
"สุขุมพันธุ์"จี้รัฐให้ความสำคัญขนส่งระบบราง
"สุขุมพันธุ์" จี้รัฐให้ความสำคัญขนส่งระบบราง วอนขอลายเซ็นต์อนุมัติ ลั่นพร้อมเดินหน้า
วันที่ 14 ก.พ.55 เวลา 10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้ศึกษาดูงานระบบรถไฟใต้ดินของเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่บริษัทเซี่ยงไฮ้ เฉียงตง เมโทร กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จากนั้นได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี กับบริษัทไชน่า เรลเวย์ คอนทรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือซีอาร์ซี
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การขยายระบบรถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ เริ่มมีขึ้นก่อนกรุงเทพฯ เพียง 5 ปี แต่ขณะนี้เซี่ยงไฮ้มีระบบขนส่งมวลชนแบบรางระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าในระยะเวลาเพียง 20 ปี เซี่ยงไฮ้ได้มีการพัฒนาระบบรางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่กรุงเทพฯ มีระยะทาง 70 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นมีหลายสิ่งที่กรุงเทพฯ ต้องเรียนรู้ ทั้งเรื่องของระบบและการบริหารระบบ ตนมั่นใจว่าความตกลงของทั้ง 2 บริษัทจะสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองฉางชุนในอนาคต ร่วมทั้งบริษัทบีทีเอสซี และบริษัทซีอาร์ซี
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับบริษัทซีอาร์ซีฯเป็นบริษัทที่ผลิตรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในจีน แม้ความร่วมมือครั้งนี้จะไม่เกี่ยวกับกทม. โดยตรง แต่ก็มีความสำคัญในระยะยาว ทั้งนี้กทม. คงไม่สามารถนำระบบขนส่งมวลแบบรางของเซี่ยงไฮ้มาปรับใช้ได้ทั้งหมด เนื่องจากมีเงื่อนไขที่ต่างกัน ทั้งการบริหารและการปกครอง ฝ่ายการเมืองของไทยควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อลดการใช้พาหนะส่วนบุคคล
" เรื่องความคืบหน้าของโมโนเรลสายสยาม ขณะนี้กทม. รอแค่ลายเซ็นต์ ขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยในการขอใช้เส้นทาง หากอนุมัติก็สามารถเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งฯ ได้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เกิดความล่าช้ามาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว แม้จะเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคเดียวกันก็ตาม ดังนั้นรัฐบาลต้องสนับสนุนให้ท้องถิ่นดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เอง จึงอยากขอให้รัฐบาลชุดนี้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะตามมา โดยขอเพียงลายเซ็นต์จากรัฐ ท้องถิ่นจะดำเนินการเองได้" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ เป็นการสร้างความมั่นใจระหว่างกันของ 2 บริษัท และหาก กทม. มีโครงการด้านการขนส่ง ตนก็พร้อมร่วมมือเพื่อให้เกิดการพัฒนา เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในอนาคต เนื่องจากการขนส่งแบบระบบรางช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดได้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างไรก็ตามระบบรางต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ตนเป็นเพียงเอกชนที่มีความพร้อมอยู่แล้วทั้งประสบการณ์และการเงิน แต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน จึงจะสามารถเดินหน้าได้ เหมือนอย่างที่เซี่ยงไฮ้ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ประชาชนจึงใช้บริการในการเดินทางกว่าร้อยละ 35
" ไทยสามารถพัฒนาได้ไม่ด้อยกว่าจีนแน่นอนเรื่องระบบเราก็พร้อม แต่เพียงแค่เราช้ากว่าเขาเท่านั้นเอง หากเราทำได้ การจราจรในกรุงเทพฯ จะดีขึ้น" นายคีรี กล่าว



