ข่าว

'อำนวย'ฟ้อง'สุชาติ'เปิดรับบริจาคแลกที่เรียน

'อำนวย'ฟ้อง'สุชาติ'เปิดรับบริจาคแลกที่เรียน

14 ก.พ. 2555

'อำนวย'เดินหน้าฟ้องศาลปกครอง'สุชาติ'หลังประกาศนโยบายบริจาคเงินเพื่อแลกเข้าเรียน ด้าน'รมว.ศึกษา'จวกกลับพวกวิจารณ์เปลี่ยนแป๊ะเจี๊ยะเป็นเงินบริจาค

                 14 ก.พ.55 นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายจะรับบริจาคเพื่อแลกกับการได้เข้าเรียนในโรงเรียนดัง ๆ นั้น ตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวเพราะกลายเป็นการจำแนกคนด้วยฐานะทางเศรษฐกิจซึ่งขัดกับหลักคุณและขัดรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และยังทำให้หลักคุณธรรมของชาติสูญเสียไป เมื่อเปิดโอกาสให้รับฝากนักเรียนได้แบบนี้สุดท้ายจะกลับไปสู่ปัญหานักเรียนล้นห้อง เพราะเมื่อเห็นว่าคนหนึ่งจ่ายเงินได้ คนอื่น ๆ ก็จ่ายได้เช่นกันและเมื่อใช้เงินเป็นเครื่องมือในการคัดเลือก ก็ไม่สามารถระบุได้ว่า เงินจำนวนเท่าไรจึงพอซื้อที่นั่งเรียนในโรงเรียนต่างๆ ก็จะเกิดการคอรัปชั่นเงินแป๊ะเจี๊ยะนี้ อย่างมากมายและตรวจสอบไม่ได้

                  “นโยบายดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมให้เงินตรามีอำนาจเหนือความดีงาม จะทำให้เด็กไม่ต้องพยายามเพราะเพียงมีเงินก็สามารถเข้าโรงเรียนดังๆตามที่ต้องการได้แล้ว คนไทยจะเริ่มบูชาเงินเหนือความดีตั้งแต่ยังเล็กๆและติดนิสัยไปชั่วชีวิต สังคมในโรงเรียนจะมีการเหลื่อมล้ำแบ่งชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจน จะทำให้เด็กที่รวยติดนิสัยอภิสิทธิ์ชนจะทำอะไรก็ใช้เงินอย่างเดียว ในขณะที่ลูกคนจนก็จะถูกกีดกันให้กลายเป็นผู้ด้อยสิทธิ์ด้อยโอกาสตลอดไป และจะนำไปสู่ความน้อยเนื้อต่ำใจและเกลียดชังสังคม”นายอำนวย กล่าว

                 นายอำนวย กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้า ตนจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ยกเลิกนโยบาย “การบริจาคเงินเพื่อแลกกับการเข้าเรียนได้” โดยด่วนและจะพยายามทำให้ทันก่อนดำเนินการรับนักเรียน ซึ่งการฟ้องศาลปกครองนั้นจะฟ้อง รมว.ศึกษาธิการ และ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แต่หากศาลปกครองพิจารณาไม่ทันและมีโรงเรียนดำเนินการตามนโยบายตนก็จะฟ้องโรงเรียนเป็นรายโรงไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ตนได้ทำจดหมายไปถึง รมว.ศึกษาธิการ ขอให้มีการยกเลิกนโยบายดังกล่าวและจะรอคำตอบเป็นเวลา 3 วันหากไม่มีการยกเลิกก็จะดำเนินการฟ้องต่อศาลปกครองแน่นอนและ จะได้ร้องเรียนไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อดำไปสู่การดำเนินคดีอาญาต่อไป และจะนำเรื่องนี้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา คณะกรรมาธิการต่างๆของสส.และสว.ต่อไป ทั้งนี้ หากถ้าท่านผู้ปกครองท่านใดต้องการจะฟ้องร่วมกันก็ ส่งเมล์มาที่ [email protected] หรือ แฟนเพจ การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ

 

