
'นพดล'ยัน'ปู'ไปโฟร์ซีซั่นไม่มีเรื่องไม่ดี
"นพดล" แจงแทน "ยิ่งลักษณ์" ไป "โฟร์ซีซั่น" ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเรื่องชู้สาว ท้า "เอกยุทธ - ปชป." งัดหลักฐานโชว์ โต้ไม่ได้ไปสถานที่อโคจร "ชวนนท์" ยันปชป.ไม่เคยกล่าวหา"ปู"ว.5โฟร์ซีซั่นในเรื่องบัดสีบัดเถลิง
12ก.พ.2555 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปยังโรงแรมโฟร์ซีซั่นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรหยุดพูด หยุดกล่าวหานายกรัฐมนตรีจากอคติและเขียนนิยายขึ้นเองได้แล้ว
ถ้าหากนายกฯมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเรื่องชู้สาวตามที่กล่าวหา ทำไมจะต้องเดินทางไปที่โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีกล้องวงจรปิดเป็นตาสับปะรด ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์หรือนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซด์เดอร์ มีหลักฐานอะไรก็นำเสนอมา แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีเรื่องไม่ชอบมาพากลใดๆ ทั้งสิ้น
"ขอร้องพรรคประชาธิปัตย์ควรเอาเวลาไปทำงานฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ ไปดูเรื่องการขุดลอกคู คลอง เสนอแนะเรื่องนโยบายดีกว่า ตอนนี้พบว่ากระแสตีกลับ คะแนนสงสารนายกฯมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่นายเอกยุทธออกมาพูดดูถูกชาวเหนือแล้ว และนายกฯถึงจะเป็นสุภาพสตรี แต่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าใครหลายคน"นายนพดลกล่าว
นายนพดลกล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าทำทุกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ได้ไปสถานที่อโคจรที่ไหน เป็นธรรมดาของคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมานานกว่า 20 ปี ที่อาจจะไปพบนักธุรกิจที่รู้จักมากมาย เพื่อขอความเห็น ขอคำปรึกษา และฟังเสียงสะท้อน เพื่อนำมาปรับใช้กับนโยบายรัฐบาล การฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม การกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องการทำฟลัดเวย์นั้น เป็นการจินตนาการเอาเองทั้งนั้น ยืนยันว่านายกฯจะทำอะไรก็เป็นเรื่องเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
หยาม ปชป.ก้าวไม่ข้าม"ทักษิณ"
ส่วนกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าจะรณรงค์ขึ้นป้ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายนพดล ว่า น่าตลกที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ตัวเองกลับยังยังวนเวียนก้าวไม่พ้น พรรคประชาธิปัตย์กำลังโยนหมามุ่ยให้พ.ต.ท.ทักษิณ รู้สึกคัน รำคาญ โจมตีใส่ร้ายหวังเอาคะแนน แต่มันไม่ได้ผล เพราะพิสูจน์มาแล้วในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และต้องถามว่าพรรคประชาธิปัตย์รู้ได้อย่างไรว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ในเมื่อยังไม่มีการร่างอะไรเลย ซึ่งการร่างก็ไม่ได้ทำโดยรัฐบาล เป็นการร่างโดยตัวแทนประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา แม้การเลือกตั้งจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่ก็เลวน้อยที่สุด ตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาต้องทำเพื่อประชาชน คงไม่ได้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ขอร้องพรรคประชาธิปัตย์อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อย่าไปมองอะไรในทางร้ายเสียหมด
ท้าติดป้าย "เหนือ - อีสาน"
นอกจากนี้การที่พรรคประชาธิปัตย์เอารูปพ.ต.ท.ทักษิณไปรณรงค์ขีดฆ่า กล่าวหาว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณนั้น กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบดูว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ เพื่อที่จะดำเนินคดีต่อไป กรณีที่จะไปติดป้ายที่ภาคใต้นั้น ตนมองว่าเปลืองงบประมาณเปล่าๆ น่าจะลองไปติดที่ภาคเหนือ ภาคอีสานดูบ้าง ติดไปเลยเป็นล้านๆ แผ่น จะได้รู้ว่าผลเป็นอย่างไร วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ควรทำความเห็นเสนอแนะส.ส.ร.ที่จะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วคอยติดตามการทำงาน หากมีอะไรไม่ถูกต้อง วันนั้นค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า
อดีตรองปธ.สมานฉันท์ซัด“ปชป.”แต่งดำ
นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร อดีตรองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์กล่าวโจมตีการจัดงานรักประเทศไทยฯ ว่า ถามว่าประเทศชาติและประชาชนอยากได้อะไร เขาคงไม่อยากเห็นใครออกมาแต่งชุดดำประท้วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ถือเป็นสัญญาณของความไม่ปรองดอง ในฐานะนักการเมืองเขาให้มาเล่นก็ควรเล่นเป็นเกมไป ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ไม่ใช่การเอาชาติมาเดิมพัน พล.อ.เปรมถือเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ท่านเป็นองคมตรีเป็นรัฐบุรุษ เป็นนายกฯมาหลายสมัยแล้ว จะคิดไม่ออกเลยหรือว่าปรองดองคืออะไร เป็นการถูกต้องแล้วที่รัฐบาลเชิญท่านมา ถ้าไม่เชิญสิควรจะถูกประณาม และฝ่ายค้านก็ควรชื่นชมที่สามารถเชิญบุคคลผู้ทรงเกียรติมาร่วมงานได้ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในชาติบ้านเมือง
ส่วนฝ่ายค้านจะไปหรือไม่ไป ก็ไม่ควรแต่งชุดดำแบบนั้นไม่ทราบว่าจะประท้วงใคร เชื่อหรือว่าประชาชนจะมีความสุขขึ้น ซึ่งตนดูแล้วหลังงานนี้ สัญญาณการเมืองน่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ค้านของท่านต่อ อย่าหยุด ต้องตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ว่ามีเรื่องใดมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ ต้องเอาข้อมูลออกมาฟ้องประชาชนว่าเขาฉ้อราษฎร์บังหลวง ทำทุจริตอย่างไร แต่การแสดงบทบาทให้เห็นว่าไม่ยอมปรองดอง ทำให้การปรองดองชะลอออกไป ไม่น่าจะเหมาะสม
"ชวนนท์" ยันปชป.ไม่เคยกล่าวหา"ปู"ว.5โฟร์ซีซั่นในเรื่องบัดสีบัดเถลิง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ในแบบลับ หรือ "ว.5" ว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจอยากให้นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดด้วยตัวเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยเฉพาะเมื่อใช้เวลาราชการไปทำภารกิจส่วนตัวโดยไม่ให้ผู้สื่อข่าวตามไป ทั้งนี้ตนและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีใครไปกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเรื่องบัดสีบัดเถลิงหรือเรื่องต่ำๆ อย่างที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล ออกมากล่าวหา ทั้งนี้ตนขอตั้งข้อสงสัยคือ 1.การที่นายเอกยุทธ ถูกทำร้ายร่างกายอยากให้รัฐบาล ทำความกระจ่างเพื่อให้เกิดความสบายใจกับประชาชน 2.มีข้อสงสัยว่ามีการแอบไปพูดคุยเรื่องการจัดวางพื้นที่ฟลัดเวย์และพื้นที่แก้มลิง กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้มีการทราบก่อนโดยกลุ่มธุรกิจรับทราบก่อนจะสามารถหาประโยชน์จากกำไรในการซื้อที่ดิน หรือการเวณคืนที่ดินได้มหาศาล
“เทพไท” แจง ขึ้นป้ายค้านแก้ “รธน.” เพื่อ “ทักษิณ”
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ กรณีทำป้ายคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นการจุดไฟขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ว่า การแสดงออกของคนที่เห็นต่างเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคม คนที่เปิดประเด็นเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นผู้สร้างความขัดแย้งในสังคม หากจำกันได้วิกฤตของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นก็มาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 25 พ.ค. 51ในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง มาครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจุดประกายแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบที่2 ไม่เกรงกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกหรือ
“การออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ของพรรคก็เป็นสิทธิทางการเมืองที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยกลัวความขัดแย้งรอบใหม่ก็ไม่ควรฟื้นฝอยหาตะเข็บ โดยผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ทั้งที่ปัญหาปากท้องของประชาชน มีความสำคัญมากที่สุด รัฐบาลกลับไม่เหลียวแลกลับไปแก้ปัญหาให้พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น สำหรับการออกแบรนเนอร์ และสติ๊กเกอร์ที่เปิดตัวไปเมื่อวาน1 หมื่นชุด กับ 1แสนแผ่น ขณะนี้มีประชาชนติดต่อเข้ามาขอเพื่อนำไปเคลื่อนไหว และติดท้ายรถยนต์จำนวนมาก หากประชาชนมีความสนใจจำนวนมากเช่นนี้ ก็อาจจะมีการจัดทำเพิ่มเพื่อแจกจ่ายไปทั่วประเทศ” นายเทพไท กล่าว
