ข่าว

ชะตากรรมของอียูเป็นอย่างไรหลังกรีซล้มละลาย

ชะตากรรมของอียูเป็นอย่างไรหลังกรีซล้มละลาย

14 ก.พ. 2555

ชะตากรรมของอียูเป็นอย่างไรหลังกรีซล้มละลาย : แลกคนละหมัด โดย ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

             ปัญหาการบูรณาการด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป(อียู)เป็นภาพที่สะท้อนออกมาของความหายนะทางการเงินกรีซ คาดว่าเริ่มต้นสิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่กำลังถึง ประชากรในเมืองหลวงต่างให้ข้อกล่าวหาไปที่สกุลเงินยูโรที่นำเศรษฐกิจของกรีซลงนรก ในสายตาของพลเมืองในประเทศเงินยูโรกลายเป็นสกุลซาตาน การวิจารณ์ดำเนินอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชน ตั้งแต่นักบวช สหภาพแรงงาน นักธุรกิจ นักการเมือง  อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นสิทธิของพลเมือง แต่ทุกอย่างต้องดำเนินไปกับความจริงคือเดือนมีนาคมนี้กรีซก็ประกาศเต็มตัวว่าล้มละลาย ธนาคารยุโรปคิดดำเนินแผนงานหากเกิดการพังทลายของเงินยูโรตามมาซึ่งส่งผลอย่างไรต่อการออมของประชาชน
 
             นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักให้แนวทางที่แตกต่างกันอย่างด้านบวกในเส้นทางการพัฒนาว่ายุโรปตายไปของเดวิด ชาง  หากเป็นเช่นที่เขาเสนอถึงความได้เปรียบอย่างมากว่า  ถ้าประเทศที่ยากจนปฏิเสธเงินยูโร  ตอนนี้จ่ายเงินไปแสนล้านเพื่อที่จะช่วยกรีซและไม่ทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนเงินยูโรนั้นเสียหาย และหลังจากนั้นไม่จำเป็นที่ต้องดูแลต่อไป เงินยูโรยังมีความมั่งคั่งอย่างมากในรัฐอย่างเยอรมนี ออสเตรีย ฝรั่งเศส ประเทศกลุ่มนี้ทำให้เงินยูโรมีความมั่นคง คิดว่าปลายปีนี้ 2012 เงินยูโรจะเท่ากับ 2 ดอลลาร์สหรัฐ กรีซออกจากโซนเงินยูโร เงินดอลลาร์เติบโต ประเทศที่มั่งคั่งแก้ปัญหาสำหรับดูแลปรสิตไม่นั้น ส่งผลให้โปรตุเกส สเปนและอิตาลีใช้เงินสกุลของตนเองตามมา หากไม่ช่วยเหลือเงินยูโรก็ลงนรกเหมือนกรีซเช่นเดียวกัน คือ 1 ยูโรเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ประเทศที่ใช้เงินยูโรมีผลทำให้เศรษฐกิจของตนเองอ่อนแอด้วยในฐานะทางการเงิน  เศรษฐกิจโลกหวังพึ่งเงินดอลลาร์มาช่วยเหลือก็เป็นเรื่องยาก เพราะสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาเช่นกัน
 
