ข่าว

เวิลด์วาไรตี้:รอยสักนี้มีดีกว่าความสวย

เวิลด์วาไรตี้:รอยสักนี้มีดีกว่าความสวย

11 ก.พ. 2555

คอลัมน์ เวิลด์วาไรตี้ : รอยสักนี้มีดีกว่าความสวย

          จะดีหรือไม่ที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็น "ไซบอร์ก" (Cyborg) หรือมนุษย์ที่หลอมรวมเข้ากับระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างกลมกลืน สามารถสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้า สั่งการโทรศัพท์ไร้สาย แม้แต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องขยับแขน หรือแม้แต่ปลายนิ้ว เพียงใช้กล้ามเนื้อบางส่วนควบคุมและสั่งการ แล้วให้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์พิเศษรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารสั่งการเหล่านั้น 

          แนวความคิดดังกล่าวนั้นไม่ไกลไปเกินความเป็นจริงเท่าใด เพราะในเวลานี้มีการวิจัยและพัฒนาโครงการผลิตรอยสักอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า Epidermal Electronic system (EES) โดยทีมนักวิจัยนานาประเทศภายใต้การนำของนายจอห์น เอ โรเจอร์ส อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ที่ได้พัฒนาอีอีเอสออกมาเป็นผลสำเร็จ และได้ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความบางเพียง 50 ไมครอน หรือบางกว่าเส้นผมมนุษย์ ที่ประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการทำงานของกล้ามเนื้อ กระแสประสาท ไดโอดเปล่งแสง ทรานซิสเตอร์ คาปาซิเตอร์รับสัญญาณวิทยุ เสาอากาศไร้สาย และโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตพลังงานจากแสง เพียงติดเข้ากับผิวหนังในจุดสำคัญที่มีการไหลเวียนของเลือด หรือศูนย์รวมกระแสประสาท ก็ทำงานได้ทันที 

          ทีมงานยังมีแผนที่จะพัฒนาอีอีเอสให้มีความสามารถรักษาอาการล้าของกล้ามเนื้อที่เกิดจากกระแสประสาทบกพร่อง และพัฒนาไปใช้ในอุตสาหกรรมเกมคอมพิวเตอร์ที่ใช้การสั่งการจากกล้ามเนื้อหรือกระแสประสาทในการควบคุมการเล่นเกม

          แต่สำหรับรัฐบาลสหรัฐแล้ว อีอีเอส เป็นเครื่องมือสำคัญในการ “ตีตรา” พลเมืองชาวอเมริกันที่ต้องหวาดหวั่นกับภัยการก่อการร้าย จากในและต่างประเทศ นายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะนำเทคโนโลยีชนิดนี้มาใช้ ซึ่งจะทำให้สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ทำประวัติแต่ละคนและสักวงจรอิเล็กทรอนิกส์อีอีเอสเข้าไปเพื่อระบุตัวตนที่แท้จริง”

          ในบันทึกโบราณของเฮโรโดตุส (Herodotus) นักปราชญ์ชาวกรีก ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์  ได้บันทึกไว้ว่า จารบุรุษ (หน่วยสืบราชการลับในปัจจุบัน) เมื่อเข้าสืบความลับที่มีความสำคัญที่สุดของฝ่ายศัตรูได้แล้ว จะโกนศีรษะแล้วสักข้อความอันเป็นความลับนั้นลงที่กลางศีรษะแล้วทิ้งให้ผมยาวดังเดิม จึงลอบกลับไปหาพวกของตน การสักจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้จารบุรุษนำความลับผ่านแนวข้าศึกศัตรูได้อย่างสะดวก    

          แต่หากจารชนโบราณมีเทคโนโลยีเช่นนี้คงไม่ต้องลำบากโกนศีรษะ และปล่อยให้ผมงอกปกปิดร่องรอยการสักเสียก่อนที่จะกลับไปยังบ้านเกิด เพราะเทคโนโลยีอีอีเอสสามารถส่งผ่านข้อมูลเสียง การสั่งการของกระแสประสาท เป็นคำสั่งดิจิทัลไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีตัวรับสัญญาณได้ในทันที 

          อย่างไรก็ตามปัญหาประการหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีนี้และจุดประสงค์ของการใช้งานโดยรัฐบาลสหรัฐ คือ ใครที่จะเป็นผู้ถูกสักอีอีเอส และสถานะของเขาจะแตกต่างจากสัตว์ที่ถูกฝังชิพอาร์เอฟไอดีเพื่อระบุตัวตนเจ้าของไว้มากน้อยเพียงใด

          คุณจะยอมถูก "ตีตรา" กับเขาหรือเปล่าล่ะครับ?

 

 

----------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ เวิลด์วาไรตี้ : รอยสักนี้มีดีกว่าความสวย)

----------