ชี้“รบ.”จัดงานรักเมืองไทยฯหวังเคลียร์ใจ“ทักษิณ -ป๋าเปรม”
นายเทพไทกล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ระบุพ.ต.ท.ทักษิณรู้สึกปลาบปลื้มที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้พบกับน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในงาน “รักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย” ว่า ตนคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังงานเลี้ยง เพราะ เป็นความใฝ่ฝันของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่ต้องการจะเคลียร์ความขัดแย้งของตัวเองกับประธานองคมนตรี ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้เพียรพยายามที่จะเคลียร์ปัญหาในลักษณะแบบนี้หลายครั้งแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
“ครั้งหนึ่งก็เคยลงทุนให้คุณหญิงพจมานเข้าพบ พล.อ.เปรมเพื่อเคลียร์เรื่องที่คาใจกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และนายกฯในระบอบทักษิณทุกคน ก็เคยพยายามที่จะเข้าไปเคลียร์ปัญหากับพล.อ.เปรมทุกคนแต่ไม่สำเร็จ มาครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปใช้เงื่อนไขงานดังกล่าว โดยเอาดนตรีเป็นสะพานเชื่อมจนประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่างานครั้งนี้ไม่ได้จัดเพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่เป็นประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าเป็นอย่างนี้จริงงบที่ใช้ไม่ควรเอางบแผ่นดิน ควรให้พ.ต.ท.ทักษิณจ่าย ไม่ควรมาเบียดเบียดงบประมาณแผ่นดิน เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณปลื้มกับความสำเร็จในการจัดงานก็ให้คงความรู้สึกที่ดีอย่างนี้ตลอดไป ไม่ใช่เป็นการแสดงละครหรือสวมหน้ากากเขาหากัน และควรที่จะส่งสัญญาณให้ลิ่วล้อหยุดเคลื่อนไหวโจมตีอำมาตย์ได้แล้ว เพราะแกนนำเสื้อแดงทุกตนได้ดิบได้ดี เปลี่ยนสถานะจากไพร่กลายเป็นอำมาตย์ทุกคน” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย.ระบุว่าการที่ พล.อ.เปรมมาร่วมงาน ทำให้พรรคเมืองบางพรรคนอนไม่หลับว่า คงไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเป็นคนในพรรคเพื่อไทยมากกว่า โดยเฉพาะแกนนำคนเสื้อแดง หรือคนในนปช. นอนไม่หลับครึ่งหนึ่งเพราะรู้ทันแกนนำว่าถูกหลอกเอามวลชนคนเสื้อแดง เป็นบันไดนั่งร้าน ตกเป็นเครื่องมือหรือหมากให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินเกม เพื่อประโยชน์ของตัวเอง หากพ.ต.ท.ทักษิณ และ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มนปช.มีความจริงใจที่จะให้เกิดความปรองดองจริง นับจากนี้ไปก็จะคงไม่มีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่ออกมาเพ่นพ่านเรี่ยราดบนถนนอีก และตราบใดยังมีการเคลื่อนไหวโจมตีเรื่องอำมาตย์ และกองทัพและคนที่เห็นต่างทางการเมืองก็แสดงว่าจุดยืนเรื่องความปรองดองที่ให้เกิดขึ้นในชาติเป็นแค่ลมปาก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจัดฉากเพื่อให้สังคมตายใจ และให้ตัวเองได้ประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาคุยเรื่องผลสำรวจความนิยม ว่าประชาชนมีความพึงพอใจผลงานรัฐบาลสี่ด้าน ในอัตราส่วนร้อยละ 80 - 90 นายเทพไท กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทยไปสำรวจกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ไหน แต่ถ้าดูผลการสำรวจน่าจะเฉพาะพรรคเพื่อไทยหรือคนในพรรคดังกล่าว เท่านั้น เพราะผลสำรวจจากกรุงเทพโพลและสวนดุสิต เห็นชัดว่าภาพรวมรัฐบาลยิ่งลักษณ์สอบตก ได้รับความนิยมได้แค่ร้อยละ4.92 และ5.12 จากเต็ม10 แสดงให้เห็นว่าผลงานของรัฐบาลชุดนี้สอบตกเกือบทุกด้าน และที่ประชาชน เดือดร้อนแสนสาหัสขณะนี้คือปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และผลโพลของเรื่องดังกล่าวอยู่ในอันดับหนึ่งทุกผลการสำรวจ ซึ่งไม่เคยมีมาในอดีต เป็นเรื่องของความแตกแยกในสังคมกับปัญหา3จ.ชายแดน แต่วันนี้ประชาชนกลับรู่สึกว่าปัญหาปากท้อง และปัญหาเศรษฐกิจมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้รัฐบาลหยุดหลอกตัวเอง และยอมรับความจริงและฟังสิ่งที่ประชาชนเสียบ้าง อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกไปเดินตลาดสำรวจภาวะเศรษฐกิจ ราคาสินค้ามากกว่าเอาเวลา ไป“ว.5” ตามโรงแรมชั้นระดับ5ดาว



