ข่าว

ถกเจบีซีปักปันเขตแดนช่วงสุรินทร์

ถกเจบีซีปักปันเขตแดนช่วงสุรินทร์

14 ก.พ. 2555

ถก 'เจบีซี' วันแรก เตรียมพร้อมเปิดจุดผ่านแดน 'สะตรึงบท-บ.หนองเอี่ยน' เล็งเดินหน้าปักปันเขตแดน ช่วง จ.สุรินทร์

          ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ครั้งที่ 5 ซึ่งมีไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 13ก.พ.55 มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจมาร่วมทำข่าวการประชุมเจบีซีจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำข่าวและถ่ายภาพในช่วงเปิดการประชุมในช่วงต้นเท่านั้น หลังจากนั้น ก็มีการเชิญออกมารอทำข่าวด้านนอก โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ให้ออกจากพื้นที่หน้าห้องประชุม โดยอ้างว่า จัดระเบียบสื่อให้เรียบร้อย เพื่อง่ายต่อการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญของการประชุมเจบีซีครั้งนี้ จะหารือสานต่อผลการประชุมที่โบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนเมษายน 2553 ให้เกิดความคืบหน้า โดยได้มีการหยิบยกบางเรื่องมาดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่สำรวจเขตแดน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดจุดผ่านแดน บริเวณสะตรึงบท จ.บันเตียเมียนเจย-บ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นลำคลองอาจจะต้องก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ หากทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมก็สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเขตแดนไว้ก่อน แล้วจึงจะดำเนินการในขั้นต่อไป

          ในส่วนการดำเนินการต่อในเรื่องเตรียมขั้นตอนและคัดเลือกบริษัทถ่ายทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งได้มีบริษัทที่อยู่ในสเป็คที่วางไว้ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ แต่ก่อนจะสรุปการคัดเลือกบริษัท จะต้องตกลงเรื่อง TOR ของการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับ technical instruction ให้ได้ข้อสรุปเสียก่อน

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการพิจารณาเรื่องการดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา มีระยะทาง 798 กม. ซึ่งได้ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ 7 ตอน โดยขณะนี้มีการสำรวจหลักเขตแล้ว จำนวน 48 หลัก และอีก 25 หลัก ที่ยังหาหลักหมุดไม่พบ เพราะอาจสูญหายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออาจถูกเคลื่อนย้าย จึงต้องดำเนินการสำรวจกันต่อไป

          ทั้งนี้ การดำเนินงานใด ๆ ขึ้นอยู่กับบรรยากาศความสัมพันธ์ ซึ่งเดิมเจบีซี ได้ตกลงกันจะให้มีการปักหลักในพื้นที่ ส่วนที่ 7 คือพื้นที่ใกล้บริเวณปราสาทพระวิหารให้เสร็จสิ้นเป็นพื้นที่แรก แต่ด้วยขณะนี้ บริเวณดังกล่าวได้กลายเป็นดินแดนพิพาท และอยู่ในระหว่างที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก กำลังพิจารณาคดีอยู่ ทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นสมควรว่า ไม่ควรจะไปแตะต้องพื้นที่ดังกล่าว เพราะเป็นพื้นที่ที่บอบช้ำและอ่อนไหวมาก จึงมีแนวคิดว่า สมควรให้ดำเนินการปักหลักในพื้นที่ 5 คือ หลักเขตที่ 1-23 ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ในสถานการณ์เช่นนี้

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 14.30 น. วันที่ 14 ก.พ.55 จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมเจบีซีต่อสื่อมวลชนทุกแขนง