"รมว.ศึกษา"จวกกลับพวกวิจารณ์เปลี่ยนแป๊ะเจี๊ยะเป็นเงินบริจาค 

                 รายการอินไซด์ไทยแลนด์ สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ได้สัมภาษณ์ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายให้เงินแป๊ะเจี๊ยะเข้าเรียนในสถานศึกษาชื่อดังให้เป็นเงินบริจาค ว่า เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในเวลานี้ ที่สำคัญพ่อแม่ที่พอมีสตางค์เอาเงินบริจาคให้โรงเรียน โรงเรียนก็ไม่ได้คอรัปชั่น และโรงเรียนเองก็ได้มีการประกาศว่าจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งเห็นว่าคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ตนเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมกับคนทางผู้อำนวยการโรงเรียน และพ่อแม่ที่นำเงินมาบริจาค และระบบด้วยซ้ำไป ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมีเงินเดือน ซึ่งเงินเดือนก็กว่า 4 หมื่นบาท ซึ่งตำแหน่งของเขาไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ทางผู้อำนวยการมีความหวังอยากจะให้เด็กยากจนในพื้นที่ให้มีโอกาสดีขึ้น ซึ่งเขาก็ทำกันอยู่ทุกปี แต่สื่อไม่มีความเป็นธรรมที่ไปเรียกแป๊ะเจี๊ยะกันเอง แป๊ะเจี๊ยะที่ไหนแป๊ะจ่ายอยู่ มาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ว่าาเดี๋ยวจะเป็นการคอรัปชั่น เรื่องนี้ตนได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าให้แยกให้ชัดเจนระหว่างคอรัปชั่นกับเงินบริจาค ซึ่งหากเราไปดูอย่างในสมัยกรีกยุคโบราณ เขามีการจ้างครูดีไปสอนลูกเขาคนเดียวในปราทสาท ไอ้ลูกคนยากจนไม่ได้เรียนหนังสือกันหมดหรอก เพราะเขามีกรอบความคิดว่าลูกคนยากจนเดี๋ยวจะปล้นปราทสาทเขา และเขาจึงมีการไปก่อสร้างปราทสาทเล็กๆ แล้วเอาลูกคนยากจนมาเรียน 
 
                 เมื่อถามว่า รัฐมนตรีศึกษาาทุกคนที่เข้ามารับตำแหน่งส่วนใหญ่มักมีการประกาศปราบแป๊ะเจี๊ยะ แต่ในทางกลับกันรัฐมนตรีว่าการศึกษาสุชาติ เข้ามาเปลี่ยน นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการคอรัปชั่นหรือเปล่า ซึ่งหากไม่ใช่คอรัปชั่นคนก็อยากจะบริจาค โดยทุกวันนี้ตนก็บริจาคเพื่อการศึกษามูลนิธิศุภนิมิตร ซึ่งตนก็รับดูแลต้องหลายคน ดังนั้นเมื่อการที่ตนบริจาคให้เด็กเพื่อการศึกษา ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ไปกินที่เดิมของเขา สมมุติหากเราจะเข้าโรงเรียนดังๆ สักที่หนึ่ง มีเขตใกล้บ้านกี่เปอร์เซ็นต์ คะแนนเท่าไร เราก็จะให้รับเต็ม 100 % มีลูกนายกฯสมาคมนักเรียนเขาโรงเรียนก็ให้เข้า โดยอดีตที่ผ่านมาก็มีการเอาเข้าโดยไม่มีการจ่ายเงินบริจาคก็มี ดังนั้นเมื่อเขาอยากจะบริจาค เขาเป็นคหบดี ซึ่งในสมัยกรีกก็ทำ และหากเขาบริจาคจะมามีปัญหาอะไร ดังนั้นหากตราบใดที่เงินนั้นไม่มีการนำเข้ากระเป๋าตนเอง ซึ่งหากมีการนำเข้ากระเป๋าตนเอง ก็ให้ไปร้องดีเอสไอ.ได้ เรื่องการคอรัปชั่น ตนเกลียดมากที่สุด และอยากจะประกาศให้ดังๆ

                  เมื่อถามว่า ในทางมุมกลับเสียงจากนักการศึกษานั้นมองว่า แม้จะมีการเปิดให้จ่ายกันบนโต๊ะ แต่ก็จะมีการนำไปจ่ายกันที่ใต้โต๊ะ นายสุชาติ กล่าวว่า การใต้โต๊ะถือว่าเป็นการคอรัปชั่น เรื่องนี้คงจะไม่ใช่ที่ใครจ่ายบนโต๊ะแล้วจะไปจ่ายใต้โต๊ะด้วย เรื่องนีเราทำเหมือนหวยใต้ดินมาเป็นหวยบนดินแล้วจะมามีปัญหาอะไร แล้วเมื่อเรามีหวยบนดินแล้ว กลับออกมาบแกว่ามีหวยบนดินแล้วจะมีหวยใต้ดินมันมีอย่างไร เรื่องนี้บนดินก็บนดิน เมื่อเขาจ่ายบนดินแล้วเขาจะเอามืออีกข้างไปไว้ที่ใต้โต๊ะทำไม ซึ่งหากเขาจะทำใต้โต๊ะเขาคงจะไปนัดแอบกันไปเจอกันในที่สาธารณะ แล้วใส่หมวกไหมพรม เรื่องนี้มันเพ้อเจ้อ

