
'ลูกสมยศ'ยันอดอาหารครบ112ชม.
ลูกชาย "สมยศ" ยังยันอดอาหารประท้วงให้ครบ 112 ชั่วโมง เตรียมย้ายไปนั่งหน้าเรือนจำหากถูกไล่พ้นหน้าศาล "บก.ลายจุด" ระบุข้อเสนอ แก้ ม.112 นิติราษฎร์ สมเหตุสมผล มวลชนไม่ควรล้ำหน้า หวั่นทหารฉวยโอกาส
12ก.พ.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปณิธาน หรือน้องไท พฤกษาเกษมสุข บุตรชายนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยคดีหมิ่นสถาบัน ซึ่งตั้งเต็นท์นั่งอดอาหารประท้วง เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของบิดา ที่บริเวณทางเท้า หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยตั้งเป้าไว้จะนั่งอดอาหารติดต่อเป็นเวลา 112 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 11 ก.พ. ถึง บ่ายวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยย้ำว่า ร่างกายยังไหวแม้อากาศจะร้อนบ้าง ซึ่งก็มีญาติมาเยี่ยมด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดห้ามอะไร เขาก็ตามใจตนซึ่งเลือกจะทำเพื่อพ่อแล้ว อย่างไรก็ดีเมื่อคืนวันแรกก็หลับสบายดี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลเรื่องจราจรด้วย แต่ไม่มีใครมาก่อกวนอะไร
เมื่อถามว่า หากวันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำการของศาลแล้วไม่อนุญาตให้นั่งบริเวณทางสาธารณะจะดำเนินการอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า ก็คิดไว้ว่าอาจจะย้ายไปนั่งอดอาหารที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ เพื่อจะดำเนินการให้ครบ 112 ชั่วโมงตามที่ตั้งใจไว้
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงการยื่นประกันตัวนายสมยศ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอฟังผลศาลอุทธรณ์ ซึ่งทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ประกันตัวบิดาไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะทราบผล ขณะที่การยื่นประกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แล้ว อย่างไรก็ดีหากครั้งนี้ไม่ได้ประกันอีก ก็ต้องหารือกับทนายความต่อไปว่าจะยื่นประกันอย่างไรอีก ขณะที่ตนจะไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเหลือเรื่องสิทธิประกันตัวบิดาต่อไปด้วย
"คดีนี้ถ้าพ่อจะรับสารภาพก็ทำได้ แต่เหมือนเป็นการยอมสยบ อยากให้พ่อสู้ต่อไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่ระหว่างต่อสู้คดีก็มีสิทธิ์จะได้รับการประกันตัว ถึงขณะนี้พ่อติดคุกมากว่า10เดือนแล้ว น้องสาวที่กำลังศึกษาอยู่ที่ฝรั่งเศสก็ให้กำลังผมกับพ่อ และมีคนอื่นๆหมุนเวียนมาให้กำลังใจ" นายปณิธาน ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนั่งอดข้าวของนายปณิธานได้มีเพื่อนนักศึกษาของนายปณิธานและกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน มาคอยให้กำลังใจ ซึ่งนายปณิธาน จะนั่งอ่านหนังสือและติดตามข่าวสารผ่านไอแพดอยู่ในเต็นท์ สลับกับนอนเป็นระยะ โดยมีเพื่อนนักศึกษาและแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงคอยพัดคลายร้อนให้ด้วย ขณะที่วันที่ 12 ก.พ.นี้ซึ่งเป็นวันที่ 2 ในการนั่งอดข้าว ก็ได้มีการตั้งโต๊ะ free my dad เพื่อให้คนมาเขียนข้อความให้กำลังนายปณิธานด้วย แต่ทั้งนี้นายปณิธานยืนยันว่าไม่ใช่การตั้งโต๊ะเพื่อให้ลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112
"บก.ลายจุด"ระบุข้อเสนอแก้ ม.112 นิติราษฎร์ สมเหตุสมผล
กลุ่มผู้สนับสนุนคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา112 จัดเสวนา “112 กับสิทธิพลเมืองไทย” ขึ้นที่ ที่ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน14ตุลา สี่แยกคอกวัว โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด กล่าวตอนหนึ่งว่า มีผู้ใหญ่ขอร้องมาไม่ให้พูดเรื่องม.112 จึงไม่อยากแตะต้องเรื่องนี้ เมื่อข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นกระแสของสังคม ได้มีความกลัวเกิดขึ้น ความรักที่ประชาชนมีต่อสถาบันนั้น ได้สร้างความเกลียดชังให้กับกลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งก็ตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้
