
นายกฯตรวจแนวเขื่อนเจ้าพระยา
"ยิ่งลักษณ์" ทัวร์ลุ่มน้ำวันที่ 3 ตรวจแนวเขื่อนเจ้าพระยา พื้นที่กลางน้ำ ป้องกันอุทกภัย พร้อมดูความคืบหน้าซ่อมบางโฉมศรี
วันที่ 15 ก.พ.55 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในเดินทางการติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในวันที่ 3 ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้พักค้างคืนที่โรงแรมโรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ทแอนด์สปา จ.นครสวรรค์ ในช่วงเช้า เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังผลการประชุมแผนงานโครงการป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดพื้นที่กลางน้ำ ก่อนที่ในเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ จะออกเดินทางไป สำรวจริมเขื่อนเจ้าพระยา อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนป้องกันอุทกภัยในพื้นที่กลางน้ำ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางไปยังเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ. ชัยนาท เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปในเรื่องการบริหารจัดการน้ำบริเวณน้ำเขื่อนเจ้าพระยา และประตูระบายน้ำต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามการปรับปรุงประตูระบายน้ำพลเทพ ก่อนที่จะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อติดตามการปรับปรุงประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ที่ชำรุดเสียหายจากเหตุอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาด้วย
อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีและคณะ จะออกเดินไปยังหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการจัดเตรียมแผนปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุและการฝึกซ้อมกรณีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ รวมถึงการเตรียมการป้องกันอุทกภัยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการตั้งศูนย์พักพิง พร้อมทั้งแนวทางการจัดการด้านการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ด้วย
เคาะงบ 4.9 หมื่นล้านป้องกันน้ำท่วม10จว.
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมแผนโครงการป้องกันน้ำท่วมจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง ร่วมกับครม.บางส่วน คณะกรรมการกยน. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร กำแพงเพชร ชัยนาท ในการเดินทางมาติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นวันที่สามแล้ว
โดยช่วงหนึ่งนายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปการประชุมร่วมกับผู้ว่า10 จังหวัดภาคเหนือตอนบนว่า งบประมาณสำหรับโครงการ 10 จังหวัด 2,516 โครงการ วงเงินงบประมาณ 49,297 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการยั่งยืน 1935 โครงการ เร่งด่วน 581 โครงการ โดยในส่วนของโครงการเร่งด่วนใช้วงเงิน 10,711 ล้านบาท จังหวัดน่านมากสุด 32% และมีอีก 55 โครงการเร่งด่วนหรือแฟลชชิป ที่เพิ่มเติมเข้ามาจากการประชุมร่วมกับ10จังหวัด ทั้งนี้เมื่อแบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการได้ภายในสามเดือน ใช้งบประมาณ 1,826 ล้านบาท
ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยหลักของการบริหารพื้นที่ต้นน้ำตอนกลางส่วนบนที่จะครอบคลุม 6 จังหวัด สิ่งที่ต้องดำเนินการคือการเชื่อมต่อบึงธรรมชาติด้วยคลอง อาทิ บึงตะเกร็ง บึงขี้แร้ง และบึงระมาณ จากแม่น้ำยมไปแม่น้ำน่านเพื่อให้น้ำลงตามเขื่อนต่างๆ และในอนาคตจะต้องหาลุ่มน้ำเพิ่มขึ้นในส่วนพื้นที่บางระกำนั้นเป็นพื้นที่ต่ำที่สุด ทำอย่างไรให้คนอาศัยอยู่กับน้ำได้ จึงฝากผู้ว่าฯว่าถ้าน้ำท่วมทำอย่างไรให้ประชาชนปรับวิถีให้อยู่กับน้ำได้ชั่วคราว ส่วนที่มีคูคลองตื้นเขินขอให้ช่วยกันขุดลอกเพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ดินที่ขุดนำมาเป็นพนังกั้นน้ำด้วย
ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวรายงานตอนหนึ่งถึงเรื่องเยียวยา 5,000 บาท ใน 6 จังหวัดนั้น ได้ดำเนินการครบแล้ว ส่วนที่ประชาชนยังไม่ได้ 200 กว่ารายเพราะประชาชนยังไม่มารับเงินแต่มีการโอนเงินมาแล้ว และที่ฝ่ายค้านบอกว่าเราไม่ดูแลประชาชนนั้นยืนยันว่าเราจ่ายหมดแล้ว มีแต่ไม่ได้จ่ายฝ่ายค้านแค่นั้นเอง นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งนายปลอดยังกล่าวถึงการคาดการณ์สถานการณ์ว่าปีนี้จะมีพายุ 1 ลูก โดยมีปริมาณน้ำฝน 1,700 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำคาดว่าจะมี 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เขื่อนจะรับน้ำได้ 5 พันล้านลบ.ม. แก้มลิงและพื้นที่ลุ่มอีก 5 พันล้านลบ.ม. ซึ่งจะเหลือน้ำประมาณ 1 หมื่นล้านลบ.ม. ที่จะต้องระบายลงทะเล ที่คาดว่าจะใช้เวลาระบายภายใน หนึ่งเดือนหรึอเดือนครึ่ง และเดือนพ.ย.จะเป็นปกติ
รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่รับน้ำจำนวน 2 ล้านไร่นั้นมั่นใจว่าก่อนเดินทางกลับกทมจะได้ 2 ล้านไร่แน่นอน โดยตอนนี้ได้แล้ว 4.7 แสนไร่ หรือ 23% หรือ1ใน4 ของพื้นที่ที่ต้องการทั้งหมด



