ข่าว

'มาร์ค'จับตาแก้รธน.หวั่นเปิดทาง'แม้ว'

'มาร์ค'จับตาแก้รธน.หวั่นเปิดทาง'แม้ว'

13 ก.พ. 2555

'มาร์ค'เผยจับตาแก้รธน. หวั่นเลิก ม.102 (7) เปิดทาง 'แม้ว' เข้าสู่อำนาจ ย้ำไม่ควรเยียวยาผู้ที่ทำผิด จี้'รัฐ' จัดลำดับความสำคัญไม่ใช่พูดเมกกะโปรเจคท์รายวัน

                   13 ก.พ.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ออกมาตั้งข้อสังเกตุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่า อาจมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ( 7 ) ที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและส.ส.ว่า ต้องไม่ใช่ผู้ที่เคยถูกยึดทรัพย์เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมามีอำนาจอีกครั้งว่า ทางพรรคมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่แล้ว และจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่พรรคจับตาดูอยู่เพราะมีข่าวในทำนองนี้มาโดยตลอด

 

'อภิสิทธิ์'ย้ำไม่ควรเยียวยาผู้ที่ทำผิด

                   หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเยียวยา มีมติจ่ายเงินเยียวยา 7.5 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สูญเสียจากการกระทำของภาครัฐในพื้นที่ภาคใต้ว่า เป็นเรื่องที่ยังสับสนอยู่เพราะคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งจะอนุมัติระเบียบสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเพราะมีการระบุ กรอบระยะเวลาว่า ให้ย้อนไปเฉพาะเหตุการณ์ 1 ตุลาคม 54 คงต้องรอดูว่าครม.จะมีมติอย่างไร อาศัยระเบียบอะไรมารองรับ

                   “ในหลักการผมขอย้ำว่า ไม่ควรเยียวยาผู้ที่ทำผิดและกรณีในภาคใต้ ต้องดูว่าให้เกิดความเป็นธรรมเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากจงใจเยียวยาเฉพาะเหตุการณ์และมีกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่ควรจะได้แต่ไม่ได้ จะยิ่งสร้างความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลจะเลือกปฏิบัติไม่ได้ แต่คำถามคือจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายกลุ่มที่มองว่า เขาเองก็ควรได้รับการเยียวยาเช่นกัน อาทิ การชุมนุมเมื่อเดือน พ.ค. 2535 หรือ การชุมนุมทางการเมืองในอดีต รวมถึงผู้ที่สูญเสียจากเหตุกาณณ์ฆ่าตัดตอน ซึ่งรัฐบาลต้องประเมินว่า จะมีงบประมาณในการดูแลทั้งหมดหรือไม่ เช่นในภาคใต้ 5,000 คน ก็ต้องเตรียมเงินราว3-4 หมื่นล้านบาท” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                   ส่วนกรณีที่ศาลปกครองกลางยกคำร้อง ของนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ขอให้เพิกถอนมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2555 ในการอนุมัติเยียวยาเงินช่วยเหลือผู้ชุมนุม ซึ่งทางศาลระบุว่า ยังไม่มีการอนุมัติวงเงิน เพียงแต่อนุมัติหลักการลอยๆไว้ และยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจ่ายเงิน โดยในเรื่องนี้อธิบดีกรมบัญชีกลางเองก็ยอมรับว่า ไม่มีกฏหมายรองรับการจ่ายเงินนี้ ตนจึงคิดว่ารัฐบาลอาจจะทำกฏหมายหรือออกระเยียบมา เพราะไม่ว่าอย่างไรการจ่ายเงินต้องมีระเบียบกฏหมายรองรับ

 

จี้'รัฐ'เปิดพื้นที่ฟลัดเวย์ หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน

