
กรมพินิจชี้เด็กห้ามออกนอกบ้านหลัง4ทุ่ม
อธิบดีกรมพินิจฯหนุนมาตรการเคอร์ฟิวห้ามเด็กออกนอกบ้านหลัง 4 ทุ่ม ย้ำเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพไม่ใช่ละเมิดสิทธิ ชี้วาเลนไทน์เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อคดีทางเพศ ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงปิดเทอมใหญ่
11 ก.พ. 55 นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ โดยจะขอความร่วมมือห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกจากบ้านหลังเวลา 22.00 น. ว่า ตนเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะไม่ใช่เป็นการจับกุมเด็ก แต่เป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก เมื่อพบเห็นเยาวชนฝ่าฝืนเคอร์ฟิวตำรวจจะส่งกลับบ้านหรือติดต่อให้ผู้ปกครองมารับตัว สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในหลายประเทศมีกตกาในการควบคุมดูแล ไม่ควรออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม แม้แต่การเรียนพิเศษหรือทำงานพิเศษ ก็ไม่เกิน 4 ทุ่ม แต่ในประเทศไทยไม่มีใครกล้าผลักดัน เพราะกลัวผลกระทบ หรือเกรงว่าจะละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นการนำหลักความกังวลใจไปล้มหลักใหญ่
“จากการสำรวจความคิดเห็น พ่อแม่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการเคอร์ฟิว แต่ไม่มีใครกล้าผลักดัน เอ็นจีโอมักจะต่อต้านเพราะต้องการคุ้มครองสิทธิเด็ก ซึ่งในความเป็นจริงสิทธิต้องมาพร้อมกับหน้าที่ ยกตัวอย่างในการพิจารณาคดีเด็ก แม้ศาลจะไม่พบความผิดของเด็ก แต่เมื่อเห็นว่าครอบครัวมีปัจจัยเสี่ยง ดูแลลูกไม่ได้ ศาลมีอำนาจสั่งฝึกอบรมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เพราะหากปล่อยไว้ปัญหาจะตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องโรคจากเพศสัมพันธ์ และตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ยังคำเตือนจากงานวิจัย ซึ่งพบว่า คดีทางเพศ 100 % มักเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีการดื่มสุรา วาเลนไลน์เป็นแค่เทศกาลเริ่มต้นของคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก สถิติคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก จะพบว่าตั้งแต่เดือน ก.พ.-เม.ย.ของทุกปี คดีทำแท้ง หน่วงเหนี่ยวกักขัง และคดีทางเพศจะเพิ่มสูงขึ้นและต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปิดเทอมใหญ่ในเดือนพ.ค.”อธิบดีกรมพินิจฯกล่าว
นายธวัชชัย ยังได้ยกตัวอย่างการห้ามเด็กและเยาวชนออกนอกบ้านยามวิกาลที่เกินกว่าชั่วโมงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน (เคอร์ฟิว ) ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรัฐนิวออลีน แอตแลนต้า และวอชิงตัน กำหนดให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี ต้องเข้าบ้านก่อน 23.00 น. วัยรุ่นที่ฝ่าฝืนจะถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานที่ออกแบบสำหรับควบคุมการหนีเรียนหรือเร่ร่อน จนกว่าผู้ปกครองจะมารับตัวไป กรณีที่พบว่าผู้ปกครองมีส่วนสนับสนุนให้เด็กละเมิดเอคร์ฟิว จะถูกปรับและต้องทำงานบริการสังคม ทั้งนี้ การลงโทษเด็กที่ละเมิดเคอร์ฟิวมีหลายแบบ ขึ้นกับแต่ละเมืองหรือแต่ละรัฐ และระดับความรุนแรง รวมทั้งความถี่ของปัญหา เช่น อาจเริ่มจากการที่ตำรวจนำเด็กไปส่งที่บ้าน ควบคุมตัวไว้จนกว่าผู้ปกครองมารับ ยึดใบขับขี่ ให้ทำงานบริการสังคม ให้เด็กเข้าเรียนเสริมหลังเลิกเรียน หรือกรณีที่เป็นมากก็อาจนำส่งไปควบคุมในสถานควบคุมเด็กและเยาวชน และในหลาย ๆ รัฐจะมีบทลงโทษผู้ปกครองด้วย
ส่วนประเด็นนี้มีข้อสังเกตหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎหมายเคอร์ฟิว ว่าเป็นการละเมิดสิทธิ โดยห้ามไม่ให้เสรีภาพกับผู้เยาว์หรือไม่ ที่ผ่านมาศาลสหรัฐอเมริกาเห็นว่ากฎหมายเคอร์ฟิว ไม่เป็นละเมิดสิทธิผู้เยาว์ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและป้องกันชุมชน