ส่วนตัวมองว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ต่อประเด็นการแก้ไข ม.112 นี้ สมเหตุสมผลแล้วทั้งในเชิงหลักการ มีเหตุผลรองรับ และมวลชนผู้สนับสนุนก็ไม่ควรจะล้ำหน้าข้อสนเอของนิติราษฎร์ เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น และไม่คุ้มค่าหากต้องเกิดความรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิตเพราะบทเรียนที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่าเราจะชนะพวกเขาด้วยสติปัญญา ไม่ใช่คนหมู่มากที่จะเอาชนะพวกเราได้ ทั้งนี้การที่มีคนหมู่มากก็สุ่มเสี่ยงกับการถูกอำนาจทางทหาร ทำให้พ่ายแพ้และเสียเปรียบ ตนจึงเสนอว่าเราควรจะต่อสู้เพื่อไม่ให้ล้ำเส้น
“อย่าไปชกเขาก่อน อย่าให้เขาใช้ทหารมาเคลื่อนไหว เพราะจะตกเป็นรอง ควรจะต่อสู้ด้วยอหิงสา เพราะถือเป็นการใช้ชั้นเชิงของกาสรต่อสู้ ดึงความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายออกมา การจะทำอะไรต้องยึดถือหลักการความจริง”นายสมบัติกล่าว
นายสมบัติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยกับข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายนี้ เพราะมีเหตุเพียงพอที่จะแก้ไขกฎหมายของเดิมที่มีอยู่ ทั้งเรื่องของโทษที่ควรจะมีอย่างพอประมาณ สมเหตุสมผลกับพฤติกรรมความผิด ยกตัวอย่างกรณีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคยถูกกล่าวโทษกรณีเปิดเทปคำอภิปรายของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดาร์ตอร์ปิโด” ที่ไม่ควรจะถูกฟ้องด้วยซ้ำ เพราะเขาขาดเจตนาที่จะดูหมิ่นสถาบัน เพียงแต่การกระทำอาจจะเข้าข่าย เปรียบเสมือนหมอผ่าตัดที่มีพฤติกรรมการเอามีดเฉือนเนื้อคนไข้ ซึ่งมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย หากเจตนาไม่ได้มุ่งหมายที่จะทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
ทั้งนี้บริบทของการเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา ม.112 ที่กำลังดำเนินไปอยู่เกิดขึ้นท่ามกลางหลายบริบท ก่อให้เกิดทั้งความเกลียด ความกลัว และขณะนี้คงยากที่จะถูกแก้ไข แต่หากช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสถานการณ์ทางการเมืองที่ปกติ กล่าวคือไม่มีสงครามสีเสื้อ ตนเชื่อว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายครั้งนี้น่าจะสำเร็จ
กก.บห.มธ.ประชุมทบทวนมติห้ามใช้สถานที่
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในวันที่13 กุมภาพันธ์นี้ เวลา13.00น.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมการบริการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีอธิการบดี คณบดี คณบดี และผู้อำนวยการสำนักสถาบันในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนมติคณะกรรมการบริหารครั้งก่อนหน้า ซึ่งมีการระบุห้ามทุกกลุ่มเคลื่อนไหวและจัดเสวนาในประเด็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 อันประเด็นถกเถียงตลอด1-2สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งจากผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างแพร่หลาย หลังนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ได้ใช้สถานที่บริเวณหอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) จัดกิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามทั้งนี้ตั้งแต่มีมติดังกล่าวออกมา กลุ่มวิชาการนิติราษฎร์ยังไม่เคยขอใช้สถานที่อีกเลยเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ยังมีจัดกิจกรรมเสวนาในเรื่องอื่นๆอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ที่จัดเสวนา “วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ?” ไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา



