
'กรณ์'ชี้รบ.ออกพรก.ไร้เหตุผล
'กรณ์'ชี้รบ.ออก พรก.ไร้เหตุผล ด้าน'รสนารอลุ้น'นายกฯ'ลาออก หาก'ศาลรธน.'ชี้พรก.ขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของ สส.เพื่อให้ขอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ม.185 กรณี พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (3.5 แสนล้านบาท) และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (1.14 ล้านล้านบาท) และกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ สว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามม.185 กรณีและ พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ โดยมีผู้เข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อศาลประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะผู้แทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนเสนอความเห็นต่อประธานสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ในฐานะผู้แทนผู้เสนอความเห็นต่อประธานวุฒิสภา ทั้งนี้ยังมีผู้เข้าร่วมชี้แจงอาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภา นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
นอกจากนี้ยังมี นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ฯลฯ ซึ่งมีสื่อมวลชนหลายสำนักเฝ้าติดตามการพิจารณากันอย่างคึกคัก
นายกรณ์ จาติกวนิช ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงแนวความคิดของตนเอง เพื่อให้ตุลาการฯพิจารณาต่อไป ส่วนของตนก็จะชี้แจงไปตามประเด็นที่มีความสำคัญในการพิจารณา ซึ่งมั่นใจตั้งแต่แรกว่าการตรา พรก.กู้เงินทั้งสองฉบับนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ พรก.เพื่อกู้เงินที่ยังมีปัญหาในหลายจุด โดยในส่วนของ พรก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ ที่มีความชัดเจนว่า ผลของการโอนหนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในลักษณะเร่งด่วนจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลไม่ได้มีปัญหาในการรับภารพดอกเบี้ยของหนี้การฟื้นฟู เพราะรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรงบประมาณ และได้เผื่อไว้ในปีงบประมาณ 2555 อยู่แล้ว ซึ่งสามารถจะรับดอกเบี้ยได้อย่างน้อยที่สุดคือถึงสิ้นปีงบประมาณ จึงไม่มีความจำเป็นต้องคลอดกฎหมายนี้ในรูปแบบ พรก.
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ ยังได้ออกมามีข้อสรุปว่า จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารของรัฐ แต่กลับไม่คิดพิจาณานำค่าธรรมเนียมดังกล่าวไปสมทบกองทุนค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์เพื่อชำระหนี้ ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจ และไม่ได้คิดจะลดภาระหนี้ส่วนนี้เป็นภาระเร่งด่วนอย่างที่กล่าวอ้าง และมีผลในทางลบมากมาย ตนจะชี้แจงต่อศาลว่าควรมีการพิจารณากลั่นกรองในชั้นของสภาตามขั้นตอนฝ่ายนิติบัญญัติปกติ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลก็พูดว่าหากไม่สามารถออก พรก.ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะยังสามารถวินิจฉัยออกเป็นพ.ร.บ.แทนได้ นี้เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าสามารถออกเป็น พรบได้ไม่เป็นปัญหา แต่รัฐบาลต้องการที่จะรวบรัด และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ จึงเลือก พรก.ที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารเท่านั้น ส่วน พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ นั้นยังมีคำถามว่าเร่งด่วนจริงหรือไม่ และอาจเป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศ
ด้าน น.ส.รสนา หนึ่งในกลุ่ม สว. ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญในกรณี พรก. ดังกล่าว กล่าวถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พรก. ทั้งสองฉบับตกไปว่า ในเมืองไทยมีมาตรฐานจริยธรรมค่อนข้างต่ำ จึงหานักการเมืองรับผิดชอบได้ยาก อย่างกรณีของการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) ก็ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบ แม้จะมีประมวลจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญก็ไม่มีผลบังคับ ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า พรก.ตกไป ก็ควรต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่วันก่อนได้ยิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แล้วว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายก ฯ และ รมว. คลังไม่ต้องลาออก แล้วถามว่านายก ฯ จะลาออกหรือไม่ ทั้งนี้เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่มีข้อกฎหมายบอกว่านักการเมืองต้องรับผิดชอบอะไร มันเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องบีบ ถ้าสังคมเฉย ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้



