ข่าว

'ไม่แกล้ง-ไม่ซูเอี๋ย'ผลสอบบ่อนว่าตามจริง

'ไม่แกล้ง-ไม่ซูเอี๋ย'ผลสอบบ่อนว่าตามจริง

12 ก.พ. 2555

'ไม่แกล้ง-ไม่ซูเอี๋ย'ผลสอบบ่อนว่าตามจริง สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์

               ชั่วโมงนี้นอกจากนโยบายการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดแล้ว สิ่งที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในวงการตำรวจคงหนีไม่พ้น กรณีบ่อนการพนัน เผือกร้อนๆ ที่นักการเมืองจอมแฉ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" โยนเข้าใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าอย่างจัง !!
 
                ตั้งแต่ปลายปี 2554 นายชูวิทย์ นำคลิปวิดีโอ "บ่อนการพนัน" ย่านถนนรัชดาภิเษก มาแฉ ทำเอา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ ผบ.ตร. พอเปิดศักราชใหม่ 2555 "ปีมังกรทอง" นักการเมืองเจ้าเก่าก็งัดเอาคลิปสยิว นางแบบนู้ดเปิดอกโชว์ในบ่อนย่านสายไหมมาแฉเพิ่ม
 
                ให้หลังไม่ทันข้ามเดือน หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็งัดภาพถ่ายอาคารหรู ย่านเหม่งจ๋าย ซึ่งอ้างว่าเจ้าของกิจการเนรมิตสถานที่เตรียมไว้เปิดบ่อนการพนันออกมาแฉซ้ำอีกระลอก พร้อมๆ กับหอบเอาลายแทงที่ตั้งบ่อนอีก 24 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มอบให้แก่ตำรวจไปดำเนินการ
 
                พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. หลังได้ลายแทงบ่อนการพนันจากนายชูวิทย์ ได้มอบภารกิจค้นหาบ่อนการพนันทั้ง 24 แห่ง ให้ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ รับไปดำเนินการ ซึ่งผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร พล.ต.อ.สถาพร ให้คำตอบได้ดีที่สุด 

หลังตรวจสอบ พบบ่อนอย่างที่ "ชูวิทย์" ให้เบาะแสมาหรือไม่
 
                ข้อมูลที่คุณชูวิทย์ให้มา ได้ชี้เบาะแสที่ตั้งบ่อนการพนันให้จำนวน 24 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล 18 แห่ง ที่เหลืออีก 6 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งหลังได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร. ก็ได้จัดทีมสืบสวนของจเรตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ตามข้อมูลที่ได้รับมอบจากคุณชูวิทย์ โดยในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจนครบาลผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเอง ขณะที่ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู รองจเรตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าทีม
 
                ในการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ ไม่มีผลงานการจับกุมนักพนัน เนื่องจากไม่พบการเล่นพนันตามสถานที่ที่ได้รับข้อมูลมา แต่พบเบาะแสเชื่อได้ว่ามีสถานที่ 9 แห่ง แบ่งเป็นในเขตนครบาล 5 แห่ง คือพื้นที่ สน.โชคชัย 2 แห่ง สน.วังทองหลาง 1 แห่ง สน.หัวหมาก 1 แห่ง อีก 1 แห่งอยู่ในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ที่เหลืออีก 4 แห่ง อยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 คือ สภ.คลองหลวง 3 แห่ง และ พื้นที่ สภ.คูคต อีก 1 แห่ง น่าจะเคยเป็นสถานที่ตั้งของบ่อนการพนันมาก่อน

