ข่าว

วัดใจรัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'แจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

วัดใจรัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'แจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

14 ก.พ. 2555

วัดใจรัฐบาล'ยิ่งลักษณ์' แจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด : รายงานพิเศษ โดยสกาวรัตน์ ศิริมา

             ภายในปี 2558 แนวทางในการพลิกโฉมอำเภอแม่สอด จังหวัดตากไปสู่"เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ในฐานะประตูตะวันตกเชื่อมการค้าอาเซียนและยุโรป เป็นงานใหญ่ที่จะวัดฝีมือการทำงานของรัฐบาล"ยิ่งลักษณ์"ว่าจะให้น้ำหนักในการพัฒนาศักยภาพเมืองหน้าด่านเกรดเอของภาคเหนือรองรับการค้าไร้พรหมแดนได้มากน้อยขนาดไหน ขณะที่แนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาล้ำหน้าในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น"พม่า"และสปป.ลาว
       
             นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรจะได้บทสรุปของการบริหารจัดตั้งเขตเศรษฐกิจแม่สอด จังหวัดตาก บนพื้นที่ 5,600ไร่ เพื่อเดินหน้า เร่งรัดให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาครัฐควรพร้อมเข้ามาให้บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อสร้างเป็นโมเดลต้นแบบของประเทศ โดยยืนยันว่าการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารเขตเศรษฐกิจแม่สอด พ.ศ.... เป็นผลดีต่อโครงการนี้ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย

             ประกาศสำคัญ หากว่ามีการนำร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารเขตเศรษฐกิจแม่สอด พ.ศ.... เข้าสู่มติ.ครม.และผ่านการเห็นชอบ จะทำให้การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เดินหน้าได้เร็วขึ้นและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ โดยกรอบของการจัดตั้งองค์กรของรัฐจะแบ่งเป็นทีมบริหารท้องถิ่นที่เป็นมืออาชีพด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ และทีมที่ปรึกษากำกับดูแล โดยนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งประเด็นนี้เป็นเป้าหมายของโครงการนี้ที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาดูแล เนื่องจากจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลายกระทรวง

             แต่เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ล่าสุด มีมติจัดตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายขึ้น เพื่อพิจารณาทบทวน (ร่าง) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารเขตเศรษฐกิจแม่สอด พ.ศ.... และให้ยกร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พ.ศ.... เพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศนั้น ขึ้นมาอีกก็เท่า กับว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาโครงการนี้ออกไปอีก และหากว่าต้นแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดไม่สามารถแจ้งเกิดได้ชายแดนด้านอื่นของประเทศที่จ่อคิวพัฒนาก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้เช่นกัน

              ตอนนี้หอการค้ามองว่าเรามี 2 ทางเลือกที่ให้เกิดเป็นรูปธรรม และไม่ตกขบวนการเเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน 3 ปีข้างหน้า คือ เร่งรัดขอมติครม.เห็นชอบ จากนั้นจัด ตั้งองค์กรการบริหารเขตเศรษฐกิจขึ้นมาดูแล และรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อว่าภายในปี 2555 ก็ยังมีโอกาสจะเป็นไปได้ในการพัฒนาอย่างจริงจัง หรือให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้ามาเช่าพื้นที่ 5,600ไร่ และจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งประกาศให้เอกชนทั่วโลกมาประมูลลงทุนทำโครงสร้างพื้นฐานตามสเปคที่กำหนด โดยให้เช่าพื้นที่30-50ปี และจ่ายผลตอบแทนคืนให้รัฐ

             นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ เลขาธิการ หอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า เรื่องนี้ควรถูกผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงเวลาที่ทุกประเทศต้องเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศไทยจะล้าหลังที่สุด และเสียเปรียบมากที่สุดเช่นกัน ตอนนี้พม่ามีการพัฒนารวดเร็ว มีการสร้างเขตเศษฐกิจพิเศษ และการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแนวชายแดนประชิดไทยหมดแล้ว และจูงใจนักลงทุนด้วยต้นทุนแรงงานถูกกว่าไทย 5-6 เท่าตัว หากว่าประเทศไทยยังมองข้ามศักยภาพที่มีอยู่ตามแนวชายแดน โอกาสที่โรงงานต่างๆ จะย้ายฐานการลงทุนไปยังฝั่งพม่านั้นมีความเป็นไปได้สูง และต่อไปในพื้นที่อำเภอแม่สอดก็อาจประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานได้