             การพยากรณ์ว่าสหภาพยุโรปล่มสลายในมุมมองของมิโลราด เบรโกวิช นักรัฐศาสตร์ชาวโครแอท เขาได้ชี้ให้เห็นว่าอียูเปรียบเหมือนสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวซึ่งได้คิดค้นโครงสร้างที่ไม่จำเป็นและออกกฎหมายใหม่ตลอดเวลา และมีหน้าที่ใช้จ่ายเงินยูโรเป็นหลัก อียูประสบความสำเร็จในการสร้างให้เศรษฐกิจของตนเองรุ่งเรือง แต่ในขณะเดียวกันแค่ทำให้ตนเองมีอายุยืนยาวต่อไป บางประเทศอย่างเดนมาร์กใช้ระบบการตรวจจุดผ่านแดนที่สนามบิน ประเทศอื่นๆ กำลังคิดเกี่ยวกับว่าจะออกมาจากโซนยูโรอย่างไร ความหายนะของอียูจะส่งผลที่ดีขึ้น เพราะเป็นห่วงโซ่เดียวกับห่วงโซ่ของราชการ ไม่ใช่เป็นความลับว่ายุโรปตะวันออกเป็นสมาชิกของอียูเป็นไปในลักษณะของคนรวยช่วยเหลือคนจน อย่างในปี 2008 ก็ให้เงินช่วยเหลือแก่ ลัตเวีย ลิทัวเนีย โปแลนด์ สโลวาเกีย ถ้าเกิดการพังทลายการให้เงินช่วยเหลือก็จะไม่เกิดขึ้นแก่ประเทศเหล่านี้ ทำไมต้องมีสหภาพยุโรปซึ่งประเทศกรีซเริ่มคุยกันว่ารายได้จากการท่องเที่ยวก็เพียงพอแล้วที่กรีซสามารถที่ดำเนินเศรษฐกิจไปได้โดยยกเลิกระบบวีซ่ากับนักท่องเที่ยวจากรัสเซียก็สามารถอยู่ได้ทางเศรษฐกิจ ในขณะที่อียูติดตามการใช้จ่ายเงินยูโร คำถามที่เกิดขึ้นความเป็นอธิปไตยอยู่ตรงไหน  กรีซไม่ได้เป็นอาณานิคมของอียู หากกรีซออกจากอียูนั้นคือจุดเริ่มต้นและสุดท้ายของอียู
 
             การพยากรณ์ของโยฮัน เครเมอร์ ที่ปรึกษาทางการเงินชาวสวิสเห็นว่า ความอันตรายที่เกิดขึ้นคือการแยกประเทศยังมีอยู่ สำหรับอียูมีหรือไม่มีไม่ใช่ปัญหา ประเทศที่มีความมั่งคั่งไม่ได้มีปัญหาแต่ประเทศที่ยากจนอย่างโรมาเนีย แต่การเกิดการพังทลายของโรมาเนีย สกอตแลนด์ต้องการเป็นเอกราช ประเทศกลุ่มนี้ต้องการเป็นเอกราช ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้อียูพังทลายลงได้ สกอตแลนด์ประกาศแล้วว่าในปี 2014 สภาท้องถิ่นจะลงมติรับรองความเป็นเอกราชจากอังกฤษ สกอตแลนด์มีความมั่งคั่งอย่างมากในแง่ของน้ำมันพอๆ กับคูเวต หากสกอตแลนด์ประสบความสำเร็จในความต้องการของตนเอง การประกาศเอกราชก็จะเกิดขึ้นได้อีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่มีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในสินทรัพย์ตามธรรมชาติตามมาที่ต้องการออกจากพื้นที่มีความยากจน การแยกเป็นเอกราชสามารถเกิดขึ้นได้อย่างในเขตอุตสาหกรรมของอิตาลีเช่นลอมบาดี้ ทัสคานี่ มีความต้องการออกจากโรมมานานแล้ว ในขณะที่แฟลนเดอส์ต้องการแยกตัวออกจากเบลเยียม และชาวฮังกาเรียนในทรานซิลเวเนียก็ต้องการแยกตนเองออกมาจากโรมาเนีย
 
             ตอนนี้กรีซสถานการณ์ไม่แตกต่างจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเยอรมันปี 1941 ไม่เป็นอุบัติเหตุว่าหนี้สินได้เกิดขึ้นกับประเทศเล็กและขณะนี้ได้คุกคามไปทั่วยุโรปสามารถที่เข้าใจว่าทำไมเยอรมันและฝรั่งเศสต้องการช่วยเหลือจากหายนะครั้งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ก็ช่วยเหลืออียูตามมา แปลกมากว่าในขณะที่ประชาคมส่วนใหญ่ต้องการรวมตัวกัน แต่หลายประเทศต้องการแยกตนเองปรากฏการณ์นี้ทำให้นักภูมิรัฐศาสตร์ต้องกำหนดเขตแดนของความร่วมมือในกลุ่มประชาคมว่าแค่ไหนอย่างไรต่อไป