ข่าว

'มาร์ค'สั่งปชป.แจงปชช.'รบ.ล้มเหลว'

'มาร์ค'สั่งปชป.แจงปชช.'รบ.ล้มเหลว'

12 ก.พ. 2555

"มาร์ค" สั่ง ปชป.แจง ปชช. "รบ.ล้มเหลว" โวยมีคนสุมหัวปั่นราคาไข่ หวังล้มนโยบายเปิดพันธุ์สัตว์เสรี ทำไข่ราแพงถาวร "ชวนนท์" จี้ “รบ.” ตอบส่วนต่างระหว่าง“ข้าวไทย”กับ“แท็บเล็ตจีน”

                โรงเรียนวัดราชสิงขร วันที่ 12 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการเปิดประชุมใหญ่สาขาพรรค เขตบางคอแหลม ถึงบทบาทการทำงานของพรรคในฐานะฝ่ายค้านว่า ได้ดำเนินการในลักษณะคู่ขนานกับการบริหารงานของรัฐบาล โดยเห็นได้จากแนวทางของพรรคเกี่ยวกับวิกฤตน้ำปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านทำหน้าที่เหมือนรัฐบาล ในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการตั้งศูนย์พักพิง การเยี่ยมเยียนประชาชนและเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ที่นอกจากจะไม่ช่วยเสนอแนวทางแก้ปัญหาแล้วยังใช้วิธีไล่รัฐบาลอย่างเดียวด้วย
   
                ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ในช่วงที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนัก เกี่ยวกับปัญหาสินค้าราคาแพงแต่เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารประเทศ สินค้ามีราคาสูงกว่าในยุคของพรรคประชาธิปัตย์ทุกชนิด ซึ่งนอกจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว ยังออกนโยบายพลังงานผิดพลาดซ้ำเติมประชาชน ด้วยการปรับราคาพลังงานทุกชนิดทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น โดยคาดว่าภายในปีนี้ราคาน้ำมันดีเซลอาจสูงถึง 38 บาท และที่เป็นห่วงคือ หากรัฐบาลไม่ฟังคำเตือนของฝ่ายค้านเกี่ยวกับการตรึงราคาแก๊สหุงต้ม โดยจะปล่อยลอยตัวในช่วงต้นปีหน้าก็จะยิ่งเป็นภาระประชาชนมากขึ้นเพราะจะต้องจ่ายค่าแก๊สแพงขึ้นเท่าตัว
   
                “เรื่องราคาไข่ไก่ก็มีความผิดปกติในกลไกตลาด โดยมีคนบางกลุ่มรวมหัวกันปั่นราคาให้ขึ้นและลงตามใจชอบ ซึ่งในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะทำให้ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มตกลง เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการล้มนโยบายเปิดเสรีพันธุ์สัตว์ในสมัยที่ผมเป็นรัฐบาล  ซึ่งรัฐบาลเองก็ออกมารับลูกแต่ยังไม่มีการดำเนินการขณะนี้ โดยเห็นว่าหากรัฐบาลยกเลิกนโยบายนี้ ก็จะทำให้ประชาชนต้องบริโภคไย่ราคาแพงตลอดไป ทั้ง ๆที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและกำลังจะส่งผลให้ไข่มีราคาถูกลง ขณะเดียวกันในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการรวมหัวกันแอบขึ้นราคาไข่ไก่อีก จึงเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล ที่ไม่สามารถดูแลให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามต้นทุนการผลิตที่แท้จริงได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่ใส่ใจในความทุกข์ยากของประชาชนด้วย โดยพรรคประชาธิปีตย์จะจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
   
                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งรัฐบาลพยายามสร้างภาพความปรองดอง ผ่านการจัดงานเลี้ยง “รักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย” และมีการนำเสนอข่าวว่าตนไม่ไปร่วมงานนั้น ต้องชี้แจงว่าที่ไม่ได้ไปเพราะรัฐบาลไม่ได้เชิญและส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการจัดงานดังกล่าว ซึ่งหากเดินทางไปก็อาจถูกใช้ให้ไปเสริฟน้ำ อีกทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งภาพที่นายกรัฐมนตรีร่วมงานกับพล.อ.เปรมก็ทำให้คนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยไม่พอใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง และโจมตีพล.อ.เปรมอย่างรุนแรง แต่วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง คือ จุดเริ่มต้นในการปรองดอง  เหมือนกับที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวว่า “ทักษิณต้มแดงจนเปื่อยเละ” สะท้อนว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณได้กลับประเทศไทยโดยไม่มีความผิด และขณะนี้รัฐบาลก็ใช้ทุกช่องทางที่จะเดินหน้าทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการออกพรบ.นิรโทษกรรมซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น
   
                ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ในช่วงเลือกตั้งประชาชนจำนวนมากลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยเพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ ไม่มีความวุ่นวายจากการชุมนุม แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้ว กลับยังไม่เลิกปลุกปั่นปลุกระดมประชาชนทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเกี่ยวกับมาตรา 112 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และความพยายามที่จะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งคนเสื้อแดงก็ยังมีการเคลื่อนไหวชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลไม่ได้พยายามที่จะทำให้บ้านเมืองกลับเจ้าสู่ความสงบ เหมือนที่พูดว่าต้องการให้เกิดวามปรองดอง

                "ขอฝากให้สมาชิกพรรคชี้แจงทำความเข้าใจใน 3 ประเด็นหลัก คือ การแก้ปัญหาน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาล ล้มเหลวแก้ปัญหาสินค้าแพง และไม่จริงใจในการสร้างความปรองดอง รวมทั้งให้ สก.และสข.ทำงานหนักเพื่อรับมือกับการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่จะมีขึ้นในปีหน้า โดยเชื่อว่าจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น เพราะคู่แข่งมีเป้าหมายที่จะยึดเก้าอี้ผู้ว่า กทม.ให้ได้ หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้บริหารกรุงเทพมาเกือบ 8 ปี จึงมีความพยายามที่จะเล่นการเมืองโดยการโจมตีผู้ว่ากทม.ในช่วงวิกฤตน้ำปีที่แล้ว แต่ประชาชนก็เห็นถึงความทุ่มเทของ มรว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่ทำงานหนักจนตัวดำและมีความห่วงใยประชาชนอย่างแท้จริงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีวันหยุด อีกทั้งไม่เคยนำการแก้ปัญหาประชาชนมาเป็นประเด็นการเมือง แต่พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานโดยไม่แบ่งแยกเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป์นไปอย่างรวดเร็วมากที่สุด จึงขอให้ สก.และสข.ชี้แจงทำความเข้าใจถึงผลงานของ. กทม.ตลอดการบริหารงานที่ผ่านมากับประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย


“ปชป.”ดักคอ“ทักษิณ-พวก”ใช้อุดมการณ์นปช. เป็นตัวล่อ

                นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกมาระบุว่า การพบกันในงานเลี้ยง "รักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย" ระหว่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองว่า แม้ตนจะเห็นด้วยในการสร้างความปรองดองและกระบวนการสามัคคี เป็นเรื่องที่ถูกต้องและประเทศไทยต้องเดินหน้าไป แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็ยนว่า พ.ต.ท.ทักษิณหรือพรรคเพื่อไทยหรือใครก็ตามที่อยู่ในอำนาจขณะนี้ ใช้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ใช้อุดมการณ์ที่พวกเขาอยากได้ อยากเห็นมาเป็นตัวหลอกล่อในการดึงเข้ามาเป็นพวก สนับสนุนล้มล้างรัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อให้ตัวเองเข้าสู่อำนาจ เพราะเรื่องไพร่ อำมาตย์ ที่ใช้เป็นเงื่อนไขแต่ขณะนี้ไม่มีใครพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นไพร่ตัวพ่อ ตัวแม่ ตัวลูก ขณะนี้ไปเป็นอำมาตย์กันหมดแล้ว

                โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม เรื่องรายได้ก็เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้ทำตรงข้ามคือ มีการปรับเพิ่มราคน้ำมันและก๊าซ โครงการจำนำข้าว จำนำมันสำปะหลัง ทุจริตคอรัปชั่นกันทั้งหมดและกระบวนการความคิดทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงที่คิดว่า มีเจตนารมย์อย่างหนึ่งอย่างใดและคนเหล่านี้ก็ใช้ตรงนั้นมาเป็นแรงกระตุ้นเพื่อให้มาสนับสนุนพวกเขา ขณะนี้ก็เห็นชัดว่า เมื่อน้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถมาเป็นนายกฯ และสามารถดำเนินนโยบายต่างๆให้เข้าทางพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วคนเสื้อแดงก็ไม่ได้มีความหมายในสายตาของพ.ต.ท.มักษิณอีกต่อไป เช่นเดียวกับนายโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัมส์ ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกับหลายๆคนทางการเมืองที่พ.ต.ท.ทักษิณได้ละทิ้งมา


กระตุกต่อมรบ.เลิกใช้โวหารอย่างเดียวเหตุขาดทั้งข้อมูล-สติปัญญา

                นายนชวนนท์ แถลงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การที่พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงและลังเลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตพูดชัด ว่าจะแก้ไขเรื่องใดเพราะอะไร แต่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะทำให้ประชาชนสับสน พยายามจะอ้างกระบวนการส.ส.ร.เพื่อล้มล้างข้อกฏหมายบางข้อ เพื่อผลประโยชน์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทย เราถามท่านหลายครั้งว่าท่านจะแตะตรงนั้น แตะตรงนี้ คำตอบ คือ พวกท่านไม่สามารตอบได้เลยและอ้างว่าได้รับเลือกตั้งมาเป็นประชาธิปไตย ตนก็ต้องย้อนถามกลับไปว่า สติความจำสั้นหรืออย่างไร ถึงจำไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ผ่านการทำประชามติจากประชาชนทั้งประเทศเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเลิกใช้โวหารอย่างเดียวโดยขาดข้อมูลขาดสติปัญญาประกอบในการแถลงข่าวแต่ละครั้งและช่วยโต้ตอบกับพรรคประชาธิปัตย์บนพื้นฐานของข้อมูลสติปัญญาด้วย และตนยินดีถ้านายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาลมาพูดเรื่องร.ร.โฟร์ซีซั่นอีก ก็จะเป็นการแฉน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เพิ่มเติมขึ้นไปทุกวัน ฉะนั้นถ้าตนทำหน้าที่ฝ่ายค้านจริงๆแล้วตนคงจะสนับสนุนให้นายอนุสรณ์ออกมาพูดทุกวัน เพราะพวกตนจะกลับมาไปเป็นรัฐบาลได้เร็วขึ้น


 จี้“รบ.”ตอบส่วนต่างระหว่าง“ข้าวไทย”กับ“แท๊บเล็ตจีน”

                นายนชวนนท์  แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำข้าว 4 ล้านตันไปแลก กับแท็บเล็ต 5 แสนเครื่องของบริษัท หัว เหว่ย จากประเทศจีนว่า อยากถามว่า ข้าว 4 ล้านตัน เกวียนละ 1.5 หมื่น มูลค่าของข้าวทั้งหมดตรงนั้นจะเท่ากับ 6 หมื่นล้านบาท ส่วนแท็บเล็ต 5 แสนเครื่อง ราคา 3,000 บาทต่อเครื่องโดยประมาณเพราะฉะนั้นคิดเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท จึงอยากถามว่า แล้ว 58,500 ล้านบาทไปตกหล่นอยู่ระหว่างประเทศไทยถึงประเทศจีนบริเวณจังหวัดเชียงใหม่หรือไม่ อยากทราบว่าคิดได้อย่างไร เพราะมูลค่าต่างกันไม่ถึง 2 % กว่า เพราะ 1,500 ล้านบาทกับ 6 หมื่นล้านบาท ที่กำลังจะเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนกันอย่างนี้เเรียกว่า ความคิดของคนที่มีสติปัญญาตั้งใจจะดูแลเยาวชนของชาติหรือว่า ต้องการเอาส่วนต่างตรงนี้มาดูแลสติปัญญาของพวกเดียวกันเอง ถือเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องตอบ ตนไม่ว่าถ้ารัฐบาลจะอ้างว่าเป็นนโยบายที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนและต้องทำ แต่ทำโดยหากินกับชาวนาและเกษตรกร และกำลังจะหากินกับเด็กนักเรียนป.1

                 ส่วนกรณีราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำนั้น  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวในขณะนี้ล้มเหลวมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 5 ล้านตัน จากเป้าหมาย 25 ล้านตัน ขณะนี้เหลือเวลาอีก 25 วันก่อนจะสิ้นเดือนก.พ.ที่โครงการนี้จะหมดอายุ เพราะฉะนั้นขณะนี้นักการเมืองและพ่อค้าคนกลางกำลังวิ่งวุ่น ขาขวิดหาข้าวมาเติมกับโควต้าที่เหลืออีก 20 ล้านตัน แต่ที่สนุกไปกว่านั้นคือ โครงการรับจำนำมันสำปะหลังกำลังเป็นแบบเดียวกัน โดยที่อ.บ้านกรวดและอ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เกษตรกรมันสำปะหลังมีลานมันรับจำนำเพียงแห่งเดีย วและไม่รับจำนำตามราคาที่รัฐบาลตั้งไว้ สิ่งที่เขาเรียกร้องคือ ลานมันที่รัฐบาลประกาศ 20 กว่าแห่ง ไม่มีคุณสมบัติตามที่ได้ตกลงกันไว้ มากไปกว่านั้นเกษตรกรที่จ.บุรีรัมย์บอกว่า ขณะนี้กำลังมีกระบวนการนำมันสำปะหลัง จากประเทศกัมพูชาเข้ามาสวมสิทธิ์ รับกันเนื้อๆกิโลกรัมละเกือบ 3 บาท แต่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรชาวไทยได้กิโลกรัมละ 1.20 บาท เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลนำโครงการประกันรายได้กลับมาใช้ ตนคิดว่ารัฐบาลยอมเสียหน้าดีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม้หวงนโยบาย ถ้านโยบายประกันรายได้เป็นสิ่งที่ดีกับประชาชน