                   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่คนในรัฐบาลออกมาเสนอโครงการขนาดใหญ่ ทั้งการสร้างเขื่อนกั้นทะเลและการผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินว่า พรรคต้องการให้โจทย์ที่ชัดเจนแก่รัฐบาล เพราะไม่อยากเห็นการพูดถึงโครงการรายวัน แต่ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ หรือความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ ฉะนั้นในโอกาสที่จะเดินทางไปในช่วงสัปดาห์นี้ นายกฯน่าจะรวมประเด็นที่เป็นคำตอบทั้งหมด ชี้แจงต่อประชาชนอย่างละเอียดในเชิงพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจ

                   “ผมตั้งข้อสังเกตมาระยะหนึ่งแล้วว่า รัฐบาลมุ่งสนใจที่จะหาเงินจำนวนมาก มาทำโครงการขนาดใหญ่ ทั้งที่สิ่งที่ประชาชนรอคอยคือ รูปธรรมในการป้องกันปัญหาน้ำในปีนี้ แต่รัฐบาลกลับไม่มีคำตอบให้ เพราะสิ่งที่พูดถึงโครงการขนาดใหญ่ ไม่สามารถแก้ปัญหาปีนี้ได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่จำเป็น ก็ควรทำอย่างเป็นระยะ ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่า น้ำจะมากแค่ไหน แต่การจัดการน้ำของรัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงจากปีที่แล้ว นี่คือความคาดหวังของประชาชนและเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                   นายอภิสิทธิ์ ระบุด้วยว่า รัฐบาลต้องเปิดเผยพื้นที่ ที่จะใช้รับน้ำหรือทำฟลัดเวย์ เพราะถ้ารอให้น้ำมาแล้วค่อยพูดคุยจะยิ่งบริหารได้ยาก จะต้องทำความเข้าใจล่วงหน้าโดยกำหนดกฏกติการ่วมกัน

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลใช้ชื่อการเดินทางครั้งนี้ว่า เป็นทัวร์สร้างสุข คิดว่าจะสร้างความสุขให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้ามีคำตอบอย่างที่ได้ตั้งคำถามไป ก็อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่มีคำตอบ ก็คิดว่าจะเป็นการเดินทางที่สูญเปล่า และครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่น และให้คำตอบกับประชาชนที่มีความกังวลว่า พื้นที่บ้านบ้านเรือน ที่ทำกินของตัวเองจะกลายเป็นพื้นที่รองรับน้ำหรือไม่

                   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่า หากเป็นพื้นที่การเกษตรก็สามารถกำหนดข้อตกลงได้ว่า รัฐบาลพร้อมที่จะรับซื้อผลผลิตที่เสียหายทั้งหมด เชื่อว่าชาวบ้านคงไม่มีปัญหาเพราะทำเพื่อส่วนรวมและตนเองก็ไม่ได้เสียประโยชน์ ส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า หากมีการระบายน้ำจากเขื่อนเช่นในปัจจุบัน จะทำให้จ.อยุธยาจมน้ำทั้งปีนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชี้แจงคือแบบจำลอง ซึ่งพูดหลายครั้งแล้วว่าจำเป็นต้องมี เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและจัดระบบข้อมูลให้ที่ความเชื่อโยงกัน แต่จากประสบการณ์ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่พร้อมในเรื่องนี้

                   ผู้นำฝ่ายค้านน กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดเผยพื้นที่รองรับน้ำ และพื้นที่สร้างฟลัดเวย์อย่างโปร่งใสเพราะเรื่องนี้มีผลกระทบ ต่อผลประโยชน์ในทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจได้ประโยชน์และนายกฯเองก็เคยอยู่ในธุรกิจประเภทนี้ จึงต้องทำให้โครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือพื้นที่ต่างๆโปร่งใสและเปิดให้มีการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งทั้งหมดจะสร้างความมั่นใจว่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคนที่เคยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มากำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านนี้ โดยที่คนในครอบครัวยังประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ จะมีปัญหาเรื่องการใช้ข้อมูลวงในไปแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่านายกฯควรต้องรีบทำให้โปร่งใส ให้เกิดความชัดเจนว่าแผนคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย