ข่าว

'หมวดเจี๊ยบ'ตอก'มาร์ค'โลเล-ไร้จุดยืน

'หมวดเจี๊ยบ'ตอก'มาร์ค'โลเล-ไร้จุดยืน

11 ก.พ. 2555

'หมวดเจี๊ยบ'ตอก'มาร์ค'โลเล-ไร้จุดยืนเหมือนมนุษย์ 3 มติ หลังประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมแก้รธน. จวกเลิกสร้างหนังผีให้คนกลัวสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง จี้เลิกสร้างความสับสน ย้ำไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ 'จิรายุ' จุดกระแส สส.พท.ไม่ควรลงชื่อร่างแก้ รธน.ฉบับ ชทพ. อ้างหวั่นสั

                   11 ก.พ.55 ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า สสร.อาจถูกพรรคการเมืองครอบงำ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทย คือ ไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ สนับสนุน สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง และไม่มีการตั้งธงล่วงหน้าเกี่ยวกับประเด็นที่จะแก้ไข นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คงลืมไปแล้วว่า เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อโดยเฉพาะทางรายการ ฟ้าวันใหม่ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตั้ง สสร. ตอนนี้ นายอภิสิทธิ์ กลับเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นไม่สนับสนุน สะท้อนให้เห็นถึงความโลเลและไร้จุดยืนของ นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ที่คล้ายมนุษย์ 3 มติ คือ เช้าพูดอย่าง กลางวันพูดอีกอย่าง แต่ตอนเย็นกลับทำอีกอย่าง

                   ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์ กำลังดูถูกสติปัญญาคนไทยเกินไป การเลือกตั้ง สสร.นั้น ประชาชนย่อมต้องเลือกคนที่ตนเองไว้วางใจมาเป็นตัวแทนในการร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว คงไม่ยอมให้ใครมาครอบงำได้ง่ายๆ แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือ แนวคิดเรื่องประชาธิปไตยของ นายอภิสิทธิ์ นั้น เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะปกติแล้วจะมีเพียงผู้นำเผด็จการหรือพวกอำนาจนิยมเท่านั้น ที่มักจะดูถูกสติปัญญาหรือความสามารถในการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน

                   นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ รู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะมีเนื้อหาอย่างไรหรือจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ทั้งๆ ที่ สสร.ก็ยังไม่เกิดขึ้น และวันนี้ควรเลิกสร้างความสับสนว่า จะมีการแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ด้วย เพราะใน มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญนั้น ระบุไว้ชัดเจนว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยเฉพาะในร่างของพรรคเพื่อไทยก็มีการห้ามเรื่องนี้ไว้เช่นกัน

                    “เงื่อนไขที่แท้จริงของความแตกแยกในสังคมคือรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งสร้างความอ่อนแอให้ระบอบประชาธิปไตย แต่สร้างความเข้มแข็งให้พรรคประชาธิปัตย์ ขอฝากถึง นายอภิสิทธิ์ ว่า ควรกลับไปพลิกตำรารัฐศาสตร์มาอ่านเพื่อเตือนสติตัวเองว่า ชนชั้นใดเป็นคนเขียนกฎหมายก็ย่อมทำเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น ซึ่งเมื่อ สสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั่วประเทศ เนื้อหาของรัฐธรรมนูญก็ย่อมเป็นไปเพื่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ควรจะเลิกสร้างหนังผีหลอกคนไทยให้กลัวในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงได้แล้ว” ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

                   ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่พรรคชาติไทยพัฒนาขอสงวนสิทธิในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของพรรคชาติไทยพัฒนา ด้วยนั้น ถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ ซึ่งเท่าที่ตนดูนั้น เนื้อหาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างจากร่างของพรรคเพื่อไทยมากนัก และปลายทางสุดท้ายแล้วก็เป็นจุดหมายเดียวกัน

                   อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้วมองว่า สำหรับการให้ สส.ลงชื่อร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภานั้น สส.พรรคเพื่อไทย ที่ลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทยแล้วไม่ควรไปลงชื่อในร่างของพรรคชาติไทยพัฒนาซ้ำอีก เพราะอาจจะทำให้เกิดความสับสนขึ้นในภายหลังได้ว่า ในเนื้อหาที่แตกต่างกันในร่างของแต่ละพรรคนั้นกลับมี สส.ไปร่วมลงชื่อสนับสนุนทั้ง 2 ร่างที่ขัดแย้งกันเองได้