จี้สร้าง"4เลน-เจาะอุโมงค์"รับเออีซี

             หอการค้าตาก หนุนรัฐสร้างถนนไฮเวย์ 4 เลนและเจาะอุโมงค์ ทำสะพานไปถึงเมืองเมียวดี ประเทศพม่า รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 คาดใช้งบก่อสร้าง 2 หมื่นล้านบาท
 

             นายวีระชัย ระกำทอง ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ทางรัฐบาลไทยได้ใช้งบประมาณ 1,114 ล้านบาท ทำการสร้างถนนไฮเวย์จากจังหวัดเมียวดีไปยังจังหวัดกอกาเลก ระยะทางช่วงแรกจากเมียวดี-เชิงเขาตะนาวศรี 17 กม. รวมทั้งปรับปรุงโครงการถนนสายใหม่ จากหมู่บ้านบางกานจนถึงจังหวัดกอกาเรก ระยะ 28 กิโลเมตร ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลในการเข้าไปดำเนินการในฝั่งพม่า รวมทั้งการดูพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปีจะแล้วเสร็จ และทำให้การเชื่อมต่อเส้นทางบกมายังอำเภอแม่สอด จังหวัดตากสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

             ส่วนการก่อสร้างถนน4เสนจากตาก-แม่สอด ระยะทาง 86 กิโลเมตร โดยระยะแรก12 กิโลเมตรจากปากทางอ.แม่สอด-ลานสางก่อสร้างเสร็จแล้ว ส่วนระยะที่ 2 จากวงเวียน-พระวอ ระยะทาง 13 กิโลเมตร กำลังดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะเสร็จในเดือนเมษายน 2556 ถือว่าล่าช้าเนื่องจากติดปัญหาเป็นพื้นที่ต้นไม้หวงห้าม ส่วนระยะที่ 3 และระยะที่ 4 คาดว่าจะดำเนินการไม่ทันเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เนื่องจากติดขัดปัญหาด้านงบประมาณ แต่หากรัฐบาลมีการจัดงบพิเศษเข้ามาก็สามารถก่อสร้างให้เสร็จได้ภายใน 2 ปี

             "ผมเห็นด้วยกับภาคเอกชนที่เสนอให้มีการเจาะอุโมงค์เส้นทางตาก-แม่สอด เพราะเป็นที่รู้ดีกันว่าสภาพเส้นทางลาดชันขึ้นเขาลงเขา หากสร้างได้จะช่วยลดระยะการก่อสร้าง และการเดินทางได้ เพราะเล็งเห็นว่าในอนาคตไม่เพียงแต่จะพัฒนาเป็นจุดขายโดยสามารถวิ่งได้ทั้งเส้นทางด้านบน และวิ่งลอดอุโมงค์ได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยอาจจะมีการจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาดำเนินการ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเส้นทางอื่นๆ แต่ต้องยอมรับว่าหากจะดำเนินการต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล" นายวีระชัย กล่าว

             นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดตากเสนอให้มีก่อสร้างถนน 4 เลน สายตาก-แม่สอด ระยะทาง 86 กิโลเมตร เต็มรูปแบบทั้งตัดถนนเส้นตรง และการเจาะอุโมงค์ รวมถึงการทำสะพานบกบางช่วงในพื้นที่เป็นภูเขาและลาดชันโดยทราบว่ากรมทางหลวงได้ทำการศึกษาสำรวจข้อมูลแล้ว คาดว่าน่าจะใช้งบประมาณ 18,000 - 20,000 ล้านบาท เฉลี่ย กม.ละ 250-300 ล้านบาท และการเจาะอุโมงค์จะอยู่ที่ กม.ละ 500 ล้านบาท ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลพร้อมจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้หรือไม่ ซึ่งหอการค้ามองว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะต่อไปจะเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สำคัญรองรับการค้า การลงทุนเมื่อประเทศไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ระหว่างพื้นที่ตะวันตก และตะวันออก

..........

(หมายเหตุ : วัดใจรัฐบาล'ยิ่งลักษณ์' แจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด : รายงานพิเศษ โดยสกาวรัตน์ ศิริมา)