พบหลักฐานอะไรจึงเชื่อว่าสถานที่ที่ระบุเคยเป็นที่ตั้งบ่อน

 
                สถานที่ที่เราเข้าตรวจสอบ บางแห่งเจ้าของก็ให้ความร่วมมือด้วยดี แต่บางที่เป็นสถานที่ปิดเจ้าของไม่ยินยอมให้เข้าตรวจสอบ เราต้องขออำนาจศาลในการออกหมายค้นจึงจะเข้าตรวจสอบได้ ซึ่งใน 9 แห่งที่มีร่องรอยเชื่อได้ว่าน่าจะเคยเป็นสถานที่ตั้งของบ่อนมาก่อนนั้น มีการดัดแปลงสภาพให้ผิดไปจากเดิม มีการทาสีใหม่ มีร่องรอยการถอดกล้องวงจรปิด หรือโทรทัศน์ออกมากผิดสังเกต มีรูตามฝาผนัง มีสายไฟจำนวนมากผิดจากอาคารปกติธรรมดา
 
                อย่างเช่นภายในซอยโชคชัย 4 พื้นที่รับผิดชอบของ สน.โชคชัย อาคารที่เราเข้าตรวจสอบเปิดเป็นผับ ชั้นบนทำเป็นห้องโล่ง ติดตั้งโทรทัศน์ สายไฟฟ้า และเจาะรูฝาผนังไว้จำนวนมาก ซึ่งเจ้าของอ้างว่าเปิดให้บริการคาราโอเกะ แต่จากสภาพที่เห็นเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นพื้นที่ที่ใช้เล่นการพนัน "ไฮโลไฮเทค" มากกว่า
 
                เราไม่ได้ตรวจสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบุคคลที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลด้วยว่า สถานที่แห่งนี้เป็นบ่อนประจำ แต่มีขนาดเล็ก เล่นพนันไฮโลไฮเทค จำนวน 2-3 โต๊ะ นักพนันที่เข้ามาเล่นครั้งละประมาณ 20-50 คน แต่ได้ปิดตัวไปหลังจากเป็นข่าว เช่นเดียวกับที่เคหะร่มเกล้า ท้องที่รับผิดชอบ สน.ร่มเกล้า ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน
 
                ส่วนที่นวนคร ท้องที่ สภ.คลองหลวง มีร่องรอยการติดตั้งประตูเหล็ก ลักษณะที่น่าเชื่อว่าเป็นบ่อนการพนัน แถมมีพยานบุคคลยืนยันว่าเป็นบ่อน แต่ปิดตัวไปตั้งแต่น้ำท่วม ขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซม

ตามข้อมูลที่พบบ่อนเหล่านี้เปิดเล่นการพนันอะไรบ้าง
 
                เท่าที่พบน่าจะเล่นพนันไฮโลไฮเทค เป็นส่วนใหญ่ มีบางแห่งเปิดรับพนันฟุตบอลรวมอยู่ด้วย แต่ไม่น่าจะมีสลอตแมชชีน หรือบัคคาร่า อย่างบ่อนใหญ่ๆ ซึ่งการเล่นไฮโลไฮเทค เล่นกันง่ายๆ อุปกรณ์ไม่มีอะไรมาก ใช้เพียงกระดาษวางบนโต๊ะสนุกเกอร์ก็สามารถเล่นกันได้แล้ว ในการตรวจสอบเจ้าของสถานที่ก็อ้างว่า สถานที่เหล่านี้เปิดเป็นร้านอาหารบ้าง ร้านอินเทอร์เน็ตบ้าง แต่พอขอตรวจสอบใบอนุญาต กลับไม่มีมาแสดง

การตรวจสอบบ่อนครั้งนี้จะทำเฉพาะที่ได้รับเบาะแสจาก "ชูวิทย์" หรืออย่างไร
 
                ในครั้งนี้เราจะตรวจสอบบ่อนเฉพาะที่ได้รับเบาะแสมาจากคุณชูวิทย์ ซึ่งได้สรุปเรื่องเสนอต่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไปแล้ว ขณะนี้เรื่องได้ถูกส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตำรวจในพื้นที่ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนรู้เห็นรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนันเหล่านี้หรือไม่ หากพบว่าตำรวจปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นรับผลประโยชน์ก็ต้องถูกดำเนินการทางวินัย และอาญา รวมถึงมาตรการทางปกครอง ที่จะมีการโยกย้ายออกนอกพื้นที่ ซึ่งการลงโทษนี้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาในสังกัด ไม่เกี่ยวกับจเรตำรวจ เราเพียงแต่เสนอความเห็นและข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบไปให้เท่านั้น
 
