ข่าว

กสทช.ลั่นดัน3จีในปีนี้

กสทช.ลั่นดัน3จีในปีนี้

12 ก.พ. 2555

'สุภิญญา' ลั่น จะทำให้เกิดโทรศัพท์ระบบ 3 จีให้ได้ภายในปีนี้ ยัน ต้องทำให้เกิดการแข่งขันในการประมูล โอด ศาลปค. อาจทำให้งาน กสทช. สะดุด

          น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) ด้านวิทยุและโทรทัศน์ เปิดเผยว่า กสทช. จะต้องทำให้เกิดการประมูล 3 จี 4 จี ให้ได้ ซึ่งยอมรับว่า งานโทรคมนาคมเป็นเรื่องยาก

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน)หรือ CAT ถือครองคลื่นอยู่ และให้บริษัทเอกชนใช้โครงข่าย โดยขณะนี้ก็มีอยู่ 3 รายคือ เอไอเอส ดีแทค ทรู แต่สุดท้ายทีโอที และ CAT ต้องยอมปล่อยบริษัทเอกชน และหันมาทำให้ตัวเองเข้มแข็งเพื่อที่จะดูแลตัวเองได้ เช่น หันมาบริการประชาชนทั่วไปทางอินเตอร์เน็ตราคาถูก ก็จะแข่งกับเอกชนได้ 

          "การประมูล 3 จี 4 จี ที่จะเกิดขึ้น จะต้องทำให้เกิดการแข่งขัน ไม่ใช่มีแค่ 3 รายเหมือนเดิม ต้องมากกว่านั้น เพื่อให้มีรายใหม่เข้าแข่ง เช่น 5 ราย  กสทช. จึงต้องอิสระจากทางการเมือง คนที่จะมาแข่งก็ยื่นซอง รายไหนยื่นซองมากกว่าก็ได้ไป ไม่ต้องมาจ่ายเงินให้กับ กสทช. เงินประมูลก็เข้ากระทรวงการคลังร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องถูกหัก 30 % เหมือนในระบบสัมปทาน"

          อย่างไรก็ตามราคาประมูล ถ้า กสทช. กำหนดราคาถูกไปก็เหมือนกับแจก แต่ถ้ากำหนดราคาสูงไป เอกชนก็ไม่อยากเข้าประมูล เพราะเกรงว่า ลงทุนไปแล้วไม่คุ้ม สำหรับกรณี 3 จี จะทำให้เกิดการประมูล 3 จีขึ้นให้ได้ภายในปีนี้

          น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ในส่วนเรื่องวิทยุกระจายเสียง กองทัพ มีคลื่นกว่า 200 คลื่น กรมประชาสัมพันธ์ 147 คลื่น อสมท. 63 คลื่น วิทยุชุมชนกว่า 6,000 สถานี กสทช.จึงต้องเปลี่ยนจากระบบผูกขาด มาเป็นระบบใบอนุญาต ต้องมีการยึดคืนคลื่น 

          ทั้งนี้ การมี กสทช. เท่ากับทุกคนเป็นศูนย์ กองทัพ อสมท. ต้องมาลงทะเบียนกับ กสทช. ทำให้ กสทช. มีข้อมูลทั้งหมดและต้องมายื่น proposal  กสทช. ก็ต้องดูว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ อย่างกองทัพมีกว่า 200 คลื่น  กสทช. เอาคืนมาได้สักร้อยคลื่น  ก็สามารถนำมาจัดสรรให้กับบริษัทเอกชนต่างๆได้ 

          น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า กสทช.จะเปลี่ยนระบบวิทยุและโทรทัศน์จาก"อนาล็อก"เป็น "ดิจิตอล"  เพราะว่าตามข้อตกของอาเซียนจะเป็นระบบดิจิตอล ภายในปี 2015 จึงเป็นโอกาสของ กสทช. ที่จะย้ายรายเก่าเข้าสู่บ้านใหม่

          ทั้งนี้ รัฐบาลและ กสทช. คงต้องช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนที่ไม่มีกำลังพอในการติดตั้งอุปกรณ์รับการส่งระบบดิจิตอล เช่น รัฐบาลลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ ส่วน กสทช.ก็มีกองทุนพัฒนาสื่อ ก็ต้องนำเงินจากกองทุนมาสนับสนุนเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีฟรีทวีนับร้อยช่อง

          กระนั้น กรรมการ กสทช. ก็บอกว่า แม้ กสทช. มีอำนาจในการวินิจฉัยว่า สัมปทานชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่เอกชนที่ถูกเพิกถอนสัมปทาน ก็คงไปยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง ซึ่งทุกเรื่องไม่ได้ยุติที่ กสทช. โดยเมื่อ กสทช. วินิจฉัยเรื่องใดไปแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถไปยื่นฟ้องที่ศาลปกครองได้

          "สำหรับศาลปกครอง ถ้าตัดสินเพื่อคานอำนาจกับ กสทช. ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าตัดสินแล้วทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะบางครั้งก็ทำให้ กสทช.ทำอะไรไม่ได้ หากศาลปกครองไม่เอาตาม กสทช."

          น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า การทำงานของ กสทช. 11 คน ก็มีความหลากหลาย เพราะมีทั้งตำรวจ ทหาร เอ็นจีโอ ทุกคนมีความรู้ ก็อยากทำดี สร้างผลงานกันทั้งนั้น ที่ผ่านมาเวลาประชุมก็มีการถกเถียงกันบ้างแต่ไม่ถึงขนาดรุนแรงต่อกัน

          ต่อข้อถามว่า กรณีของช่อง 9 ที่ปัจจุบันทำเชิงธุรกิจ แต่ต่อไปต้องเปลี่ยนเป็นบริการสาธารณะจะทำอย่างไร  น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า กรณีช่อง 9 เป็นเรื่องที่ยากสำหรับ กสทช. แต่ต่อไป ช่อง 9  ต้องเปลี่ยนมาเป็นบริการสาธารณะภายใน 5 ปี หรือ 10 ปี มิเช่นนั้นต้องคืนคลื่น เช่นเดียวกับช่อง 5 ที่ต้องเป็นช่องบริการสาธารณะเหมือนกัน

          ต่อข้อถามว่า ปัญหาเรื่องวิทยุชุมชนที่ไม่มีใบอนุญาต เอาแต่โฆษณาและส่งคลื่นรบกวนคลื่นหลักจะทำอย่างไร น.ส. สุภิญญา กล่าวว่า สถานีวิทยุชุมชนที่มีกว่า 6,000 สถานีเปรียบเสมือน "รถตู้ป้ายดำ" กสทช.จะให้เวลากับเขา 300 วัน ในการเข้าระบบโดยต้องมาลงทะเบียนกับ กสทช.เพื่อจะได้มีมาตรฐานเป็นบริการชุมชน และเป็นระบบดิจิตอล

          "ตอนแรกเราจะใช้วิธีเจรจาก่อน เพื่อให้เขามาเข้าระบบและต้องทำทุกวิถีทาง แต่ถ้ายังไม่ยอมก็ต้องดำเนินกับสถานีวิทยุชุมชน ที่ไม่ยอมมาเข้าระบบ ซึ่งสามารถสั่งปิดสถานี ยึดเครื่องส่ง และวิธีสุดท้ายอาจดำเนินคดีอาญาซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ" น.ส.สุภิญญา ระบุในท้ายที่สุด