเทศที่ไม่มา โดยประเทศที่มาประกอบด้วย อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี  นิวซีเแลนด์ และอิสราเอล อย่างไรก็ตามสหรัฐอเมริการไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมแต่อย่าใด  สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปนั้นเมื่อ เอกอัครราชทูต และตัวเแทนมาพบกันนั้นก็ได้ทักทายกันตามปกติเพียงเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายเข้าที่นั่ง โดยไม่มีเวลากันพูดคุยกันมากนัก

 

ไม่ปักใจเหตุบึ้มมุ่งเป้าก่อการร้ายไทย


               แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงในช่วงเช้าของวันที่ 15 ก.พ.นี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวจะมุ่งเป้าก่อการร้ายในประเทศไทย เพียงแต่อาจจะใช้ไทยเป็นฐานกำลัง เพื่อที่จะก่อการร้ายในประเทศอื่นก็เป็นได้ ทั้งนี้ผู้้ต้องหารายหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ กำลังเตรียมตัวเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย ดังนั้นทางไทยจึงมีการประสานหน่วยข่าวกับประเทศมาเลเซีย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับทางสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบประวัติของผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนแล้ว 

               แหล่งข่าวรายเดิมยังระบุว่า การก่อการร้ายจะต้องมุ่งเป้าในเชิงสัญลักษณ์ของประเทศที่เป็นเป้าหมาย แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นในแหล่งชุมชนก็จริงอยู่ แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่สร้างความเสียหายขนาดใหญ่ โดยระเบิดที่ใช้ก็เป็นระเบิดแบบซีโฟร์ที่มุ่งใช้สังหารบุคคล ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการประกอบระเบิดเพื่อเตรียมจะไปใช้ในที่อื่น หากมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่มีการจับกุมชาวเลบานอน และมีการพบแอมโมเนียในบ้านหลังหนึ่ง โดยปริมาณที่รวบรวมมาได้สามารถทำให้ตึกหลังหนึ่งหายไปได้ในพริบตา ดังนั้นจึงไม่น่ายกระดับเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการก่อการร้าย

               "เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ตอนนี้ทุกประเทศมีความเสี่ยงในการก่อการร้ายทุกพื้นที่  แต่ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของผู้ก่อการร้าย   ไทยยังเป็นประเทศที่เหมาะสมในการเป็นจุดพักของผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหาระเบิด หรือเรียกประชุมกลุ่มต่างๆ และเป็นที่รักษาตัว รวมทั้งเดินทางเข้าออกได้ง่าย จึงเข้าข่ายทฤษฎีว่าไม่มีใครจะระเบิดบ้านตัวเอง เพราะเรายังเหมาะเป็นสถานที่ซ่องสุมกำลัง  จึงยังไม่ถูกยกระดับว่าเป็นเป้าหมาย"แหล่งข่าวระบุ

 

หน่วยงานความมั่นคงเชื่อโยงวินาศกรรมที่อินเดีย


             รายงานข่าวจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อประเมินเหตุการณ์การเกิดระเบิดด้วยว่า หน่วยข่าวความมั่นคงระบุตรงกันว่าไม่ใช่การก่อวินาศกรรมจากกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งประเทศไทยเป็นเพียงแต่ใช้ประเทศเป็นแหล่งพักเก็บตัวและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุเท่านั้น โดยพบว่าบ้านเช่าที่กลุ่มคนร้ายเช่าอยู่นั้นถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ฝึกสอนในการประกอบวัตถุระเบิดชนิดต่างๆเพื่อไว้ใช้ในการก่อเหตุ และจากการแกะรอยพบว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เข้าไปก่อเหตุวินาศกรรมเพื่อพุ่งเป้าเอาชีวิตนักการฑูตอิสราเอลในเมืองหลวงของอินเดียเมื่อวันที่ 13 กพ.ที่ผ่านมา  


กทม.เล็งเชื่อมระบบกล้องเอกชน คุ้มเข้มเมืองหลวง

             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่าขณะนี้กทม. พร้อมที่จะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มในพื้นที่ที่รัฐบาลคิดว่าเป็นจุดเสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากเดิมมีอยู่แล้ว 12,000 ตัว และกำลังเร่งติดตั้งอีก 10,000 ตัว ภายในปี 55 นี้ ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด นอกจากนี้ กทม.จะเร่งพัฒนากล้องซีซีทีวีให้เชื่อมโยงกับกล้องซีซีทีวีของหน่วยงานเอกชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาทิ โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า แต่ก็ต้องอาศัยงบประมาณและความร่วมมือของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) จะมีการนัดประชุมหน่วยงานความมั่นคงภายในที่เกี่ยวข้องในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ซึ่งคิดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น

 

"โคฟี่ อันนัน"เยือนไทย16ก.พ.เข้าหารือ"ปู-คอป."  

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ.นี้ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ และนายมาร์ตติ อาห์ติซาริ อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธาณรัฐฟินแลนด์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2551  จะเดินทางมาประเทศไทยเข้าพบกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงเข้าพบกับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ตามที่ได้รับคำเชิญให้เป็นที่ปรึกษาและนำประสบการณ์ด้านการสร้างความปรองดองในต่างประเทศาเป็นแนวทางการในสร้างความปรองดองของประเทศไทย โดยนายโคฟีและนายมาร์ตติ จะเข้ารับฟังข้อมูล ความคิดเห็นของทุกฝ่ายก่อน จากนั้นในวันที่ 18 ก.พ.ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรีล่า นายโคฟีและนายมาร์ตติจะเปิดเวทีพูดคุยถึงบทบาทที่สามารถเข้ามามีส่วนแนะนำทิศทางการสร้างความปรองดองรวมทั้งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสซักถาม