ข่าว

สู้ปัญหาน้ำท่วมฝนแล้งด้วยอ่างเก็บน้ำ

สู้ปัญหาน้ำท่วมฝนแล้งด้วยอ่างเก็บน้ำ

11 ก.พ. 2555

สู้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง ด้วยอ่างเก็บน้ำ : บทความพิเศษ โดยศิริรำไพ สุวรรณศิริ นักวิชาการอิสระ

               เพียงช่วงเดือนแรกของปี สภาพอากาศที่แปรปรวน และมีฝนตกหนักหลายครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้หลายคนเกิดความวิตกว่าสถานการณ์น้ำจะวิกฤติเหมือนปลายปีก่อน ซึ่งยังคงเป็นฝันร้ายของหลายๆ คนอยู่ แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะเร่งเดินหน้าจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยอีก ซึ่งถ้าดูจากรายละเอียดของแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล จะเห็นแนวคิดหลักในการจัดทำแผนฉบับนี้คือ ไม่ใช่เพียงเพื่อการป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น แต่ต้องเป็นการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร คือ ต้องช่วยในการบรรเทาปัญหาภัยแล้งด้วย เพราะปัญหาน้ำนั้นมีทั้ง 2 ด้าน บางปีก็เกิดภาวะภัยแล้ง ขณะที่บางปีก็เกิดน้ำท่วม เพราะมีน้ำมากเกินไป
 
               แนวทางสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ คือการหาวิธีการควบคุมลุ่มน้ำสำคัญในไทย ที่มีถึง 25 ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะ 4 ลุ่มน้ำสำคัญที่เป็นเส้นทางน้ำไหลจากภาคเหนือมาภาคกลาง คือ ปิง วัง ยม น่าน ที่เวลานี้แม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไม่มีระบบจัดเก็บน้ำเลย ทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ พื้นที่ตามแนวเส้นทางแม่น้ำยมจึงประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย สลับกันไปตลอดเวลา แต่การคิดจะทำการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนแม่น้ำสายหลักของประเทศในเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะต้องฟังความคิดเห็นจากอีกหลายฝ่าย
 
               แนวทางการบริหารจัดการน้ำอีกแนวทางหนึ่งที่อยากจะนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณา คือ การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแต่มีจำนวนมากเพื่อใช้กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงขาดแคลน และลดผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งอ่างเก็บน้ำที่ว่านี้จะเป็นตัวเสริมให้กับพื้นที่แก้มลิงที่เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลอยู่แล้ว โดยพื้นที่ในการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กนี้ คือ โรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ในไทยมีมากกว่าแสนโรงงานนั่นเอง เพราะจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา นิคมอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างมาก บางแห่ง เช่น สวนอุตสาหกรรมนวนคร สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน น้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร สร้างความเสียหายให้แก่โรงงานในนิคมอย่างมาก ขณะที่การป้องกันด้วยกำแพงกระสอบทรายนั้น พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถใช้ได้
 
               อ่างเก็บน้ำนี้ ถ้านิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่ง หรือโรงงานที่มีพื้นที่จัดสร้างขึ้นได้ก็จะเป็นคุณ คือใช้ประโยชน์จากน้ำหลากเพื่อการผลิต อุตสาหกรรมก็อยู่ได้มีน้ำใช้โดยไม่ต้องไปใช้น้ำสาธารณะของชุมชน ไม่ต้องเจอปัญหาแย่งน้ำกับชุมชน แถมช่วยให้น้ำท่วมน้อยหรือไม่ท่วมด้วย อย่างของ 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค เป็นเขตอุตสาหกรรมแถวปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา เขาสร้างอ่างเก็บน้ำไว้รับน้ำฝน น้ำหลากไว้ใช้ในโรงงาน
 
               ถ้าจะให้แนวคิดนี้ขยายออกไป อาจต้องขอกำลังจากกรมชลประทานเพื่อให้ข้อมูลว่าพื้นที่ไหนน้ำต้นทุนเยอะ ควรทำอ่างเก็บ ถ้ารัฐไม่มีกำลังก็ให้เอกชนที่ประกอบการแถวนั้นช่วยไปเพราะต่างได้ประโยชน์ รัฐไม่ต้องลงทุน เอกชนมีน้ำใช้ ชุมชนน้ำไม่ท่วมและมีน้ำใช้ตามปกติ รัฐอาจจะสนับสนุนในเรื่องของเงินทุน หรือการลดหย่อนภาษี เราก็จะมีอ่างเก็บน้ำเพิ่มจำนวนขึ้นมาก และสามารถที่จะช่วยกักเก็บน้ำในหน้าแล้งและชะลอน้ำในยามน้ำมาก เรียกว่าเป็น อ่างเก็บน้ำเพื่อแบ่งเบาปัญหาน้ำท่วม (attenuation) หรือ เพื่อทำให้สมดุล (balancing) อ่างเก็บน้ำชนิดนี้ ถูกใช้เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยจะกักเก็บน้ำเมื่อมีปริมาณน้ำฝนไม่ตกตามฤดูกาลมากเกินไป จากนั้นจะปล่อยน้ำออกอย่างช้าๆ ภายในช่วงเวลาสัปดาห์ หรือเดือน พื้นที่ด้านหลังอ่างเก็บน้ำอาจถูกพัฒนาให้เป็นชุมชน หรือพื้นที่สำหรับนันทนาการได้อีกด้วย และในสมัยนี้เริ่มมีกระแสการสร้างอ่างเก็บน้ำยุคใหม่เพื่อปรับสมดุลที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อต่อสู้กับวิกฤติโลกร้อน เรียกว่า อ่างเก็บน้ำเพื่อยับยั้งน้ำท่วม (Flood Detention Reservoirs) ซึ่งน่าที่รัฐบาลจะพิจารณาโดยเร็ว เพราะปัญหาน้ำท่วมนั้นเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน

.........
(หมายเหตุ : สู้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง ด้วยอ่างเก็บน้ำ : บทความพิเศษ โดยศิริรำไพ สุวรรณศิริ นักวิชาการอิสระ)