
สะกิดแผล ปชต.เทียม
'วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ?' เสวนาของ 'กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์' ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่ามกลาง 'กลุ่มนิติราษฎร์' กำลังจุดประกายอีกด้านหนึ่งของปัญหาการเมือง และเสนอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นความผิดต่อสถาบันเบื้องสูง
แต่อีกด้าน การเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ 'วิกฤติประเทศไทย ใครคือตัวการ?' ของ 'กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์' ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลับเท่ากับเป็นการสะกิดแผล หรือตอกย้ำปัญหาการเมืองที่เป็นอยู่ ว่า เกิดขึ้นจากความพยายามบิดเบือนประชาธิปไตย ให้รับใช้ เผด็จการ "นายทุน"
อย่าง ประเด็นของ ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญ ปาฐกถา เปิดการเสวนา ที่ว่า แม้การปกครองของประเทศไทยจะเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ยังมีเผด็จการนายทุนเข้าแทรกเพื่อผูกขาดอำนาจ ซึ่งระบบเผด็จการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2535 และเป็นจุดเริ่มของการมีลักษณะเป็นเผด็จการระบอบนายทุนในรัฐสภา และน่าสงสัยว่าประชาธิปไตยที่เป็นอยู่คือประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่
อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ระบุให้ ส.ส.กับพรรคการเมืองเชื่อมโยงกัน อาทิ สิทธิของการรับสมัครเลือกตั้งที่ต้องเป็นสมาชิกพรรค 90 วันก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น ส.ส.จึงตกอยู่ใต้อาณัติของนายทุนพรรค ขาดความเป็นอิสระ พรรคการเมืองตามระบบรัฐสภาในโครงสร้างเช่นนี้ จึงเป็นพรรคนายทุนทั้งสิ้น เริ่มจากพรรคท้องถิ่น ต่อมาก็เป็นระดับชาติ เกิดการผูกขาดอำนาจรัฐ ซื้อเสียงในสภาฯ ตามลำดับ
ตามด้วย ในเวทีเสวนา ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การเมืองไทยหลังปี 2535 ถึงปัจจุบัน เป็นระบบเผด็จการพรรคนายทุน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดปัญหาการเมืองมาจนวันนี้ ซึ่งชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2544 ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ก็ถูกหักและปัญหายังบานปลายจนถึงวันนี้
ในช่วงก่อน ปี2535 นั้น อำนาจทหารมีอย่างมากในสังคมไทย แต่เมื่อมีพรรคการเมืองนายทุนอำนาจก็ถูกเปลี่ยนมือไปสู่นายทุนพรรคการเมือง พรรคการเมืองจึงกลายเป็นบริษัทการเมืองตามรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนตามความหมายแบบตะวันตก แต่พรรคการเมืองกลายเป็นสมบัติส่วนบุคคล ซึ่งนายทุนสามารถกดรีโมตบังคับได้ ทั้งการบังคับอำนาจนิติบัญญัติ บริหารบัญญัติ และกลไกทั้งหลายทั้งปวง ผลประโยชน์ที่ประชาชนพึงจะได้รับ จึงตอบสนองที่ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคการเมืองเท่านั้น
"ในรัฐธรรมนูญบอก ส.ส.เป็นผู้แทน แต่มีการเขียนใบลาออกล่วงหน้า หากใครขัดมติพรรคก็ให้ออก แบบนี้ก็เหมือนบีบบังคับให้ ส.ส. เลือกอะไร ระหว่างการเป็นผู้แทน กับทำตามคำสั่งหัวหน้าพรรค แม้จะอ้างว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นเช่นนี้ ระบบอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และจะเป็นอย่างไรต่อไป หาก ส.ส.ไม่เคยออกมาทำเพื่อประชาชน"