                 เมื่อถามว่า เรื่องนี้ทำให้เกิดความไม่เสมอภาคระหว่างลูกคนจนและคนรวย นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องการศึกษานั้น กระทรวงศึกาาเป็นผู้รับผิชดอบให้ลูกคนจนได้เข้ารับการศึกษาได้อยู่แล้ว และได้เข้า 100 % ตามกฎเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ลูกคนรวยเขาก็เข้าได้อยู่แล้ว แต่เมื่อโรงเรียนนี้อยู่ใกล้บ้านของเขา และเขาเอาเงินบริจาคสร้าง หรือซื้อคอมพิวเตอร์แล้วจะมามีปัญหาอะไร และหากเราไม่รับเขา พวกเขาก้ไปโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนลสคูล ซึ่งโรงเรียนอย่างนี้มีค่าเทอมสูง อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นแป๊ะเจี๊ยะทั้งหมดหรือ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่ดึกบรรพของประเทศไทยมานานแล้ว ลูกคนรวยเสนาบดีก็มีสิทธิเรียนก่อนลูกคนจนอยู่แล้ว ลูกคนจนเป็นลูกของทาสไม่ได้เรียน และเพิ่งมา ตนมาเพื่อต้องการกระจายโอกาส ตนขอสัญญาว่าสถานศึกษาที่มีคุณภาพทุกทีให้ควบรวมโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนบอกว่าควบรวมไม่ได้ และเมื่อโรงเรียนมีนักเรียน 9 คนต่อครู 1 คน การศึกษามันจะดีได้อย่างไร เมื่อคนสอนเก่งไปอยู่ที่โรงเรียนใหญ่ ซึ่งตนได้ขอให้โรงเรียนใหญ่เอาป้ายไปติด หรือที่เรียกว่าโรงเรียนพี่ส่งเสริมโรงเรียนน้อง

                 ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องแป๊ะเจี๊ยะนั้น เราไปเกลี่ยความเจริญของแต่ละโรงดรียนให้มีความเสมอกัน นายสุชาติ กล่าวว่า มีเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยยังไม่ได้ทำ คือ ระบบนักเรียนการแลกคูปองไปเลือกโรงเรียน ซึ่งระบบที่เราทำอยู่เป็นแบบซัพพลายไซด์ คือ เราเอาเงินไปให้โรงเรียนไปก่อสร้างอะไรต่างๆ และรอให้นักเรียนมาหา แต่ในต่างประเทศที่เจริญแล้วทั้งหมด จะใช้ระบบคล้ายๆกับบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค เราเอาเงินไปผู้ซื้อไปลงเรียน ซึ่งเป็นอย่างนี้โรงเรียนจะต้องแข่งขันกันทั้งหมด ซึ่งหากทำได้จะเป็นการพัฒนาความเจริญได้มาก เรื่องนี้เป็นการพูดกันในเชิงวิชาการเท่านั้่น คงจะต้องมีการถกเถียงกันต่อไปอีก

                 เมื่อถามว่า ทำอย่างนี้จะไม่เป็นการเกี่ยความเจริญ เพราะเด็กก็จะไปเข้าโรงเรียนดังเท่านั้น นายสุชาติ กล่าวว่า โรงเรียนดีๆเป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ ไม่ใช่มีเพียงแค่ 2 แห่งเท่านั้่น ส่วนโรงเรียนอนเตอร์มีกว่า 100 แห่ง และโรงเรียนเอกชนดีๆมีกว่า 40 แห่ง และโรงเรียนบางแห่งที่ไม่รับเงินจากรัฐบาล เช่น โรงเรียนกรุงเทพคริตเตียน โดยเรามีโรงเรียน 40,000 แห่ง ซึ่งเราโอเวอร์ซัพพลาย ที่เด็กไม่ยอมไปเรียน

                 เมื่อถามว่า ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านมา ก็จะทำให้เกิดความเสื่อมล้ำและความด้อยของโรงเรียน นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้คงจะต้องพูดคุยกันต่อไป ที่ผ่านมามีคนพูดเรื่องความไม่เป็นธรรม ตนเห็นมีการพูดกันมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร เมื่อถามต่อว่า คนที่พูดเรื่องความไม่เป็นธรรมนั้น ก็เห็นมีการฝากเด็กเหมือนกัน นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ฝากกันทั้งนั้นแหละ ผมไม่อยากจะพูด ผมเป็นคนพูดที่ต่อหน้าและรับหลังเหมือนกัน คนที่วิพากษ์วิจารณ์น่าจะเล่นการเมืองมากกว่าผม สิ่งที่ผมพูดนั้นรายงานต่อสวรรค์ ผมไม่ต้องรายงานมนุษย์หรอก เพราะมนุษย์มีความโลภโกรธหลงเต็มไปทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ผมไม่เคยมีความกังวล