ข่าว

พบหนุ่มออสซี่รักสาวพิการกรุงเก่า

พบหนุ่มออสซี่รักสาวพิการกรุงเก่า

12 ก.พ. 2555

พบชีวิตรักสุดซึ้งรับเทศกาลวาเลนไทน์ หนุ่มออสเตรเลียพบรักสาวไทยพิการเดินไม่ได้ 7 ปี ขอเพียงบินไปกลับมาดูแลเข็นรถพาเที่ยววันละนับสิบกิโลเมตร เผยอยากอยู่เมืองไทย

             เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 12 ก.พ. 2555  ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายชาวต่างชาติคนหนึ่งกำลังเข็นรถพาผู้หญิงพิการเดินไม่ได้นอนอยู่ในรถเข็น มาตามถนนศรีเสนา หมู่  8 ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยชายดังกล่าวได้จอดรถป้อนไก่ทอดให้กับผู้หญิงที่นอนอยู่ในรถเข็น   จึงเข้าไปสอบถามจึงทราบว่าชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวคือนายนีวด์ โมเดน อายุ 43 ปี เป็นชาวออสเตรเลีย เป็นคู่รักของผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถเข็นดังกล่าว ทราบชือว่าน.ส.ปฎิมาภรณ์  ทองเทศ หรือกุ้ง อายุ 36 ปี บ้านอยู่ ต.บ้านแพน อ.เสนา

              น.ส.ปฎิมาภรณ์ เปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่าขณะที่ตนอายุเพียง 13 ปี ตนเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.6 ที่ ร.ร.ราษฎร์บำรุงศิลป์ อ.เสนา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน ปรากฏว่าวันหนึ่งตนได้กระโดดเล่นอยู่ในที่นอนด้วยความเป็นเด็ก ปรากฏว่าเอาก้านคอลงกับที่นอนจนคอเคล็ด แต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดมาก จึงไปเรียนหนังสือตามปกติ วันรุ่งขึ้นกลับมาบ้านด้วยความที่เป็นเด็กซน บ้านอยู่ริมแม่น้ำจึงกระโดดลงไปในแม่น้ำว่ายน้ำกับเพื่อนๆ แล้วก็เกิดอาการปวดที่ต้นคออย่างรุนแรง จนต้องว่ายน้ำเข้าฝั่ง จากนั้นพ่อแม่พาไปโรงพยาบาลเสนาแล้วส่งต่อไปรักษาที่รพ.ศิริราช แล้วก็กลับมารักษาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่แพทย์ลงความเห็นว่ากระดูกทับเส้นไม่สามารถที่จะฟื้นฟูอย่างไร นอนมานานจนกลับมานอนที่บ้านตั้งแต่อายุ 13 ขวบเรื่อยมา
   
              "ทีแรกก็เสียใจแต่ไม่ท้องแท้ พ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์มาให้ได้ฝึกอ่านเขียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จนเพื่อนให้ทำเว็บไซต์บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง จนกระทั่ง 7 ปีที่แล้ว นายนีวส์ได้คอมเม้นท์ในเว็บไซต์ให้กำลังใจ จนเวลาผ่านไป 2 ปี นายนีวส์ก็เดินทางมาหาที่เมืองไทย และขอดูแล จากนั้นทุกปีนายนีวส์ก็จะบินมาปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อมาดูแล โดยทุกครั้งที่มาจะหาอาหารอร่อยมาให้ทาน ที่สำคัญคือพาไปเที่ยว ด้วยการพาออกจากบ้านด้วยเข็นรถวินแชร์สองล้อแบบคนพิการที่มีอยู่ไปตามที่ต่างๆในอำเภอ เข็นข้ามสะพาน ข้ามแม่น้ำ ไปตามหมู่บ้าน วันละ 5-6 ก.ม. และยังได้พาไปเที่ยวที่เมืองพัทยา ต่างจังหวัด" น.ส.ปฏิกาภรณ์ กล่าวและว่า

