ข่าว

แฟ้มคนรวย-คนดังของเอฟบีไอ

แฟ้มคนรวย-คนดังของเอฟบีไอ

12 ก.พ. 2555

เปิดโลกวันอาทิตย์ : แฟ้มคนรวย-คนดังของเอฟบีไอ โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 กพ.) สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ(เอฟบีไอ) ได้นำแฟ้มประวัติปูมหลังของสตีฟ จ็อบส์ ผู้ล่วงลับ เปิดเผยสู่สาธารณะ ซึ่งเผยด้านไม่น่ารักของผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรแอปเปิลเท่าไหร่นัก เช่น เคยลองสูบกัญชา และใช้ยากล่อมประสาทแอลเอสดีสมัยเป็นนักเรียนและนักศึกษา เคยพัวพันคดีฟ้องร้องหลายคดีขณะเป็นซีอีโอของแอปเปิล แต่ไม่เคยถูกจับ

          กระนั้น หลายเรื่องก็อยู่ในหนังสือชีวประวัติที่เขียนโดย วอลเตอร์ ไอแซ็คสัน อยู่แล้ว เช่น เรื่องใช้ยาเสพติด แต่ที่มากกว่านั้น

          คงเป็นการตั้งข้อสงสัยของหลายๆ คนในเรื่องความสัตย์ซื่อและจริยธรรมของจ็อบส์ โดยมองว่าอัจฉริยบุคคลแห่งวงการไอทีโลก จะบิดเบือนข้อเท็จจริงและความเป็นจริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

          ในแฟ้มความยาว 191 หน้า ประกอบด้วยการสัมภาษณ์ผู้ร่วมงาน เพื่อนฝูง คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน รวมถึงตัวของจ็อบส์เอง ซึ่งตอนนั้นนั่งเก้าอี้นายใหญ่บริษัท เน็กซต์ คอมพิวเตอร์ ที่ก่อตั้งขึ้นหลังออกจากแอปเปิลช่วงหนึ่ง  

          เหตุผลที่เอฟบีไอ สอบปูมหลังของจ็อบส์ เพราะนายจอร์จ บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะนั้น เสนอแต่งตั้งจ็อบส์เป็นหนึ่งในสภาที่ปรึกษาด้านการส่งออกของทำเนียบขาว เมื่อปี 2534 ส่วนการนำออกเผยแพร่ เป็นไปตามการร้องขอของ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ตามกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร   

          นอกจากจ็อบส์แล้ว เอฟบีไอยังเก็บแฟ้มประวัติดาราชื่อดัง บุคคลในแวดวงการเมืองในและต่างประเทศ นักกีฬา นักเขียน นักดนตรีและอีกมายมาย ด้วยเหตุผลที่มาที่ไปหลากหลาย บางเรื่องก็นึกไม่ถึง ก่อนจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณะในภายหลัง

          เช่น บัด แอบบ็อตต์ และลู คอสเทลโล  ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในฐานะคู่หูนักแสดงตลกโด่งดังที่สุดในยุคทศวรรษหลังปี 2483 และ 2493 ในชื่อคณะ "แอบบ็อตต์ แอนด์ คอสเทลโล" โดยเฉพาะการแสดงตลกตอนสั้นๆ ออกอากาศเป็นประจำที่ชื่อว่า ฮูส์ ออน เฟิร์สต์  (Who's on First?) แต่เอฟบีไอสนใจคนทั้งคู่ด้วยเหตุผลอื่น 

          แฟ้มเอฟบีไอระบุว่า "สายข่าวตำรวจคนหนึ่งได้ให้ข้อมูลว่า บัด แอบบ็อตต์ ดาราทีวีและภาพยนตร์ชื่อดัง เป็นนักสะสมสื่อลามกอนาจาร และอ้างว่า แอ็บบ็อตต์มีหนังลามกสะสมอยู่ถึง 1,500 ม้วน"

          ส่วนคอสเทลโล สายข่าวรายงานว่า เคยจ้างโสเภณีสองคนแสดงลามกอนาจาร รายละ 50 ดอลลาร์

          มีคนดังบางคนเข้าไปเป็นหนึ่งในแฟ้มลับเอฟบีไอ เพราะถูกขู่กรรโชกทรัพย์ หรือถูกขู่ทำร้าย อาทิ แอนนา นิโคล สมิธ นางแบบดังผู้ล่วงลับ บ้างถูกจับตาเป็นพิเศษจากเอฟบีไอ เพราะต้องสงสัยฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ อย่างนักเขียนดัง นอร์แมน เมลเลอร์ หรือนักแสดงตลกชื่อก้องโลกยุคหนังเงียบ ชาร์ลี แชปลิน ขณะที่นักร้องนักแต่งเพลง จอห์น เลนนอน ถูกเพ่งเล็งเพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม

