ข่าว

ศิลป์ผนวกศาสตร์ฉบับ'แพท-ลลิตา'

ศิลป์ผนวกศาสตร์ฉบับ'แพท-ลลิตา'

12 ก.พ. 2555

ศิลป์ผนวกศาสตร์ ฉบับ 'แพท-ลลิตา' : คอลัมน์ ขอเวลานอก : เรื่อง ... ชาญยุทธ ปะวะขัง - ภาพ ... สกล สนธิรัตน

                   โบราณว่าจับปลาสองมืออาจพลาดไม่ติดมือเลย กลายมาเป็นบรรทัดฐานให้หลายคนเชื่ออย่างนั้นด้วยเกรงจะเสียโอกาส ทว่าหากนำมาเปรียบเปรยกับคนใฝ่รู้อยากหยิบจับศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ ตามที่ตัวเองสนใจคงเป็นเรื่องคนละมุม เพราะยุคนี้ใครก็ตามที่หิววิชาเกินหน้าคนอื่นย่อมมีภาษีดีกว่า ด้วยยึดแนวทางดังกล่าวสาวหน้าใส "แพท" ลลิตา ประชากริช จึงชื่นชอบที่จะจับปลาหลายมือ

                   โดยเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ควบคู่กัน เริ่มจากจบไฮสคูลแล้วตัดสินใจเติมเต็มความฝันไปต่อปริญญาตรีด้านดีไซน์ มีเดีย อาร์ท ที่ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส อิ่มเอมกับงานศิลป์แต่อีกใจก็อยากตักตวงความรู้ด้านการบริหารการเงินและการตลาดจึงบินกลับมาต่อยอดเอ็มบีเอที่สถาบันศศิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะอนาคตจะได้นำทั้งสองศาสตร์นี้ไปใช้ให้คุ้มกับที่ร่ำเรียนมา

                   และแม้ตอนนี้กำลังชิมลางเป็นสาวแบงก์ทำงานในห้องค้าเงินที่ไทยพาณิชย์ ก็ไม่แปลกหากมีเวลาว่างเจ้าตัวมักจะปลีกตัวจากกองงานและผู้คน แล้วหามุมสงบเพื่อรังสรรค์งานศิลป์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นไฟน์อาร์ท จิตรกรรม ถ่ายภาพ และถ่ายวิดีโอ อย่างในวันสบายๆ บนคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านจรัญสนิทวงศ์ 72 สาวแพทถือโอกาสละเลงอารมณ์ศิลป์บนเฟรมเล็กๆ ชนิดพอมือเปื้อนสีปั๊บใบหน้าก็เปื้อนยิ้มด้วยความสุขทันที

                   เล่าพลางใช้พู่กันแตะสีแล้วตวัดลงบนผืนผ้าใบอย่างอารมณ์ดี จากนั้นค่อยๆ ปรากฏภาพออกมาเป็นรูปภูเขาหินขนาดใหญ่โทนสีร้อน ซึ่งเจ้าตัวบอกบางอารมณ์ก็อยากวาดอะไรที่สีสดๆ มีหลายภาพที่เก็บสะสมเน้นสีฉูดฉาดอย่างภาพตึกรามบ้านช่องหลากสีเทคนิคใช้เกรียงปาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบจนเห็นเป็นเนื้อสีนูนเด่นอย่างชัดเจน หรือบางอารมณ์ที่สงบเยือกเย็นก็จะวาดภาพขาวดำพ็อทเทรดหน้าคน ให้ความรู้สึกถึงสีหน้าที่แปลกออกไป

                   "สิ่งที่ยากของงานเพ้นท์คือ ตอนเริ่มต้นว่าจะวาดอะไร ภาพวิวอาจวาดง่ายหน่อยเพราะรายละเอียดไม่มาก แต่ถ้าภาพหน้าคนที่ต้องสื่ออารมณ์ออกมาให้ได้ค่อนข้างยาก และใช้เวลาพอสมควร ถ้าไม่มีเวลามากพออาจจะไม่เสร็จ เพราะถ้าทำทิ้งไว้แล้วมาทำใหม่สีก็แห้งแล้ว ไม่ปะติดปะต่อ " สาวอารมณ์ศิลป์ เล่าขณะสายตาจ้องเขมงไปที่ชิ้นงานอย่างอารมณ์ดี

                   ทั้งๆ รู้ว่าทางบ้าน คุณพ่อรุ่งโรจน์ และ คุณแม่วีณา ประชากริช ไม่ปลื้มเอาเสียเลยที่ลูกสาวเลือกทางเดินสายศิลป์ เพราะอยากให้ลูกสาวที่มีแววไปได้สวยในสายวิทยาศาสตร์เข้าเรียนแพทย์มากกว่า ตรงข้ามกับความนึกคิดของแพทที่แค่เห็นเลือดหยดเล็กๆ ก็จะเป็นลมแล้ว เพราะฉะนั้นการจะเข็นให้ไปจับเข็มฉีดยาหรือมีดผ่าตัดเปลี่ยนมาเป็นจับพู่กันน่าจะง่ายกว่า แต่กว่าจะพิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นว่าศิลปะก็สร้างงานได้ ก็ต้องต่อสู้กับความคิดต่างทั้งน้ำตา สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ก็เข้าใจและปล่อยให้ตัดสินใจเลือกทางเดินเอง

                   "ตอนจบตรีด้านศิลปะใหม่ๆ ก็ไปทำงานกราฟฟิกดีไซน์พักหนึ่ง แต่รู้สึกว่าการเรียนด้านศิลปะโดยตรงยังได้ความรู้น้อยเกินไป อยากรู้อะไรกว้างๆ อีก ถ้าเรียนบริหารเพิ่มก็น่าจะดี แต่ก่อนเบนเข็มมาเรียนเอ็มบีเอ ก็กังวลเล็กน้อยว่าเราต้องปัดฝุ่นเยอะกว่าคนอื่นๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็ทำได้ คะแนนก็ไม่ขี้เหร่อะไร อาจเพราะเรียนคำนวณมาตั้งแต่มัธยมด้วยจึงยังไม่ลืม แล้วก็ได้รู้อีกว่าการมีพื้นฐานศิลปะนั้นได้เปรียบคนอื่นๆ โดยเฉพาะวิชาการตลาดที่เราสามารถมองเห็นเป็นภาพได้" มหาบัณฑิตหมาดๆ แชร์ประสบการณ์เมื่อครั้งทำปริญญาโท

                   ไม่นานนักผลงานชิ้นล่าสุดก็ใกล้เสร็จเต็มที เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างนี้เองเจ้าตัวเผยถึงเสน่ห์ของศิลปะว่าทำให้ได้อยู่กับตัวเอง และสมาธิมากขึ้น ขณะที่การคิดคำนวณช่วยให้เป็นคนคิดอย่างเป็นระบบ นั่นเองศาสตร์และศิลป์ในแบบของเธอจึงเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ออก

                   "ที่บ้านทำธุรกิจนำเข้าและขายอะไหล่รถยนต์ ตอนนี้คุณพ่ออยากให้ใช้ความรู้ไปทำงานข้างนอกให้เป็นกิจลักษณะก่อน เรียนรู้ระบบงานข้างนอก ยังไม่อยากให้เข้ามากังวล ก็มีคุยกับพี่บีม (ศรัญยู ประชากริช) ว่าอนาคตคงต้องเข้ามาช่วย หรือขยายกิจการเพิ่มเติม ฝันส่วนตัวก็ยังอยู่ คือร่วมกับพี่ชายที่เป็นคนชอบเรื่องรถอยู่แล้ว เปิดธุรกิจเกี่ยวกับรถแบบวันสต็อปเซอร์วิส แพทอาจจะเข้าไปช่วยด้านครีเอทีฟ" สาววัย 26 ปี เผยอนาคต

                   แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เธอบอกว่าชั่วโมงนี้ขอมีความสุขกับบรรดางานศิลปะที่เก็บสะสมมาหลายปี ซึ่งในบรรดาชิ้นงานทั้งหมดชื่นชอบภาพถ่ายอยู่ชิ้นหนึ่งที่ล้างออกมาโดยใช้เทคนิคการซ้อนฟิล์มมากที่สุด และมักหยิบออกมาอวดเสมอเมื่อมีโอกาส

                   "ความสุขของคนทำงานศิลปะอยู่ที่กระบวนการในการลงมือทำ บางครั้งแพทอาจจะไปแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ แต่อันนี้ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ทำไปฟังเพลงไป หรือได้คิดอะไรเพลินๆ ก็มีความสุขดี ที่สำคัญทำให้เราใจเย็นลง ไปข้างนอกรถติดหงุดหงิดมา พอมาวาดรูปก็ผ่อนคลาย ทำให้เป็นคนไม่เครียดง่าย แล้วก็เกิดความพยายามด้วย ลงมือแล้วต้องทำไปเรื่อยๆ เวลาผสมสีพอไม่ได้ดั่งใจก็พยายามทำจนได้สีที่พอใจ แล้วความสำเร็จในสิ่งเล็กๆ นี้ไม่มีใครรู้หรอแต่เรารู้ตัวเราดี" ศิลปินในคราบสาวแบงก์ กล่าวทิ้งท้าย

-----------------------

(หมายเหตุ : ศิลป์ผนวกศาสตร์ ฉบับ 'แพท-ลลิตา' : คอลัมน์ ขอเวลานอก : เรื่อง ... ชาญยุทธ ปะวะขัง - ภาพ ... สกล สนธิรัตน)