พบซีโฟร์บ้านเช่ามือบึ้ม-จับเพิ่ม
ตร.ระบุบึ้มกลางกรุง 3 จุด คนร้ายจงใจขว้างระเบิดใส่จนท. แต่ระเบิดก่อน เข้าค้นบ้านเช่ามือบึ้มพบระเบิดแสวงเครื่อง-ซีโฟร์ พร้อมจับร่วมแก๊งได้อีก 1 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.46 น. วันที่ 14 ก.พ. 55 เกิดเหตุระเบิด 3 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ ซอยสุขุมวิท 71 และซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ทั้งสองจุด ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บรวม 5 ราย เป็นชาวต่างชาติ 1 ราย มีรายงาน คนร้ายลักษณะเหมือนแขกขาว โยนระเบิดไปถูกห้องเครื่องของรถแท็กซี่ ที่วิ่งผ่านมา บนถนนปรีดี-พนมยนงค์ ซอย 31 จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ นายสัญชัย บุญสูงเนิน คนขับรถแท็กซี่ ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
ส่วนเหตุระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 บริเวณหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ชาวต่างชาติถูกระเบิดขาขาดทั้งสองข้าง ได้รับการนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ตำรวจปิดกั้นจุดเกิดเหตุ และตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนจะเป็นการก่อวินาศกรรมหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน
สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บ ขาขาดทั้ง 2 ข้าง โดยขาข้างหนึ่งยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่อีกข้างขาดจนหมด ขณะนี้ถึงโรงพยาบาลจุฬาฯ แล้ว เบื้องต้น ยังหายใจอยู่ แต่หมดสติ สำหรับขาอีกข้างหนึ่งที่กระเด็นไปอยู่ในบริเวณโรงเรียนเกษมพิทยา เจ้าหน้าได้เข้าไปหาจนพบ แต่ไม่สามารถนำมาต่อได้ เนื่องจากขาดจนแหลก
โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท1รับผู้บาดเจ็บมารักษา4ราย
นายแพทย์สุวินัย บุศราคัมวงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า จากเหตุระเบิดภายในซอยสุขุมวิท 71 จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุด โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 รับตัวผู้บาดเจ็บมารักษาอาการ 4 ราย ประกอบด้วย
1. นายสรรค์ชัย บุญสูงเนิน อายุ 62 ปี คนขับแท็กซี่
2. นายอภิชาติ คำลือ
3. นายกังวาน หอประสาททอง
4. สุธาทิพย์ สัจจะดำรงค์ (หญิง)
โดยทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิด แพทย์รักษาอาการจนปลอดภัยแล้ว คาดว่า ช่วงเย็นก็สามารถกลับบ้านได้
ด้านตำรวจ ระบุ คนร้ายจงใจขว้างระเบิดใส่ตำรวจ แต่เกิดระเบิดเสียก่อน
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมระบุว่า คนร้ายมีเจตนาโยนระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังขอตรวจค้น แต่เกิดระเบิดเสียก่อน
ด้านพ.ต.ท. วิทยา พูนวิทย์ รองผู้กำกับการจราจรสน.คลองตัน ระบุว่า เกิดเหตุระเบิดพร้อมกัน 2 จุด คือ ที่หน้าโรงเรียนเกษมวิทยา และซอยปรีดี พนมยงค์ 313 เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้ายขว้างระบิดไปที่รถแท็กซี่ จากนั้นเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงตั้งใจจะขว้างไปที่ตำรวจ แต่ระเบิดไม่พ้นตัวจนคนร้ายถูกระเบิดเอง ขณะนี้ขอให้ประชาชนที่จะสัญจรไปบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงเส้นทาง และยังไม่อนุญาตให้นักเรียน ออกจากโรงเรียน เพราะจำเป็นต้องตรวจกระเป๋าคนร้ายก่อน ทั้งนี้ได้ปิดถนนสุขุมวิท 71 ทั้งเส้นทางแล้ว
ขณะพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กล่าวว่า คนร้ายเป็นชาวอิหร่าน จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายได้มาเช่าบ้านพักอยู่ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 66 ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนแล้วโดยพักอยู่รวมกัน 3 คน ทั้งนี้ ผู้เช่าอาศัยห้องติดกันให้การว่า หลังจากที่คนร้ายรายนี้ได้เดินออกจากห้องพักก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหนึ่งครั้ง จากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาเรียกรถแท็กซี่ แต่แท็กซี่ไม่ได้จอดรับจึงปาระเบิดใส่ด้วยความโมโห แต่ระเบิดไปถูกรถแท็กซี่แล้วกระเด็นกลับมาถูกตัวเองได้รับบาดเจ็บขาข้างซ้ายขาด ส่วนขาข้างขวาหักอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ทราบชื่อคือ นายชาซิส โมราบิ อายุประมาณ 50 ปี (SACI MORABI) ซึ่งจะต้องสอบสวนอีกครั้ง
เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีด้วยกัน 3 คน หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีก 2 รายหลบหนีไปได้ เป็นชายชาวอิหร่านรูปร่างอ้วนใหญ่ ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเป็นการก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่นั้น ในขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มขบวนการก่อการร้ายหรือไม่ ต้องรอสอบสวนก่อน
ตร.เข้าค้นบ้านเช่ามือบึ้มกลางกรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าเป้ของชาวอิหร่าน พบเสื้อผ้าและใบเสร็จรับเงินของโรงแรมในจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ก.พ. ระบุชื่อนายซาเย็ฟ โมราบิ สัญชาติอิหร่าน และยังพบเงิน 2,800 ดอลล่าสหรัฐ เงินสกุลอิหร่านอีกจำนวนมาก และเงินไทย 8,500 บาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังตรวจสอบภายในบ้านเช่าของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวพันกับคนร้ายทั้ง 3 คน
พบระเบิดซีโฟร์บ้านเช่ามือบึ้ม-จับเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตำรวจได้เข้าตรวจสอบบ้านเช่าเลขที่ 66 ภายในซอยปรีดีพนมพงค์ 31 ซึ่งเป็นบ้านที่คนร้ายเช่าอาศัยอยู่ และเกิดระเบิดขึ้นเป็นจุดแรก โดยสภาพบ้านพังเสียหายจากแรงระเบิด หลังคาเป็นรูโหว่ และจากการตรวจสอบพบระเบิดแสวงเครื่องและซีโฟร์ พร้อมกันนี้ตำรวจยังสามารถจับกุมตัวคนร้ายชาวอิหร่านร่วมแก๊งได้อีก 1 คน ทราบชื่อคือนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ (MOHAMMAD HAZAEI) อายุ 42 ปี ชาวอิหร่าน โดยจับกุมตัวได้ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบิน MD 3575 ไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวกลับมาสอบสวนที่สน.คลองตัน
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันว่าเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้กำชับให้ดูแลเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนเกษมพิทยา ได้ปล่อยนักเรียนให้กลับบ้านในเวลา 17.00 น.โดยมีตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยในช่วงนักเรียนกลับบ้าน และไม่พบว่ามีนักเรียนคนใดได้รับบาดเจ็บ
"เพรียวพันธ์"ปัดเอี่ยวก่อการร้าย
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ที่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้วและกำลังจะเดินทางกลับไปดูที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุจะเป็นชาวเลบานอนหรือไม่ยังระบุไม่ได้ ขณะที่สาเหตุจะมาจากการก่อการร้ายหรือไม่ก็ยังบอกไม่ได้เพราะมันเร็วเกินไป บอกได้แต่ว่าระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดมือแบบสังหาร และตอนนี้ได้สั่ง ผบช.น. ให้พยายามหาอีกสองคนที่หนีไปหลังจากบ้านระเบิด ส่วนจะเกี่ยวโยงกับประกาศเตือนของสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้หรือไม่ต้องไปดูข้อมูลและจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง
ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งให้ตำรวจสันติบาลและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการในการดูแลตรวจสอบชาวต่างชาติให้มากขึ้น
สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีข่าวเตือนหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มีการสืบสวนเชิงลึกมาตลอดหลังพบปุ๋ยยูเรียที่เชื่อมโยงจากการจับกุมชาวเลบานอน แต่รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้มาก
----------
(หมายเหตุ : ขอบคุณที่มาภาพ : @motorcyrubjang - http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang)
----------