                ส่วนบ่อนการพนันที่ได้เบาะแสมาจากแหล่งอื่นๆ นั้น ขณะนี้ผมได้มีคำสั่งไปแล้วให้จเรตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเรื่องบ่อนด้วย หากพบว่ามีพื้นที่ไหนลักลอบเล่นการพนันหรือได้รับการร้องเรียนก็จะแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่ไปดำเนินการจับกุมเสีย แต่หากไม่ดำเนินการจเรตำรวจจะประสานกับตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุมเอง ซึ่งนั่นหมายความว่าตำรวจในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ เพราะจะถือว่าเราเตือนแล้วแต่ยังปล่อยปละละเลยอีก
 
                ที่ผ่านมาเราไม่ได้รอรับเบาะแสเรื่องบ่อนจากคุณชูวิทย์ เพียงทางเดียว แต่มีการเปิดรับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนในหลายทาง ซึ่งมีการจัดทำสถิติไว้ ในปี 2553-2554 เราได้รับแจ้งเบาะแสเรื่องการเล่นพนันจากประชาชนกว่า 700 เรื่อง ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และจังหวัดปริมณฑล ซึ่งทุกครั้งที่เราได้เบาะแสมาก็จะเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนทุกกรณี
 
มีเสียงวิจารณ์ในหมู่ตำรวจว่าการตรวจสอบบ่อนครั้งนี้เป็นเพราะการแต่งตั้งโยกย้ายตอบคำถามนี้อย่างไร
 
                ผมทำตามคำสั่งของ ผบ.ตร. ข้อมูลที่ได้เป็นข้อเท็จจริงที่พบภายหลังการเข้าตรวจสอบ ส่วนจะส่งผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้กำกับ ซึ่งใกล้ถึงเวลาการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับจเรตำรวจ เป็นเรื่องของกองบัญชาการต้นสังกัดจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้แกล้งใคร ไม่ได้ซูเอี๋ย ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับใคร ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ที่ไหนตรวจพบและมีหลักฐานเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นที่ตั้งของบ่อนมาก่อน ผมก็บอกว่าพบหลักฐานน่าเชื่อว่าเป็นบ่อน ที่ไหนที่หลักฐานไม่พอผมก็สรุปไปว่าหลักฐานไม่เพียงพอว่ากันไปตามเนื้อผ้า

คิดเห็นอย่างไร กับตำรวจที่ขอความเป็นธรรมหลังมีผลสรุปว่ามีบ่อนตั้งอยู่ในพื้นที่
 
                เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมก็เห็นใจ เพราะตำรวจมีงานในหน้าที่ต้องรับผิดชอบหลายด้าน กำลังก็มีไม่เพียงพอ คงยากที่จะไปทุ่มเทกับการควบคุมไม่ให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่เพียงอย่างเดียว อีกทั้งเจ้าของบ่อนเองก็มีการป้องกันการถูกจับกุมหลายชั้น ทำให้จับยาก อย่างเช่นบ่อนเตาปูน ซึ่งเป็นบ่อนขนาดใหญ่ ถามว่าตำรวจรู้หรือไม่ ตอบได้ว่ารู้ แต่เข้าจับยาก เพราะเขามีชุมชนล้อมรอบ มีมาตรการด้านความปลอดภัยครบ แต่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีความพยายามในการเข้าจับกุมอยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ จะละทิ้งไม่ได้ ตราบใดที่กฎหมายยังกำหนดให้การเล่นพนันมีความผิดตามกฎหมาย และการพนันยังเป็นต้นเหตุแห่งคดีอาชญากรรมอื่นๆ ตำรวจก็มีหน้าที่กวาดล้างจับกุม

..........

(หมายเหตุ : 'ไม่แกล้ง-ไม่ซูเอี๋ย'ผลสอบบ่อนว่าตามจริง : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์)