              นายนีวส์จะเดินเข็นรถอย่างนี้ตลอด ระหว่างทางก็จะแวะซื้ออาหาร ขนม บางวันเคยเข็นได้วันละเกือบ 10 ก.ม.  และเช็ดหน้าให้ ใช้เวลาทั้งวัน ทำอย่างนี้จนถึงวันสุดท้ายที่เขาเดินทางกลับ ทำอย่างนี้มาตลอดเวลา 5 ปี บินมาทั้งหมด 8 ครั้งล่าสุดเพิ่งมาเมื่อปลายเดือน ม.ค.นี้  และจะกลับวันที่ 26 ก.พ.นี้ นายนีวส์อยากอยู่เมืองไทยดูแลตนแต่ทางการไม่ยอม อยากจะพาตนไปอยู่ด้วยที่ประเทศออสเตรเลีย ทางการออสเตรเลียก็ไม่ยอม ตนรู้สึกเสียใจตรงนี้ที่รักเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่ดีใจที่ได้เจอเขา ขอให้เขามาหาเราทุกปี เราก็จะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว

              ด้านนายนีวส์ กล่าวว่า  ครั้งแรกที่เห็นเรื่องราวของกุ้งรู้สึกสงสาร ตนเป็นช่างอีเล็กทอรนิคได้พยายามให้กำลังใจและเป็นเพื่อนพูดคุยกันมาเสมอ จนกระทั่งตัดสินใจที่จะเป็นคู่รักกันและสัญญาว่าจะมาดูแลเขาทุกปี แต่ละครั้งจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น อยากจะเอากุ้งไปอยู่ด้วยก็ไม่ได้ จึงต้องยอมที่จะบินมาหาทุกปี และเชื่อว่านี่เป็นคนที่เราเคยอยู่ด้วยกันเมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้จึงได้ตามมาดูแลเธอ และจะดูแลตลอดไป และถ้ารัฐบาลให้ตนอยู่ในประเทศไทยได้ ตนก็จะมาอยู่ดูแลเธอตลอดไป


แข่งจูบมาราธอนทำลายสถิติโลกเริ่มแล้ว
 
   
              เมื่อเวลา 16.15 น. ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลุยส์ ทุสโซต์ ร่วมกับศูนย์การค้า รอยัล การ์เดน พลาซ่า พัทยา ได้จัดงานแข่งขันจูบมาราธอน เพื่อทำลายสถิติกินเนสบุ๊ค ออฟเวิลด์ เรคคอร์ด  ซึ่งสถิติเดิมเมื่อปี 2544  อยู่ที่ 46 ชั่วโมง 24 นาที  9 วินาที   โดยการแข่งขันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์พอดี

              สำหรับผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันนั้น  ผู้สมัครชาวไทย เป็นได้ทั้งคู่รัก ชาย - หญิง คู่รัก ชาย- ชาย และ คู่รัก หญิง- หญิง ขณะที่ชาวต่างชาติต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นสามีภรรยากันจริง ทั้งนี้กติกาการแข่งขัน  ทั้งคู่ต้องริมฝีปากประกบกันตลอดเวลา ส่วนการรับประทานอาหารหรือน้ำก็ต้องผ่านทางหลอด แม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำก็ต้องริมฝีปากสัมผัสกันตลอดเวลา   สำหรับผู้ที่ชนะจะได้รางวัล เป็นเงิน 100,000 บาท  แหวนเพชรจากเวิลด์เจมส์คอลเล็กชั่น  บัตรกำนันที่พักจาก โรงแรมอนันตรา ภูเก็ต และของรางวัลอื่นอีกกว่า สองแสนบาท

              ทั้งนี้มีผู้ที่เข้าร่วมแข่งขัน  7 คู่  โดยเป็นคู่รัก ชาย - หญิง 6 คู่ และ คู่รัก ชาย-ชาย     อีก 1 คู่ และผู้แข่งขันที่มีอายุมากที่สุดคือ  42 ปี และน้อยที่สุดคือ 21 ปี