          สตีฟ รอสเวิร์ม นักประวัติศาสตร์ วิทยาลัยเลคฟอเรสต์ ในอิลลินอยส์ และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเอฟบีไอกับคริสตจักร กล่าวว่า ในยุคของ เจ เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอคนแรก เหตุผลในการทำแฟ้มประวัติของใครต่อใคร หาได้เสมอ

          ด้าน นิโคลาส เรดเฟิร์น ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "ความลับของคนดัง:แฟ้มเศรษฐีและบุคคลมีชื่อเสียงของรัฐบาล" กล่าวว่า เหตุผลสำหรับการสอดส่องสอดแนมนั้น แตกต่างกันไปแล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยคนคนนั้น หรือสถานการณ์

          ความหวาดกลัวของเอฟบีไอในยุคสงครามเย็นนั้นมีหลายเรื่อง ทั้งการแทรกซึมของลัทธิคอมมิวนินสต์ เรื่องลามกอนาจารและพฤติกรรมรักร่วมเพศ ซึ่งอาจฟังเป็นเรื่องพิลึกสำหรับในยุคนี้

          ตัวอย่างน่าสนใจคือกรณีเพลงร็อกแอนด์โรลยุคแรก "ลู-อี ลู-อี" (Louie Louie) ของ คิงสเมน ได้กลายเป็นหนึ่งในแฟ้มลับของเอฟบีไอความยาวถึง 119 หน้า

          เนื้อเพลงฉบับดั้งเดิม เขียนโดยนักร้องแนวอาร์แอนด์บี ริชาร์ด เบอร์รี ในปี 2498 ในท่วงทำนองแบบเพลงจาเมกา เล่าเรื่องง่ายๆ ของกลาสีเรือคนหนึ่งที่ใช้เวลาเดินทางสามวันเพื่อกลับไปหาหญิงคนรักบนเกาะ หลังจากนั้น มีศิลปินมากหน้าหลายตานำไปร้องในเวอร์ชั่นแตกต่างกันไป แต่  Louie Louie ที่นำมาทำใหม่โดย คิงสเมน ในปี 2506 เป็นเวอร์ชั่นที่รู้จักมากที่สุด และรู้จักกันดีว่า เข้าใจยากสุดๆ ตั้งแต่ชื่อเพลงเลยก็ว่าได้

          แต่ว่าบางคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา กับนายแมทธิว เวลช์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนาเวลานั้น ฟังแล้ว เกิดสงสัยว่าถ้อยคำในเพลงนั้น แอบลามก และขอให้เอฟบีไอสอบสวน

          เรดเฟิร์นกล่าวว่า เป็นเรื่องประหลาดมากๆ ที่หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมชั้นนำของประเทศ ก็เต้นตามไปด้วยกับเรื่องนี้

          แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นำไปสู่การดำเนินคดีอะไร ต่อมา เพลงต้องสงสัยนี้ ติดอันดับที่ 55 ในทำเนียบ 500 เพลงฮิตตลอดกาลของนิตยสารดนตรีทรงอิทธิพล โรลลิง สโตน 

          ส่วนการสอดแนมบุคคลในแวดวงการเมืองและบันเทิง ที่ต้องสงสัยมีสัมพันธ์หรือฝักใฝ่คอมมิวนิสต์โดยเอฟบีไอในยุคสงครามเย็น เป็นเรื่องที่ทราบกันดี

          จอน วีเนอร์ นักประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเมืองเออร์วาย ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการสอบสวนจอห์น เลนนอน ของเอฟบีไอ กล่าวว่า ในยุคของฮูเวอร์ ผู้อำนวยการระดับตำนานที่ทำให้เอฟบีไอเป็นองค์กรทรงอิทธิพลที่สุดในยุคหนึ่ง มีคนหลายคนถูกสอบด้วยข้อสงสัยว่า ไม่ภักดีต่อประเทศ แต่ในปัจจุบันถือว่า เป็นการลุแก่อำนาจอย่างหนึ่ง

          เอฟบีไอหวั่นอิทธิพลของ จอห์น เลนนอน อดีตนักร้องวงสี่เต่าทองที่มีต่อขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามเวียดนาม จึงจับตาศิลปินผู้นี้นานหลายปี ท้ายที่สุด ได้เผยแพร่แฟ้มลับของเลนนอน ที่มีรายละเอียดพิลึกๆ ปนอยู่ด้วย อาทิ การบรรยายนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามคนหนึ่งว่า พยายามสอนนกแก้วให้พูดสบถ

