
ถ้ารัฐประหารเป็นเรื่องไม่แปลกการต้านรัฐประหารก็ต้องเป็นเรื่องไม่แปลกเช่นเดียวกัน
ถ้ารัฐประหารเป็นเรื่องไม่แปลกการต้านรัฐประหารก็ต้องเป็นเรื่องไม่แปลกเช่นเดียวกัน : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ประเทศชาตินี้ก็มีเรื่องแปลกแต่จริงอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของสังคมที่มองว่าการทำรัฐประหารนั้นเป็นเรื่องปรกติ
ในความหมายว่าในยามปรกติก็ไม่ต้องมีรัฐประหารก็ได้ แต่ก็เป็นเรื่องปรกติที่จะคิดถึงการทำรัฐประหาร หากเงื่อนไขสังคมนั้นมีความจำเป็นบางประการ
นั่นหมายความว่า รัฐประหารนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ "รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม" ที่ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เคยเสนอเอาไว้ว่า ประเทศไทยนั้นมีรัฐธรรมนูญสองรูปแบบอยู่ด้วยกัน คือรัฐธรรมนูญฉบับลายลักษณ์อักษร (ที่ถูกฉีกบ่อยมาก) กับรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม (หรือที่เข้าใจกันในนาม วัฒนธรรมการเมือง) ซึ่งคงทนยาวนานกว่า และเรื่องบางเรื่องอาจไม่ถูกเขียนเอาไว้ในฉบับตัวหนังสือ
แต่สิ่งที่ท้าทายสังคมวันนี้ก็คือ กระแสของการทำรัฐประหารนั้นก็เริ่มที่จะถูกท้าทายมากขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งจากในแง่ของการก่อตัวของมวลชนที่แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร และจากการนำเสนอความคิดเห็นตามหลักวิชาว่าด้วยเรื่องของการล้มล้างผลพวงรัฐประหาร
สิ่งที่ฝ่ายทำรัฐประหารและฝ่ายสนับสนุนรัฐประหารจะต้องคิดหนักก็คือ การทำรัฐประหารนั้นไม่น่าจะทำได้ง่ายนัก เพราะในครั้งที่ผ่านมาซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้ว กระแสการต้านก็ยังเข้มแข็งมั่นคงอยู่
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการโต้การรัฐประหารที่ยาวนาน และหากมีคนที่คิดว่า ปัญหานั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะว่าการทำรัฐประหารคราวที่ผ่านมานั้นไม่โหดพอ ผมคิดว่าก็คงจะต้องคิดหนักขึ้นไม่ใช่น้อย
หากมองว่าขนาดครั้งที่แล้วยังมีคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าในการต้านรัฐประหาร ดังนั้นในวันนี้ก็คงจะมีคลื่นอีกมากมายที่พร้อมจะเตรียมตัวต่อสู้และต่อต้านการทำรัฐประหาร
แต่ทั้งนี้การต่อต้านรัฐประหารนั้นก็คงจะไม่ได้ทำกันได้ง่ายนัก แม้ว่าบรรดาคู่มือการต่อต้านการทำรัฐประหารจะมีอยู่มากมายหลายสำนัก ทั้งนี้เนื่องจากการทำรัฐประหารนั้นมักประกอบด้วยสองขั้นตอนใหญ่
หนึ่งคือขั้นตอนการเตรียมการ และขั้นตอนการปฏิบัติการในวันรัฐประหาร
วันนี้จะขอเน้นเรื่องของขั้นตอนเตรียมการก่อน ซึ่งเดิมนั้นผมเชื่อว่าคนที่พูดเรื่องการทำรัฐประหาร มักจะมองว่าการเตรียมการนั้นเป็นเรื่องของการสมคบคิด อาทิการประชุมหรือการซ่องสุมกำลัง แต่วันนี้ผมเชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองเห็นแล้วว่า ขั้นตอนการเตรียมการที่สำคัญที่สุดของการทำรัฐประหารนั้นอยู่ที่เรื่องของการสร้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหาร ผ่านหน่วยสนับสนุนแวดล้อม และผ่านตัวแสดงบางคน และที่สำคัญร่องรอยของการอ้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหารนั้นเราจะสังเกตได้ว่าจะอยู่ที่เรื่องของการเขียนเหตุผลในการทำรัฐประหาร
เพราะแม้ว่าสื่อกระแสหลักของไทยจะไม่มีความสามารถพอในการท้าทายและตั้งคำถามต่อข้ออ้างเหล่านี้ (ไม่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตข้ออ้างเหล่านั้น ในหลายกรณี) แต่สื่อฝรั่งก็คงจะถามคำถามและตีพิมพ์เรื่องราวต่อไปเรื่อยๆ (คิดงี้ก็ได้ว่า ขนาดพม่ายังปรับตัวจนฝรั่งตามไม่ทันก็แล้วกัน ประเทศเรายังพูดเรื่องรัฐประหารอย่างน่าตาเฉย)
เอาเป็นว่าถ้ายังไม่สามารถขับเคลื่อนการต่อต้านรัฐประหารอย่างเป็นระบบในแง่การรื้อเอาความเป็นสถาบันของการทำรัฐประหารออกจากรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยได้ ก็บรรจุความหลากหลายและความต่อเนื่องรวมทั้งความสนุกในการต่อต้านการทำรัฐประหารเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมก็ไม่เลวนะครับ



