ข่าว

สะกิดแผล ปชต.เทียม

สะกิดแผล ปชต.เทียม

11 ก.พ. 2555

'วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ?' เสวนาของ 'กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์' ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 ท่ามกลาง 'กลุ่มนิติราษฎร์' กำลังจุดประกายอีกด้านหนึ่งของปัญหาการเมือง และเสนอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นความผิดต่อสถาบันเบื้องสูง


 แต่อีกด้าน การเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ 'วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ?' ของ 'กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์' ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลับเท่ากับเป็นการสะกิดแผล หรือตอกย้ำปัญหาการเมืองที่เป็นอยู่ ว่า เกิดขึ้นจากความพยายามบิดเบือนประชาธิปไตย ให้รับใช้ เผด็จการ "นายทุน"


 อย่าง ประเด็นของ ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญ ปาฐกถา เปิดการเสวนา ที่ว่า แม้การปกครองของประเทศไทยจะเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ยังมีเผด็จการนายทุนเข้าแทรกเพื่อผูกขาดอำนาจ ซึ่งระบบเผด็จการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2535 และเป็นจุดเริ่มของการมีลักษณะเป็นเผด็จการระบอบนายทุนในรัฐสภา และน่าสงสัยว่าประชาธิปไตยที่เป็นอยู่คือประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่


 อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ระบุให้ ส.ส.กับพรรคการเมืองเชื่อมโยงกัน อาทิ สิทธิของการรับสมัครเลือกตั้งที่ต้องเป็นสมาชิกพรรค 90 วันก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น ส.ส.จึงตกอยู่ใต้อาณัติของนายทุนพรรค ขาดความเป็นอิสระ พรรคการเมืองตามระบบรัฐสภาในโครงสร้างเช่นนี้ จึงเป็นพรรคนายทุนทั้งสิ้น เริ่มจากพรรคท้องถิ่น ต่อมาก็เป็นระดับชาติ เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐ ซื้อเสียงในสภาฯ ตามลำดับ


 ตามด้วย ในเวทีเสวนา ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การเมืองไทยหลังปี 2535 ถึงปัจจุบัน เป็นระบบเผด็จการพรรคนายทุน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดปัญหาการเมืองมาจนวันนี้ ซึ่งชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2544 ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก็ถูกหักและปัญหายังบานปลายจนถึงวันนี้


 ในช่วงก่อน ปี2535 นั้น อำนาจทหารมีอย่างมากในสังคมไทย แต่เมื่อมีพรรคการเมืองนายทุนอำนาจก็ถูกเปลี่ยนมือไปสู่นายทุนพรรคการเมือง พรรคการเมืองจึงกลายเป็นบริษัทการเมืองตามรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนตามความหมายแบบตะวันตก แต่พรรคการเมืองกลายเป็นสมบัติส่วนบุคคล ซึ่งนายทุนสามารถกดรีโมตบังคับได้ ทั้งการบังคับอำนาจนิติบัญญัติ บริหารบัญญัติ และกลไกทั้งหลายทั้งปวง ผลประโยชน์ที่ประชาชนพึงจะได้รับ จึงตอบสนองที่ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคการเมืองเท่านั้น


 "ในรัฐธรรมนูญบอก ส.ส.เป็นผู้แทน แต่มีการเขียนใบลาออกล่วงหน้า หากใครขัดมติพรรคก็ให้ออก แบบนี้ก็เหมือนบีบบังคับให้ ส.ส. เลือกอะไร ระหว่างการเป็นผู้แทน กับทำตามคำสั่งหัวหน้าพรรค แม้จะอ้างว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นเช่นนี้ ระบบอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และจะเป็นอย่างไรต่อไป หาก ส.ส.ไม่เคยออกมาทำเพื่อประชาชน"