          ในปี 2505 ฮูเวอร์ได้ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับ นอร์แมน เมลเลอร์ นักเขียนมือรางวัลพูลิตเซอร์ หลังจากเมลเลอร์ยอมรับในรายการวิทยุรายการหนึ่งว่า เป็นพวกนิยมซ้าย เจ้าหน้าที่เอฟบีไอบันทึกด้วยว่า เมลเลอร์เห็นใจเข้าข้าง ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคอมมิวนิสต์คิวบา

          เมลเลอร์ประณามเอฟบีไอว่า เป็นองค์กรตำรวจลับและเรียกร้องให้ยุบองค์กรนี้ทิ้ง

          ยังมีแฟ้มลับของเอฟบีไอเกี่ยวกับ มาริลีน มอนโร ที่โยงใยดาราสาวอเมริกันสุดเซ็กซี่ตลอดกาลกับคนในตระกูลเคนเนดี้ และเรื่องที่เธอใช้ชีวิตสมรสช่วงหนึ่งกับ อาร์เธอร์ มิลเลอร์ นักเขียนบทละครที่ต้องสงสัยฝักใฝ่คอมมิวนิสต์

          เอฟบีไอยังเก็บข้อมูลนักกีตาร์ จิมมี เฮนดริกซ์ ไม่ยาวมากแค่ 34 หน้า หลังจากมือกีตาร์ระดับพระกาฬถูกตำรวจในโตรอนโต ประเทศแคนาดาจับกุมข้อหายาเสพติด เมื่อปี 2512 ทั้งยังมีประวัติอาชญากรรม รวมถึงการถูกจับฐานขับรถไม่มีใบขับขี่ในปี 2504

          แฟ้มลับของเจ้าหญิงไดอานา เอฟบีไอได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการเสด็จเยือนนิวยอร์กเมื่อปี 2532 และแผนการประท้วงของกลุ่มการเมืองไอร์แลนด์เหนือ ที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลอังกฤษ

          อย่างไรก็ดี หลังคดีวอเตอร์เกตและหลังจากฮูเวอร์ถึงแก่กรรมในปี 2515 เอฟบีไอเข้าสู่ยุคการปฏิรูปยกเครื่องครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลได้เข้ามากำกับเอฟบีไอในการเริ่มสอบสวนประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง

          จอห์น ฟอกซ์ นักประวัติศาสตร์และเจ้าหน้าที่ของเอฟบีไอ กล่าวว่า ก่อนคดีวอเตอร์เกต เอฟบีไอและกระทรวงยุติธรรมยึดนิยามอย่างกว้างในการเริ่มสอบสวนกรณีใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายใน แต่เมื่อฮูเวอร์จากไปแล้ว แฟ้มลับเอฟบีไอส่วนใหญ่ ก็ไม่น่าสนใจมากนัก

          สำหรับการขอดูแฟ้มเอฟบีไอนั้น ฟอกซ์กล่าวว่า หากบุคคลผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว สามารถขอสำเนาได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร เอกสารบางชิ้นหากอยู่ในความดูแลของหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐแล้ว ถ้าต้องการก็ต้องไปขอจากที่นั่น กรณีที่บุคคลในแฟ้มยังมีชีวิตอยู่ จะต้องขออนุญาตก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการขอสำเนาแฟ้มเอฟบีไอของตัวเอง ทำได้ง่ายๆ เพียงทำเรื่องร้องขอไป หากแฟ้มนั้นมีอยู่จริง

          เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรวมทั้งฟอกซ์ ยืนยันว่า อำนาจของเอฟบีไอไม่ได้มากเหมือนก่อนแล้ว แต่กลุ่มเสรีภาพพลเรือนในสหรัฐ ติงว่าอำนาจในการสอบสวนโดยยกเหตุผลเพื่อต่อต้านก่อการร้าย ยังกว้างขวางเกินไป และไม่มีใครรู้ชัดเจนว่า มีผู้มีชื่อเสียงคนใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ถูกเอฟบีไอสอบประวัติอยู่หรือไม่ เพราะกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล ห้ามเผยแพร่แฟ้มเอฟบีไอของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความยินยอม 

 

....................

(เปิดโลกวันอาทิตย์ : แฟ้มคนดังของเอฟบีไอ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา /ที่มา บีบีซี เอเอฟพี )