
'อุเทน'เสนอปรับแผน'เขื่อนภูมิพล'เป็นแก้มลิง'
"อุเทน" เสนอเปลี่ยนวิธีคิด ปรับ "เขื่อนภูมิพล" เป็น "แก้มลิง" เตรียมเสนอสร้างอุโมงค์ 88 ก.ม. ผันน้ำสาละวิน
12ก.พ.2555 นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำและอดีตประธานคณะกรรมการประธานผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้นำสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่ลำน้ำแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อสำรวจแนวคิดโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน สหภาพพม่า ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งบริเวณต้นน้ำปิงที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ
นายอุเทนกล่าวว่า ต้องปรับแนวคิดการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนภูมิพล จากเดิมที่บริหารจัดการน้ำ โดยกักเก็บน้ำจำนวนมาก เพื่อใช้ในการชลประทาน ตั้งแต่เดือน ส.ค. และเร่งระบายน้ำออกอย่างเต็มที่ในช่วงธ.ค. โดยเปลี่ยนเป็นการพร่องน้ำรอน้ำฝน และพายุที่อาจเข้ามาได้ตลอดทั้งปี หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ โดยใช้สถิติ ข้อมูล เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 เป็นตัวหลัก ซึ่งหากใช้แนวทางดังกล่าว อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล จะสามารถสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 9,400 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงจะเสนอโครงการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินของ สหภาพพม่าผันเข้าอุโมงค์สู่ไทย ระยะทาง 88 ก.ม. ให้มาออกยังลำน้ำแม่แตง ก่อนที่จะออกสู่แม่น้ำปิง ไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ที่ อ.ดอยเต่า ซึ่งมีเขตติดต่อไปยังเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ต่อไป
“เรามีแนวคิดจะสร้างเขื่อนที่แม่น้ำสาละวิน เพื่อผันน้ำเข้าสู่อุโมงค์ แม่น้ำสาละวินนั้นมีน้ำไหลตลอดปี เนื่องจากมีที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย ในทิเบตและไหลแรงตลอดทั้งปี ผ่านท่อลอดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-9 ม. ถึงลำน้ำแม่แตง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)ประเมินเบื้องต้นว่าจะสามารถส่งน้ำมาได้ราว 3,000 ล้านลูกบาศเมตร.ต่อวินาที ทั้งนี้ระยะทางดังกล่าวถือว่าเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด และกระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยมาก ซึ่งได้มีการศึกษาไว้แล้วว่า จะใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งการลงทุนในลักษณะนี้ถือว่า คุ้มค่า เนื่องจากบริเวณเขื่อนที่แม่น้ำสาละวิน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 7,500 เมกะวัตต์ หรือหากตีเป็นมูลค่าจะได้ถึงเดือนละละกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้เวลาเพียง 7 ปีก็คุ้มทุน หากประเทศไทยไม่ใช้โอกาสนี้ในการลงทุน เชื่อว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหภาพพม่า จะลงทุนในแม่น้ำสาละวินก่อนเราอย่างแน่นอน และประเทศไทยจะเสียโอกาสอย่างมาก” อดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลกล่าว
นายอุเทนกล่าวอีกว่า การลงทุนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อจัดการระบบน้ำในระยะยาว (กยน.) ขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องของพื้นที่ที่จะเวนคืนให้เป็นพื้นที่น้ำหลาก (ฟลัดเวย์) 2 ล้านไร่ รวมถึงแนวคิดในการจัดเก็บน้ำภายในเขื่อนก็ยังคงเป็นแบบเดิมคือกักเก็บเพื่อการชลประทานเป็นหลัก ซึ่งหากจัดการแบบเดิม น้ำก็จะท่วมเหมือนเดิม
ผู้สื่อขาวรายงานว่า ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เคยถูกนำเสนอผ่านคณะรัฐมนตรีไว้แล้ว ในปี 2547 สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุรีย์เดช เป็นรมว.พลังงาน แต่หลังจากเปลี่ยนรัฐบาล โครงการดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งนายอุเทนจะนำเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ก.พ.นี้เพื่อเริ่มต้นโครงการดังกล่าวตามกระบวนการต่อไป



