
จี้ผู้ว่าฯกทม.สอบจนท.คดีซ.ร่วมฤดี
ทนายมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ไม่ห่วง กทม.-เอกชน อุทธรณ์คดี ซ.ร่วมฤดี รุกต่อ เตรียมยื่น ผู้ว่ฯกทม. สอบ จนท.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่
นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงคดีที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้ผู้ว่าฯกทม. และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ต้องปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง หลังจากที่เกิดกรณีให้มีการสร้างโรงแรม ดิ เอทัส อาคารขนาดใหญ่ ภายในซอยร่วมฤดี ทั้งที่ถนนภายในซอยมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร ตามที่กฎหมายกำหนดว่า หลังจากนี้ก็ต้องรอดูว่า ฝ่ายผู้ถูกฟ้องจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูบริษัทเอกชน ที่ดำเนินการสร้างอาคาร ในฐานะผู้ร้องสอดคดีนี้ ที่จะได้รับความเสียหายจากการต้องเปลี่ยนแปลงอาคารตามคำสั่งศาล ก็จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน แต่ในฐานะผู้ฟ้อง ไม่รู้สึกห่วงที่จะต้องต่อสู้อุทธรณ์คดี
ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มีความชัดเจนว่า ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้การก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ 23 -24 ชั้น ที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 30,000 ตารางเมตร จะต้องมีพื้นที่ติดถนนที่เป็นทางสาธารณะยาว 12 เมตร และความกว้างของถนน จะต้องไม่ต่ำกว่า 10 เมตรตลอดแนว ดังนั้นเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ก็จะตีความเป็นอื่นไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอว่า จะมีการอุทธรณ์คดีหรือไม่ ซึ่งมีเวลาภายใน 30 วัน กทม.อาจจะยังไม่ดำเนินการตามคำสั่งก็ได้ แต่ถ้าคดีถึงที่สุด เพราะไม่มีการยื่นอุทธรณ์ หรือมีการอุทธรณ์แล้ว ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง สุดท้าย ผู้ว่า ฯ กทม. และ ผอ.เขตปทุมวัน จะต้องให้บริษัทเอกชนทำการปรับเปลี่ยนแปลงขนาดอาคาร คือ ลดความสูงอาคารและพื้นที่ใช้สอย ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร ที่กฎหมายกำหนด ให้ต้องมีทางถนนกว้าง 10 เมตรตลอดแนว แต่ถ้าบริษัทเอกชนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงขนาดอาคาร ก็ต้องรื้อทุบทิ้ง
หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 13 ก.พ.55 หรือวันอังคารที่ 14 ก.พ.55 เขาได้เตรียมที่จะยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯกทม. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วยว่า กระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่ ที่เจตนาจะละเลยในการทำหน้าที่ตามกฎหมาย เรื่องการออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร ทั้งที่มีความกว้างของถนนไม่ถึง 10 เมตรตามกฎหมายกำหนด
"หากรู้อยู่แล้วว่า พื้นที่ถนนใน ซ.ร่วมฤดี มีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร แล้วยังให้เอกชนก่อสร้างได้ จะเป็นการเอื้อประโยชน์หรือไม่ ซึ่งก็ต้องมีการพิสูจน์ด้วย หรือว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่า ช่วงถนนในซ.ร่วมฤดี มีความกว้างเท่าใด แต่จากการลงพื้นที่เผชิญสืบวัดความกว้างของถนน ระหว่างที่มีการพิจารณาคดีของศาลปกครองก็พบว่า 8 จุดใน ซ.ร่วมฤดีมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร โดยการพิจารณาคดีฝ่าย กทม. ก็ไม่ได้โต้แย้งว่า ซ.ร่วมฤดี มีความกว้างถึง 10 เมตรตลอดแนว"
อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากคดีนี้แล้ว ก็เคยมีผู้โทรศัพท์มาแจ้ง ร้องเรียนกับเขาในพื้นที่เหมือนกัน เช่น ซ.อารีย์ แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน โดยระบุเพียงว่าภายในซอยก็มีการก่อสร้างอาคารสูง ขณะที่ผู้ร้องเรียนก็จะรอดูผลคดีของ ซ.ร่วมฤดี ดังนั้น กรณีในพื้นที่อื่น ๆ คงจะต้องรอดูข้อมูล และการลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง



