
ชนวน'เผาคุกเมืองตรัง'ไม่ปลื้มขังรวม'เขาบิน'
ชนวน'เผาคุกเมืองตรัง'ไม่ปลื้ม...ขังรวม'เขาบิน' : ตะลุยข่าว โดย เมธี เมืองแก้ว
"เรือนจำจังหวัดตรัง" ตั้งอยู่บนเนื้อที่หลายสิบไร่ ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลโคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง จ.ตรัง...หลายร้อยชีวิตอยู่ร่วมกันในสถานคุมขังแห่งนี้ ยังคงดำเนินกิจวัตรเป็นปกติเหมือนเช่นทุกวัน จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่กำลังควบคุมนักโทษชายแดน 2 ซึ่งต้องโทษคดียาเสพติด และคดีเกี่ยวกับทรัพย์ 627 คน มารายงานตัวที่หน้าเสาธงก่อนแยกกันไปฝึกวิชาชีพ แต่นักโทษไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้คุม และก่อจลาจล ด้วยการหาเศษกิ่งไม้มาจุดไฟเผาที่นอน โต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งยังใช้ก้อนหินทุบทำลายกระจก และบานเกล็ด ที่ประตูทางเข้าออก ระหว่างแดน 1 และ 2 รวมทั้งทำลายเรือนนอน โรงอาหาร และอาคาร พร้อมทั้งพยายามทำลายเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อ และประวัติของนักโทษอีกด้วย
เหตุจลาจลในเรือนจำครั้งนี้จบลงด้วยการที่นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าฯ ตรัง ตกลงทำสัญญา 8 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อเรียกร้องให้แก้ไขในเรื่องของสวัสดิการ ความเป็นอยู่ และอาหารการกิน
"เงื่อนไขต่างๆ ที่กลุ่มนักโทษเรียกร้องนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในกฎเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าเรือนจำมีความเข้มงวดนั้น ถือป็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ อย่าง เรื่องญาติเยี่ยม, การงดรับพัสดุ, การทำงานของฝ่ายทัณฑ์ล่าช้า, การปรับปรุงน้ำดื่มน้ำใช้ให้สะอาด, การปรับปรุงสถานพยาบาล แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ทางเรือนจำมองว่าไม่เหมาะสม นั่นก็คือการขอให้เปลี่ยน 4 เจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษชาย แดน 2 ภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีมาโดยตลอด" นายเสนีย์กล่าวถึงข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อ
หลังจากสิ้นควันจลาจลเพียงวันเดียว ได้มีการสนธิกำลังร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยราชทัณฑ์พิเศษจาก จ.ปัตตานี สงขลา พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช รวมทั้งตำรวจควบคุมฝูงชน ภ.จว.ตรัง ตชด.ที่ 435 ตรัง และ อส.ตรัง กว่า 300 นาย พร้อมอาวุธครบมือ จู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำจังหวัดตรัง โดยเฉพาะแดน 2 เพื่อคัดแยกนักโทษที่ร่วมก่อเหตุประท้วงออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสีเทา ระดับแนวร่วม 77 คน และกลุ่มสีดำ ระดับแกนนำหัวรุนแรง 30 คน แล้วส่งไปคุมขังต่อยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษและเรือนจำจังหวัดสงขลา 35 คน เรือนจำจังหวัดพัทลุง 35 คน และเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช 37 คน รวมทั้งสิ้น 107 คน เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายอีกระลอก
นายกฤษ วงษ์เวช ผบ.เรือนจำจังหวัดตรัง ยอมรับว่า ขณะนี้สถานการณ์จะกลับคืนสู่ความสงบแล้ว แต่กลุ่มนักโทษชายแดน 2 ที่ถูกคัดแยกออกไปส่วนหนึ่งนั้น เป็นแค่เพียงมือปืนรับจ้าง แต่ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในเรือนจำจังหวัดตรังอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลัง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการจับตาพฤติกรรมเป็นกรณีพิเศษต่อไป
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คน ที่กลุ่มนักโทษเรียกร้องให้ย้ายไปอยู่แดนอื่นนั้น ขณะนี้ยังคงยืนยันจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และยังคงมีขวัญและกำลังใจดีอยู่ แต่สั่งให้ระวังตัวเป็นกรณีพิเศษ ส่วนการเปิดให้ญาติเยี่ยมนั้น จำต้องยุติไปเป็นระยะเวลา 2-3 วัน เพราะช่วงดังกล่าวสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จึงอนุญาตให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
ชนวนที่แท้จริงของการลุกฮือขึ้นมาก่อจลาจลของนักโทษในครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวการย้ายนักโทษคดียาเสพติดไปยังเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี หรือไม่ นายกฤษยอมรับว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากก่อนเกิดเหตุจลาจลมีเจ้าหน้าที่ในเรือนจำคนหนึ่งได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกให้กลุ่มนักโทษทราบ ทำให้นักโทษแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจ จนนำไปสู่ชนวนเหตุของการก่อความวุ่นวายในครั้งนี้
"ยุทธวิธี" ล้างบางยาเสพติดในเรือนจำ ด้วยการ "ขังรวม" หัวโจกยาเสพติดไปไว้ในเรือนจำเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการควบคุมนั้น มองผิวเผินอาจจะฟังดูง่าย แต่อาจกลายเป็นเชื้อปะทุที่รอวันระเบิดได้ทุกเมื่อ...ทุกเรือนจำพร้อมรับมือแล้วหรือยัง?!?
...........
(หมายเหตุ :ชนวน'เผาคุกเมืองตรัง'ไม่ปลื้ม...ขังรวม'เขาบิน' : ตะลุยข่าว โดย เมธี เมืองแก้ว)



